ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
ค่าใช้จ่ายรวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งรายการครบในใบเสนอราคา
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือเรานัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก
เอกสารที่ได้รับใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ใช้ได้ในประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยตรง สำหรับประเทศนอกอนุสัญญา ต้องผ่านขั้นตอนรับรองสถานทูตประเทศปลายทางเพิ่มเติม

Apostille รับรองเอกสารส่งต่างประเทศ

บริการ Apostille รับรองเอกสารส่งต่างประเทศ ของ NYC Legal Thailand ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเบื้องต้น ตรวจสอบเอกสารต้นฉบับ จัดเตรียมเอกสารแปลและสำเนา ประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จนถึงส่งมอบเอกสารที่พร้อมใช้งานในต่างประเทศ ทีมงานของเราประกอบด้วยทนายความผู้ขึ้นทะเบียนเป็น Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูตที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี เราเข้าใจดีว่าเอกสารแต่ละฉบับมีบริบทเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงาน การศึกษาต่อ การย้ายถิ่นฐาน การสมรส หรือการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ ขั้นตอนการรับรองและการยอมรับของหน่วยงานปลายทางจึงแตกต่างกัน เราจะวางแผนเส้นทางเอกสาร (Document Routing) ที่สั้นและประหยัดที่สุด พร้อมประเมินกรอบเวลาที่แม่นยำก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ลูกค้าวางแผนเดินทางหรือยื่นเรื่องได้อย่างมั่นใจ ค่าบริการของเรากำหนดแบบโปร่งใส แจ้งครบทุกรายการ ทั้งค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (DHL/FedEx) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ลูกค้าสามารถเลือกแพ็กเกจมาตรฐาน (5-7 วันทำการ) หรือแพ็กเกจเร่งด่วน (1-3 วันทำการ) ได้ตามความเหมาะสมของกรอบเวลา

ภาพรวมบริการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

ขั้นตอนการดำเนินการ

กรอบเวลาและค่าธรรมเนียม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

FAQ

ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
ค่าใช้จ่ายรวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งรายการครบในใบเสนอราคา
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือเรานัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก
เอกสารที่ได้รับใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ใช้ได้ในประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยตรง สำหรับประเทศนอกอนุสัญญา ต้องผ่านขั้นตอนรับรองสถานทูตประเทศปลายทางเพิ่มเติม

Apostille สำหรับเอกสารไทย — สถานะล่าสุดและทางเลือก

ภาพถ่ายบรรณาธิการใบรับรอง Apostille
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

แผนภูมิการตัดสินใจ

ประเทศต้นทางเอกสารเป็นภาคี Apostille?
ใช่ → ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้ออกในประเทศต้นทาง
ไม่ → ใช้ Legalization chain แทน

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
Apostille (ประเทศต้นทางเป็นภาคี)ใช้ในประเทศภาคีอื่น1–7 วันตามประเทศต้นทาง
Legalization chain (ไทย)เอกสารไทยไปต่างประเทศ5–15 วัน2,000–8,000
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Apostille Knowledge Hub

Apostille คืออะไร · ประเทศไทย ใช้ได้ไหม

คู่มือสรุปอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961), สถานะของไทย, รายชื่อประเทศสมาชิก 126+ ประเทศ และวิธีรับรองเอกสารไทยส่งต่างประเทศเมื่อปลายทางต้องการ Apostille

Read in English →

สถานะปัจจุบัน: ประเทศไทย ยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille — เอกสารที่ออกในไทยจึงต้องผ่านกระบวนการ Consular Legalization ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทาง ตรวจสอบสถานะล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์ HCCH

ทำความรู้จัก Apostille

Apostille คือใบรับรองตามแบบมาตรฐานที่ตกลงกันในอนุสัญญากรุงเฮกปี ค.ศ. 1961 (Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents) วัตถุประสงค์คือยกเลิกขั้นตอน Consular Legalization หลายชั้น โดยให้หน่วยงานเดียวในประเทศต้นทาง — ที่เรียกว่า Competent Authority — ออกใบรับรองแบบตายตัวที่ประเทศสมาชิกอื่นยอมรับได้ทันที

สำหรับนักธุรกิจ นักศึกษา และครอบครัวที่ต้องส่งเอกสารระหว่างประเทศ Apostille ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ — แต่ใช้ได้เฉพาะเมื่อทั้งประเทศต้นทาง และ ปลายทาง เป็นสมาชิกอนุสัญญา หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช่ จะต้องใช้กระบวนการ Legalization แบบเดิม

เปรียบเทียบ: Apostille vs Legalization

Apostille (ปลายทางเป็นสมาชิก)

  • • 1 ใบรับรองเท่านั้น
  • • ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง
  • • เวลา 1–3 วันทำการ
  • • ค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก

Legalization (เส้นทางไทยปัจจุบัน)

  • • 4 ขั้นตอน: แปล → Notary → MFA → สถานทูต
  • • ต้องนัดคิวสถานทูตปลายทาง
  • • เวลา 5–10 วันทำการ
  • • ค่าใช้จ่ายแปรผันตามสถานทูต

ขั้นตอนรับรองเอกสารไทยส่งประเทศสมาชิก Apostille

  1. 1. แปลรับรอง

    นักแปลที่ขึ้นทะเบียน MFA / NAATI

  2. 2. Notarial

    Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อ

  3. 3. MFA

    กรมการกงสุล รับรองที่แจ้งวัฒนะ

  4. 4. สถานทูตปลายทาง

    รับรองชั้นสุดท้ายที่สถานทูตในกรุงเทพฯ

หมายเหตุ: เอกสารบางประเภท (เช่น สูติบัตร, ทะเบียนสมรส) ออกโดยหน่วยงานราชการอยู่แล้ว อาจข้ามขั้น Notarial ได้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถานทูตปลายทาง

ประเทศสมาชิก Apostille ที่พบบ่อย

รายชื่อที่ลูกค้าเราพบบ่อย — รายการเต็มกว่า 126 ประเทศดูได้ที่ HCCH Status Table

  • สหรัฐอเมริกา
  • สหราชอาณาจักร
  • ออสเตรเลีย
  • นิวซีแลนด์
  • ญี่ปุ่น
  • เกาหลีใต้
  • เยอรมนี
  • ฝรั่งเศส
  • อิตาลี
  • สเปน
  • เนเธอร์แลนด์
  • เบลเยียม
  • สวิตเซอร์แลนด์
  • ออสเตรีย
  • สวีเดน
  • นอร์เวย์
  • เดนมาร์ก
  • ฟินแลนด์
  • ไอร์แลนด์
  • โปรตุเกส
  • โปแลนด์
  • เช็กเกีย
  • รัสเซีย
  • จีน
    เข้าร่วมเมื่อ พ.ย. 2566 — แนะนำตรวจสอบกับสถานทูตจีนสำหรับเอกสารบางประเภท
  • อินเดีย
  • ฟิลิปปินส์
  • สิงคโปร์
  • บราซิล
  • อาร์เจนตินา
  • เม็กซิโก
  • แอฟริกาใต้
  • อิสราเอล
  • ตุรกี
  • ซาอุดีอาระเบีย
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • แอลเบเนีย
  • อันดอร์รา
  • อาร์เมเนีย
  • อาเซอร์ไบจาน
  • บาฮามาส
  • บาห์เรน
  • บาร์เบโดส
  • เบลารุส
  • เบลีซ
  • โบลิเวีย
  • บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
  • บอตสวานา
  • บรูไน
  • บัลแกเรีย
  • บุรุนดี
  • กาบูเวร์ดี
  • แคนาดา
    เข้าร่วมและมีผล 11 ม.ค. 2567
  • ชิลี
  • โคลอมเบีย
  • หมู่เกาะคุก
  • คอสตาริกา
  • โครเอเชีย
  • ไซปรัส
  • ดอมินิกา
  • สาธารณรัฐโดมินิกัน
  • เอกวาดอร์
  • เอลซัลวาดอร์
  • เอสโตเนีย
  • เอสวาตินี
  • ฟิจิ
  • จอร์เจีย
  • กรีซ
  • เกรเนดา
  • กัวเตมาลา
  • กายอานา
  • ฮอนดูรัส
  • ฮังการี
  • ไอซ์แลนด์
  • อินโดนีเซีย
    เข้าร่วมและมีผล 4 มิ.ย. 2565
  • จาเมกา
  • คาซัคสถาน
  • โคโซโว
  • คีร์กีซสถาน
  • ลัตเวีย
  • เลโซโท
  • ไลบีเรีย
  • ลิกเตนสไตน์
  • ลิทัวเนีย
  • ลักเซมเบิร์ก
  • มาลาวี
  • มอลตา
  • หมู่เกาะมาร์แชลล์
  • มอริเชียส
  • มอลโดวา
  • โมนาโก
  • มองโกเลีย
  • มอนเตเนโกร
  • โมร็อกโก
  • นามิเบีย
  • นิการากัว
  • มาซิโดเนียเหนือ
  • นีอูเอ
  • โอมาน
  • ปากีสถาน
    เข้าร่วมและมีผล 9 มี.ค. 2568
  • ปาเลา
  • ปานามา
  • ปารากวัย
  • เปรู
  • โรมาเนีย
  • รวันดา
  • เซนต์คิตส์และเนวิส
  • เซนต์ลูเซีย
  • เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
  • ซามัว
  • ซานมารีโน
  • เซาตูเมและปรินซิปี
  • เซเนกัล
  • เซอร์เบีย
  • เซเชลส์
  • สโลวาเกีย
  • สโลวีเนีย
  • ซูรินาเม
  • ทาจิกิสถาน
  • ตรินิแดดและโตเบโก
  • ตูนิเซีย
  • ยูเครน
  • อุรุกวัย
  • อุซเบกิสถาน
  • วานูอาตู
  • เวเนซุเอลา

ประเทศที่ ยังไม่ใช่สมาชิก (ใช้ Legalization)

  • ประเทศไทย
    ปัจจุบันใช้กระบวนการรับรอง (Legalization) ผ่านกรมการกงสุล ก่อนส่งสถานทูตปลายทาง
  • เวียดนาม
  • มาเลเซีย
  • กัมพูชา
  • ลาว
  • เมียนมา
  • อียิปต์
  • จอร์แดน

คำถามที่พบบ่อย

Apostille คืออะไร?

Apostille คือใบรับรองมาตรฐานสากลตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Hague Convention of 5 October 1961) ที่ทำให้เอกสารราชการของประเทศสมาชิกได้รับการยอมรับในประเทศสมาชิกอื่นโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอน Consular Legalization หลายชั้น

ประเทศไทยเป็นสมาชิกอนุสัญญา Apostille หรือยัง?

ขณะที่หน้านี้เผยแพร่ ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille — เอกสารที่ออกในไทยจึงต้องใช้กระบวนการ Consular Legalization ผ่านกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงส่งให้สถานทูตประเทศปลายทางรับรองอีกชั้นหนึ่ง โปรดตรวจสอบสถานะล่าสุดกับ กรมการกงสุล หรือ HCCH ก่อนยื่นเอกสารสำคัญ

ถ้าประเทศปลายทางต้องการ Apostille แต่ไทยไม่ออกให้ ต้องทำอย่างไร?

ใช้เส้นทาง Legalization: (1) แปลรับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียน → (2) Notary Public ของไทยรับรองลายมือชื่อ → (3) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรอง → (4) สถานทูตประเทศปลายทางในกรุงเทพฯ รับรองชั้นสุดท้าย หน่วยงานในประเทศปลายทางส่วนใหญ่ยอมรับเส้นทางนี้แทน Apostille

เอกสารแบบใดบ้างที่ Apostille ครอบคลุม?

ครอบคลุมเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ ศาล นายทะเบียน และเอกสารราชการอื่น ๆ รวมถึงเอกสารที่ผ่านการรับรองโดย Notary Public ของประเทศสมาชิก — เช่น สูติบัตร, ทะเบียนสมรส, ใบประกาศนียบัตร, Power of Attorney, หนังสือมอบอำนาจ และคำพิพากษา

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการรับรองเอกสารไทยส่งต่างประเทศเท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียม MFA อยู่ที่ 200 บาท/ตราต่อชุด (ปกติ) หรือ 400 บาท/ตรา (ด่วน) บวกค่าแปลและค่ารับรองสถานทูตปลายทาง รวมต้นทุนทั่วไปประมาณ 1,500–6,500 บาท/ชุด ระยะเวลา 2–7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับสถานทูตและความเร่งด่วน

Notary Public ของ NYC Legal ช่วยอะไรในกระบวนการนี้?

ทีม Notarial Services Attorney ของ NYC รับรองลายมือชื่อ ความถูกต้องของสำเนา และคำแปลก่อนส่งกรมการกงสุล — เป็นขั้นตอนที่บังคับสำหรับเอกสารที่ออกโดยเอกชน เช่น Power of Attorney, Affidavit, และคำแปลที่ไม่ได้ทำในหน่วยงานรัฐ

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องเอกสารระหว่างประเทศ?

ทีม Notarial Services Attorney และนักแปลขึ้นทะเบียนของ NYC พร้อมจัดการทุกขั้นตอนแทนคุณ

ข้อมูลในหน้านี้สรุปจาก HCCH (Hague Conference on Private International Law) และข้อกำหนดของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ณ วันที่เผยแพร่ — โปรดยืนยันสถานะปัจจุบันก่อนยื่นเอกสารสำคัญ

ประเทศไทยลงนามเข้าร่วมอนุสัญญากรุงเฮก 1961 (Hague Apostille Convention) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2567 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 25 กรกฎาคม 2568 ตามประกาศของ HCCH ทำให้เอกสารไทยที่ผ่าน Apostille จากกรมการกงสุล สามารถใช้ในประเทศสมาชิกอื่นได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูต ประหยัดเวลา 5 – 10 วันทำการและค่าธรรมเนียม สถานทูตปลายทางที่มักอยู่ในช่วง 1,500 – 6,000 บาทต่อชุด — เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กระทบ ทุกฝ่ายที่ต้องส่งเอกสารข้ามพรมแดน

รายละเอียดใบ Apostille ตามมาตรฐาน HCCH

ใบ Apostille ตามมาตรฐานอนุสัญญาต้องมีข้อมูล 10 ช่องบังคับ ได้แก่ (1) ชื่อประเทศ (2) ชื่อผู้ลงนามในเอกสาร (3) ตำแหน่งของผู้ลงนาม (4) ตราประทับของหน่วยงาน (5) สถานที่ออก Apostille (6) วันที่ออก (7) หน่วยงานที่ออก (Competent Authority) (8) หมายเลขซีเรียล (9) ตราประทับของหน่วยงานที่ออก Apostille (10) ลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ทั้งหมดพิมพ์บนกระดาษพิเศษที่มีลายน้ำและลำดับเลขไม่ซ้ำ สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้จากฐานข้อมูลของกรมการกงสุลที่ apostille.consular.go.th

เอกสารทุกฉบับที่ผ่าน Apostille แล้วจะมีใบ Apostille แนบมาด้วยเป็นแผ่นแยก ต้องเก็บใบ Apostille คู่กับเอกสารต้นฉบับตลอด ห้ามแยกออกจากกันหรือถ่ายเอกสารทับใบ Apostille เพราะจะทำให้หน่วยงาน ปลายทางไม่ยอมรับ หากต้องการสำเนาให้ทำใหม่ทั้งชุด (สำเนาเอกสาร + สำเนาใบ Apostille) แนบกันไว้

128 ประเทศสมาชิก HCCH Apostille

สมาชิก Apostille ครอบคลุมกลุ่มประเทศหลักเกือบทั้งหมด: สหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ (ยกเว้นไซปรัสในบางกรณี) สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ตุรกี รัสเซีย ยูเครน กลุ่มอเมริกาเหนือและใต้ (สหรัฐฯ เม็กซิโก อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี โคลอมเบีย เปรู อุรุกวัย เวเนซุเอลา) กลุ่มโอเชียเนีย (ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิจิ ตองงา) กลุ่มเอเชีย (ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มองโกเลีย คาซัคสถาน อิสราเอล บาห์เรน โอมาน) กลุ่มแอฟริกา (โมร็อกโก แอฟริกาใต้ ตูนิเซีย บอตสวานา) รวมทั้งสิ้น 128 ประเทศ ณ ตุลาคม 2568

ประเทศที่ยังไม่ใช่สมาชิก และยังต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบ ได้แก่ ประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย บางส่วน (ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต) ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ (มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา ลาว กัมพูชา) และประเทศในกลุ่มแอฟริกาส่วนใหญ่ ตรวจสอบสถานะ ล่าสุดได้ที่ hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41

ขั้นตอนขอ Apostille ที่กรมการกงสุลไทย

ขั้นตอน 1 เตรียมเอกสารต้นฉบับพร้อมสำเนา 1 ชุด และคำแปลภาษาอังกฤษ (ถ้าเอกสารต้นฉบับเป็นภาษาไทย) ที่ผ่าน การรับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียน MFA — ขั้นตอนนี้ยังคงเหมือนเดิมกับระบบ Legalization

ขั้นตอน 2 จองคิวออนไลน์ที่ consular.mfa.go.th เลือกบริการ "ขอ Apostille" ระบุจำนวนฉบับ และวันที่ต้องการรับเอกสาร ระบบจะออก QR code สำหรับใช้ที่หน้าเคาน์เตอร์ ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ฉบับ สำหรับบริการปกติ (3 วันทำการ) และ 400 บาท/ฉบับ สำหรับบริการเร่งด่วน (ภายในวันเดียวกัน)

ขั้นตอน 3 ไปยื่นเอกสารที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ (แจ้งวัฒนะ อาคาร B ชั้น 3) หรือสาขาเชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต ตามที่เลือกในระบบ ควรมาก่อนเวลานัด 15 นาทีเพื่อผ่านการตรวจ security และสแกน QR code รับหมายเลขคิว

ขั้นตอน 4 รับเอกสารพร้อมใบ Apostille ตามวันนัด ตรวจสอบทันทีที่รับว่าใบ Apostille มีข้อมูลครบ 10 ช่อง ตราประทับชัดเจน และเลขซีเรียลตรงกับใบเสร็จ หากพบข้อผิดพลาดต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีก่อนออกจากอาคาร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด คือ (1) นำสำเนาที่ยังไม่รับรองไปยื่น — กรมการกงสุลต้องการต้นฉบับหรือสำเนา ที่รับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานที่ออกเท่านั้น (2) ขาดคำแปลรับรอง — เอกสารภาษาไทยต้องมีคำแปลภาษา อังกฤษ (หรือภาษาราชการของประเทศปลายทาง) จากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน (3) ลืมจอง Apostille แยกจาก Legalization — ต้องเลือกบริการที่ถูกในระบบจอง หากเลือกผิดจะไม่ได้ใบ Apostille แต่จะได้ตราประทับ Legalization แบบเดิมที่ใช้ในกลุ่ม Non-Hague เท่านั้น

สำหรับเอกสารบริษัท ต้องระบุในระบบจองว่าเอกสารเป็นประเภท "เอกสารทางธุรกิจ" (Corporate) ไม่ใช่ "เอกสารส่วนบุคคล" (Personal) เพราะขั้นตอนการตรวจสอบและอัตราค่าธรรมเนียมบริการเสริม อาจแตกต่างกัน ทีม NYC Legal จะช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ให้ทุกเคสก่อนจองคิวจริง
Step-by-step · How it works

ขั้นตอนการขอ Apostille สำหรับเอกสารไทย

⏱ Estimated time: 7 days฿ From 4,500 THB
  1. ตรวจสอบประเภทเอกสาร

    ยืนยันว่าเอกสารต้นทาง (ทะเบียนราษฎร, โฉนด, หนังสือรับรองบริษัท ฯลฯ) อยู่ในกลุ่มที่ Apostille รองรับ และประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Hague

  2. แปลและรับรองเป็นภาษาอังกฤษ

    แปลโดยนักแปลรับรองและรับรองโดย Notary Public เพื่อให้ MFA ยอมรับ

  3. ยื่นกรมการกงสุล (MFA)

    ยื่นรับรองเอกสารและลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล

  4. ออก Apostille หรือ e-Apostille

    เจ้าหน้าที่ออกใบ Apostille ตามอนุสัญญา Hague พร้อมหมายเลขทะเบียนตรวจสอบออนไลน์ได้

  5. ส่งใช้งานต่างประเทศ

    นำส่งหน่วยงานปลายทางได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก

บริการนี้รองรับทั้งผู้ที่อยู่ในประเทศไทยและชาวต่างชาติที่ต้องนำเอกสารไทยไปใช้ในต่างประเทศ ทีมงานสองภาษา (ไทย–อังกฤษ) ดูแลตั้งแต่การตรวจเอกสารต้นทาง การแปล การรับรองโนตารี ไปจนถึงนิติกรณ์ MFA และสถานทูตปลายทาง

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

เนื้อหาส่วน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก เป็นหนึ่งในงานที่มีปริมาณคำขอสูงสุดของสำนักงาน ปัจจุบันครอบคลุม หลายสิบ หมวดงานหลัก แต่ละหมวดมีเอกสารประกอบ ขั้นตอนการรับรอง และระยะเวลาดำเนินการที่แตกต่างกัน การเลือกเส้นทางที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยประหยัดเวลา 7–14 วัน เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นผิดทางแล้วต้องเริ่มใหม่

เนื่องจากงาน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก เป็นจุดบรรจบของกฎหมายปกครองไทยกับข้อกำหนดของหน่วยงานต่างประเทศ ต้นทุนของความผิดพลาดมักไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่เสียไป แต่เป็น "เวลาที่หาย" — การเลื่อนสัมภาษณ์วีซ่า การโยกสัญญาออกไปอีกไตรมาส หรือการพลาดรอบจดทะเบียน ราคาของเราจึงสะท้อนความจริงข้อนี้: เราอยากเสนอราคาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น และส่งมอบให้ครบในรอบเดียว

ขั้นตอนการบริการ

กระบวนการมาตรฐานของเรามี 5 ขั้น: (1) การประเมินเอกสารต้นทางและสรุปเส้นทางที่เหมาะสมภายใน 1 ชั่วโมงทำการ (2) การจัดเตรียมและแปลเอกสารโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง (3) การรับรองโนตารีโดยทนายผู้รับใบอนุญาต (4) การยื่น MFA และติดตามผลรายวัน (5) การยื่นสถานทูตหรือกงสุลปลายทางพร้อมจัดส่งเอกสารคืนถึงมือลูกค้า

  1. ประเมินเอกสารและให้คำแนะนำเส้นทางฟรี (ภายใน 1 ชั่วโมงทำการ)
  2. แปลโดยนักแปลรับรอง พร้อมตราประทับและเลขที่ใบอนุญาต
  3. รับรองโนตารีโดยทนายผู้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความฯ
  4. ยื่นนิติกรณ์ MFA กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
  5. ยื่นสถานทูต/กงสุลปลายทาง + จัดส่งคืน

ความพร้อมของเอกสารก่อนยื่นจริง

Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก จะมีความเสี่ยงสูงที่สุดเมื่อเส้นตายใกล้และหน่วยงานปลายทางใช้ checklist อย่างเคร่งครัด ก่อนเริ่มแปลหรือรับรองใด ๆ เราจะตรวจว่าเอกสารต้นทางยังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับหรือไม่ ชื่อบุคคล/ชื่อนิติบุคคลตรงกับหนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทหรือไม่ เอกสารแนบต้องยื่นไปพร้อมต้นฉบับหลักหรือไม่ และจำเป็นต้องใช้ตัวจริงลงหมึกสดหรือไม่ ขั้นตอน pre-flight นี้คือจุดที่ช่วยกันปัญหาส่วนใหญ่ได้ดีที่สุด

ในหลายกรณี ความพร้อมของเอกสารไม่ได้หมายถึงการรวบรวมเอกสารให้ครบเท่านั้น แต่รวมถึง “ลำดับ” ด้วย บางหน่วยงานต้องการให้แนบคำแปลก่อนรับรองโนตารี บางแห่งต้องการให้นิติกรณ์ต้นฉบับให้เสร็จก่อนแล้วจึงแปลเพื่อใช้ยื่นในประเทศปลายทาง มหาวิทยาลัย สถานทูต ธนาคาร BOI และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักดูเหมือนขอเอกสารคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วมีมาตรฐานคนละแบบ เราจึงวางลำดับงานตั้งแต่ต้นเพื่อเพิ่มโอกาสผ่านตั้งแต่รอบแรก

ข้อผิดพลาดที่เรามักเจอ (และวิธีป้องกัน)

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของลูกค้าใหม่คือ การใช้สำเนาเอกสารที่ไม่ตรงกับข้อกำหนดต้นทาง (เช่น ทะเบียนบ้านที่อายุเกิน 6 เดือน) การแปลที่ไม่ระบุข้อมูลผู้แปลและเลขที่ใบอนุญาต และการลำดับขั้นตอนนิติกรณ์ผิด เราตรวจประเด็นเหล่านี้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

  • เอกสารต้นทางอายุเกินที่ปลายทางกำหนด (เช่น ทะเบียนบ้านเกิน 6 เดือน)
  • งานแปลที่ไม่ระบุเลขใบอนุญาตหรือไม่มีตราประทับนักแปล
  • ลำดับขั้นนิติกรณ์ผิด ทำให้ต้องเริ่มใหม่
  • การสะกดชื่อภาษาอังกฤษไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทาง บัตรประชาชน และใบเอกสาร

ราคาและระยะเวลาแบบโปร่งใส

ค่าบริการแสดงในตารางราคาแบบโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง รวมค่าธรรมเนียมราชการ ค่าจัดส่ง EMS และค่าทนายในใบเสนอราคาเดียว ระยะเวลาดำเนินการมาตรฐาน 5–10 วันทำการ บริการด่วน 1–3 วันทำการ

อ้างอิงหลัก: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th), Hague Conference on Private International Law (hcch.net), สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (lawyerscouncil.or.th)

การควบคุมคุณภาพ หลักฐาน และความรับผิดชอบ

ทุกแฟ้มงาน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก ที่สำนักงานรับจะผ่านสายงานที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน ผู้แปลหรือผู้จัดเตรียมเอกสารทำรอบแรก ผู้ตรวจทานรอบสองเช็กชื่อ วันเดือนปี หน่วยงาน ตราประทับ และถ้อยคำเฉพาะประเทศปลายทาง จากนั้นทนายหรือ case manager อาวุโสจะยืนยันเส้นทางการรับรองก่อนยื่นจริง ชั้นการควบคุมนี้เองที่ทำให้หน้าบริการไม่ใช่เพียงข้อความโฆษณา แต่เป็นคำอธิบาย workflow ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

นี่คือแกนสำคัญของ E-E-A-T เช่นกัน เพราะระบบค้นหาและ AI รุ่นใหม่จะให้ค่าน้ำหนักกับเว็บไซต์ที่แสดงผู้ตรวจทาน วันที่อัปเดต ความรับผิดชอบ และความสอดคล้องระหว่างสิ่งที่อธิบายในหน้าเว็บกับบริการที่ทำจริง เมื่อมีข้อมูล reviewer, วันที่ทบทวน, ขั้นตอน, แหล่งอ้างอิง และหน้าที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ทั้งผู้ใช้และระบบจะเข้าใจได้ว่าข้อมูลนี้ถูกดูแลโดยผู้ปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่บทความทั่วไปที่ไม่มีเจ้าของความรู้ชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เวลานานเท่าใดสำหรับ Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก?

งานมาตรฐาน 5–10 วันทำการรวมการรับรอง MFA และสถานทูต บริการด่วน 1–3 วันทำการมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย พร้อมสำเนาบัตรประชาชน/หนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร — เราตรวจสอบให้ฟรีก่อนเริ่มงาน

รับรองเอกสารต้องไปด้วยตัวเองไหม?

ไม่จำเป็น ส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านมอบอำนาจได้ทั้งหมด มีบางกรณีที่สถานทูตปลายทางต้องการให้เจ้าของเอกสารมาด้วยตนเอง (เช่น วีซ่าบางประเภท)

ค่าใช้จ่ายแน่นอนเท่าใด?

ขอใบเสนอราคาฟรีภายใน 1 ชั่วโมงทำการที่ LINE @NYCLI หรือ 083-249-4999 — ราคาเป็นแบบเหมารวมค่าธรรมเนียมราชการทุกอย่าง

รับงานทั่วประเทศหรือไม่?

ใช่ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด รับ–ส่งเอกสารถึงบ้าน/สำนักงานทั่วไทยผ่าน Kerry/EMS พร้อม tracking number

ทำให้สถานทูตประเทศไหนได้บ้าง?

รองรับ 168 ประเทศ รวมทั้งกลุ่ม Hague Apostille 125 ประเทศ และกลุ่ม Non-Hague ที่ต้องผ่านสถานทูตในไทย ดูรายชื่อทั้งหมดในหน้า Legalization

บริการที่เกี่ยวข้อง

ตรวจทานโดย: ทนาย ภาคิน (Senior Partner — บริษัท NYC Legal & Notary Services จำกัด) · ทบทวนล่าสุด: 2026-07-09