Apostille Knowledge Hub

Apostille คืออะไร · ประเทศไทย ใช้ได้ไหม

คู่มือสรุปอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961), สถานะของไทย, รายชื่อประเทศสมาชิก 126+ ประเทศ และวิธีรับรองเอกสารไทยส่งต่างประเทศเมื่อปลายทางต้องการ Apostille

Read in English →

สถานะปัจจุบัน: ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (HCCH ยืนยันวันเดียวกัน) แต่อนุสัญญา ยังไม่มีผลบังคับใช้ กับไทย — ตามข้อ 12 จะมีผลในวันที่ 60 หลังพ้นกำหนดคัดค้าน 6 เดือน มีผล 28 กุมภาพันธ์ 2570 ระหว่างนี้เอกสารที่ออกในไทยยังต้องผ่าน Consular Legalization ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทาง ตรวจสอบวันมีผลบังคับใช้ล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์ HCCH

ทำความรู้จัก Apostille

Apostille คือใบรับรองตามแบบมาตรฐานที่ตกลงกันในอนุสัญญากรุงเฮกปี ค.ศ. 1961 (Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents) วัตถุประสงค์คือยกเลิกขั้นตอน Consular Legalization หลายชั้น โดยให้หน่วยงานเดียวในประเทศต้นทาง — ที่เรียกว่า Competent Authority — ออกใบรับรองแบบตายตัวที่ประเทศสมาชิกอื่นยอมรับได้ทันที

สำหรับนักธุรกิจ นักศึกษา และครอบครัวที่ต้องส่งเอกสารระหว่างประเทศ Apostille ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ — แต่ใช้ได้เฉพาะเมื่อทั้งประเทศต้นทาง และ ปลายทาง เป็นสมาชิกอนุสัญญา หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช่ จะต้องใช้กระบวนการ Legalization แบบเดิม

เปรียบเทียบ: Apostille vs Legalization

Apostille (ปลายทางเป็นสมาชิก)

  • • 1 ใบรับรองเท่านั้น
  • • ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง
  • • เวลา 1–3 วันทำการ
  • • ค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก

Legalization (เส้นทางไทยปัจจุบัน)

  • • 4 ขั้นตอน: แปล → Notary → MFA → สถานทูต
  • • ต้องนัดคิวสถานทูตปลายทาง
  • • เวลา 5–10 วันทำการ
  • • ค่าใช้จ่ายแปรผันตามสถานทูต

ขั้นตอนรับรองเอกสารไทยส่งประเทศสมาชิก Apostille

  1. 1. แปลรับรอง

    นักแปลที่ขึ้นทะเบียน MFA / NAATI

  2. 2. Notarial

    Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อ

  3. 3. MFA

    กรมการกงสุล รับรองที่แจ้งวัฒนะ

  4. 4. สถานทูตปลายทาง

    รับรองชั้นสุดท้ายที่สถานทูตในกรุงเทพฯ

หมายเหตุ: เอกสารบางประเภท (เช่น สูติบัตร, ทะเบียนสมรส) ออกโดยหน่วยงานราชการอยู่แล้ว อาจข้ามขั้น Notarial ได้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถานทูตปลายทาง

ประเทศสมาชิก Apostille ที่พบบ่อย

รายชื่อที่ลูกค้าเราพบบ่อย — รายการเต็มกว่า 126 ประเทศดูได้ที่ HCCH Status Table

  • สหรัฐอเมริกา
  • สหราชอาณาจักร
  • ออสเตรเลีย
  • นิวซีแลนด์
  • ญี่ปุ่น
  • เกาหลีใต้
  • เยอรมนี
  • ฝรั่งเศส
  • อิตาลี
  • สเปน
  • เนเธอร์แลนด์
  • เบลเยียม
  • สวิตเซอร์แลนด์
  • ออสเตรีย
  • สวีเดน
  • นอร์เวย์
  • เดนมาร์ก
  • ฟินแลนด์
  • ไอร์แลนด์
  • โปรตุเกส
  • โปแลนด์
  • เช็กเกีย
  • รัสเซีย
  • จีน
    เข้าร่วมเมื่อ พ.ย. 2566 — แนะนำตรวจสอบกับสถานทูตจีนสำหรับเอกสารบางประเภท
  • อินเดีย
  • ฟิลิปปินส์
  • สิงคโปร์
  • บราซิล
  • อาร์เจนตินา
  • เม็กซิโก
  • แอฟริกาใต้
  • อิสราเอล
  • ตุรกี
  • ซาอุดีอาระเบีย
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • แอลเบเนีย
  • อันดอร์รา
  • อาร์เมเนีย
  • อาเซอร์ไบจาน
  • บาฮามาส
  • บาห์เรน
  • บาร์เบโดส
  • เบลารุส
  • เบลีซ
  • โบลิเวีย
  • บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
  • บอตสวานา
  • บรูไน
  • บัลแกเรีย
  • บุรุนดี
  • กาบูเวร์ดี
  • แคนาดา
    เข้าร่วมและมีผล 11 ม.ค. 2567
  • ชิลี
  • โคลอมเบีย
  • หมู่เกาะคุก
  • คอสตาริกา
  • โครเอเชีย
  • ไซปรัส
  • ดอมินิกา
  • สาธารณรัฐโดมินิกัน
  • เอกวาดอร์
  • เอลซัลวาดอร์
  • เอสโตเนีย
  • เอสวาตินี
  • ฟิจิ
  • จอร์เจีย
  • กรีซ
  • เกรเนดา
  • กัวเตมาลา
  • กายอานา
  • ฮอนดูรัส
  • ฮังการี
  • ไอซ์แลนด์
  • อินโดนีเซีย
    เข้าร่วมและมีผล 4 มิ.ย. 2565
  • จาเมกา
  • คาซัคสถาน
  • โคโซโว
  • คีร์กีซสถาน
  • ลัตเวีย
  • เลโซโท
  • ไลบีเรีย
  • ลิกเตนสไตน์
  • ลิทัวเนีย
  • ลักเซมเบิร์ก
  • มาลาวี
  • มอลตา
  • หมู่เกาะมาร์แชลล์
  • มอริเชียส
  • มอลโดวา
  • โมนาโก
  • มองโกเลีย
  • มอนเตเนโกร
  • โมร็อกโก
  • นามิเบีย
  • นิการากัว
  • มาซิโดเนียเหนือ
  • นีอูเอ
  • โอมาน
  • ปากีสถาน
    เข้าร่วมและมีผล 9 มี.ค. 2568
  • ปาเลา
  • ปานามา
  • ปารากวัย
  • เปรู
  • โรมาเนีย
  • รวันดา
  • เซนต์คิตส์และเนวิส
  • เซนต์ลูเซีย
  • เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
  • ซามัว
  • ซานมารีโน
  • เซาตูเมและปรินซิปี
  • เซเนกัล
  • เซอร์เบีย
  • เซเชลส์
  • สโลวาเกีย
  • สโลวีเนีย
  • ซูรินาเม
  • ทาจิกิสถาน
  • ตรินิแดดและโตเบโก
  • ตูนิเซีย
  • ยูเครน
  • อุรุกวัย
  • อุซเบกิสถาน
  • วานูอาตู
  • เวเนซุเอลา

ประเทศที่ ยังไม่ใช่สมาชิก (ใช้ Legalization)

  • ประเทศไทย
    ปัจจุบันใช้กระบวนการรับรอง (Legalization) ผ่านกรมการกงสุล ก่อนส่งสถานทูตปลายทาง
  • เวียดนาม
  • มาเลเซีย
  • กัมพูชา
  • ลาว
  • เมียนมา
  • อียิปต์
  • จอร์แดน

คำถามที่พบบ่อย

Apostille คืออะไร?

Apostille คือใบรับรองมาตรฐานสากลตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Hague Convention of 5 October 1961) ที่ทำให้เอกสารราชการของประเทศสมาชิกได้รับการยอมรับในประเทศสมาชิกอื่นโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอน Consular Legalization หลายชั้น

ประเทศไทยเป็นสมาชิกอนุสัญญา Apostille หรือยัง?

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ต่อผู้เก็บรักษาเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (HCCH ยืนยันวันเดียวกัน) แต่อนุสัญญายังไม่มีผลบังคับใช้กับไทย — ตามข้อ 12 จะมีผลในวันที่ 60 หลังพ้นกำหนดคัดค้าน 6 เดือน มีผล 28 กุมภาพันธ์ 2570 ระหว่างนี้เอกสารที่ออกในไทยยังต้องใช้ Consular Legalization ผ่านกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงให้สถานทูตประเทศปลายทางรับรองอีกชั้นหนึ่ง โปรดตรวจสอบวันมีผลบังคับใช้ล่าสุดกับกรมการกงสุลหรือ HCCH ก่อนยื่นเอกสารสำคัญ

ถ้าประเทศปลายทางต้องการ Apostille แต่ไทยไม่ออกให้ ต้องทำอย่างไร?

ใช้เส้นทาง Legalization: (1) แปลรับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียน → (2) Notary Public ของไทยรับรองลายมือชื่อ → (3) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรอง → (4) สถานทูตประเทศปลายทางในกรุงเทพฯ รับรองชั้นสุดท้าย หน่วยงานในประเทศปลายทางส่วนใหญ่ยอมรับเส้นทางนี้แทน Apostille

เอกสารแบบใดบ้างที่ Apostille ครอบคลุม?

ครอบคลุมเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ ศาล นายทะเบียน และเอกสารราชการอื่น ๆ รวมถึงเอกสารที่ผ่านการรับรองโดย Notary Public ของประเทศสมาชิก — เช่น สูติบัตร, ทะเบียนสมรส, ใบประกาศนียบัตร, Power of Attorney, หนังสือมอบอำนาจ และคำพิพากษา

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการรับรองเอกสารไทยส่งต่างประเทศเท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียม MFA อยู่ที่ 200 บาท/ตราต่อชุด (ปกติ) หรือ 400 บาท/ตรา (ด่วน) บวกค่าแปลและค่ารับรองสถานทูตปลายทาง รวมต้นทุนทั่วไปประมาณ 1,500–6,500 บาท/ชุด ระยะเวลา 2–7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับสถานทูตและความเร่งด่วน

Notary Public ของ NYC Legal ช่วยอะไรในกระบวนการนี้?

ทีม Notarial Services Attorney ของ NYC รับรองลายมือชื่อ ความถูกต้องของสำเนา และคำแปลก่อนส่งกรมการกงสุล — เป็นขั้นตอนที่บังคับสำหรับเอกสารที่ออกโดยเอกชน เช่น Power of Attorney, Affidavit, และคำแปลที่ไม่ได้ทำในหน่วยงานรัฐ

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องเอกสารระหว่างประเทศ?

ทีม Notarial Services Attorney และนักแปลขึ้นทะเบียนของ NYC พร้อมจัดการทุกขั้นตอนแทนคุณ

ข้อมูลในหน้านี้สรุปจาก HCCH (Hague Conference on Private International Law) และข้อกำหนดของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ณ วันที่เผยแพร่ — โปรดยืนยันสถานะปัจจุบันก่อนยื่นเอกสารสำคัญ

ประเทศไทยลงนามเข้าร่วมอนุสัญญากรุงเฮก 1961 (Hague Apostille Convention) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2567 และและจะมีผลบังคับใช้กับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามประกาศของ HCCH ทำให้เอกสารไทยที่ผ่าน Apostille จากกรมการกงสุล สามารถใช้ในประเทศสมาชิกอื่นได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูต ประหยัดเวลา 5 – 10 วันทำการและค่าธรรมเนียม สถานทูตปลายทางที่มักอยู่ในช่วง 1,500 – 6,000 บาทต่อชุด — เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กระทบ ทุกฝ่ายที่ต้องส่งเอกสารข้ามพรมแดน

รายละเอียดใบ Apostille ตามมาตรฐาน HCCH

ใบ Apostille ตามมาตรฐานอนุสัญญาต้องมีข้อมูล 10 ช่องบังคับ ได้แก่ (1) ชื่อประเทศ (2) ชื่อผู้ลงนามในเอกสาร (3) ตำแหน่งของผู้ลงนาม (4) ตราประทับของหน่วยงาน (5) สถานที่ออก Apostille (6) วันที่ออก (7) หน่วยงานที่ออก (Competent Authority) (8) หมายเลขซีเรียล (9) ตราประทับของหน่วยงานที่ออก Apostille (10) ลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ทั้งหมดพิมพ์บนกระดาษพิเศษที่มีลายน้ำและลำดับเลขไม่ซ้ำ สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้จากฐานข้อมูลของกรมการกงสุลที่ apostille.consular.go.th

เอกสารทุกฉบับที่ผ่าน Apostille แล้วจะมีใบ Apostille แนบมาด้วยเป็นแผ่นแยก ต้องเก็บใบ Apostille คู่กับเอกสารต้นฉบับตลอด ห้ามแยกออกจากกันหรือถ่ายเอกสารทับใบ Apostille เพราะจะทำให้หน่วยงาน ปลายทางไม่ยอมรับ หากต้องการสำเนาให้ทำใหม่ทั้งชุด (สำเนาเอกสาร + สำเนาใบ Apostille) แนบกันไว้

128 ประเทศสมาชิก HCCH Apostille

สมาชิก Apostille ครอบคลุมกลุ่มประเทศหลักเกือบทั้งหมด: สหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ (ยกเว้นไซปรัสในบางกรณี) สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ตุรกี รัสเซีย ยูเครน กลุ่มอเมริกาเหนือและใต้ (สหรัฐฯ เม็กซิโก อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี โคลอมเบีย เปรู อุรุกวัย เวเนซุเอลา) กลุ่มโอเชียเนีย (ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิจิ ตองงา) กลุ่มเอเชีย (ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มองโกเลีย คาซัคสถาน อิสราเอล บาห์เรน โอมาน) กลุ่มแอฟริกา (โมร็อกโก แอฟริกาใต้ ตูนิเซีย บอตสวานา) รวมทั้งสิ้น 128 ประเทศ ณ ตุลาคม 2568

ประเทศที่ยังไม่ใช่สมาชิก และยังต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบ ได้แก่ ประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย บางส่วน (ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต) ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ (มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา ลาว กัมพูชา) และประเทศในกลุ่มแอฟริกาส่วนใหญ่ ตรวจสอบสถานะ ล่าสุดได้ที่ hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41

ขั้นตอนขอ Apostille ที่กรมการกงสุลไทย

ขั้นตอน 1 เตรียมเอกสารต้นฉบับพร้อมสำเนา 1 ชุด และคำแปลภาษาอังกฤษ (ถ้าเอกสารต้นฉบับเป็นภาษาไทย) ที่ผ่าน การรับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียน MFA — ขั้นตอนนี้ยังคงเหมือนเดิมกับระบบ Legalization

ขั้นตอน 2 จองคิวออนไลน์ที่ consular.mfa.go.th เลือกบริการ "ขอ Apostille" ระบุจำนวนฉบับ และวันที่ต้องการรับเอกสาร ระบบจะออก QR code สำหรับใช้ที่หน้าเคาน์เตอร์ ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ฉบับ สำหรับบริการปกติ (3 วันทำการ) และ 400 บาท/ฉบับ สำหรับบริการเร่งด่วน (ภายในวันเดียวกัน)

ขั้นตอน 3 ไปยื่นเอกสารที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ (แจ้งวัฒนะ อาคาร B ชั้น 3) หรือสาขาเชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต ตามที่เลือกในระบบ ควรมาก่อนเวลานัด 15 นาทีเพื่อผ่านการตรวจ security และสแกน QR code รับหมายเลขคิว

ขั้นตอน 4 รับเอกสารพร้อมใบ Apostille ตามวันนัด ตรวจสอบทันทีที่รับว่าใบ Apostille มีข้อมูลครบ 10 ช่อง ตราประทับชัดเจน และเลขซีเรียลตรงกับใบเสร็จ หากพบข้อผิดพลาดต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีก่อนออกจากอาคาร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด คือ (1) นำสำเนาที่ยังไม่รับรองไปยื่น — กรมการกงสุลต้องการต้นฉบับหรือสำเนา ที่รับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานที่ออกเท่านั้น (2) ขาดคำแปลรับรอง — เอกสารภาษาไทยต้องมีคำแปลภาษา อังกฤษ (หรือภาษาราชการของประเทศปลายทาง) จากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน (3) ลืมจอง Apostille แยกจาก Legalization — ต้องเลือกบริการที่ถูกในระบบจอง หากเลือกผิดจะไม่ได้ใบ Apostille แต่จะได้ตราประทับ Legalization แบบเดิมที่ใช้ในกลุ่ม Non-Hague เท่านั้น

สำหรับเอกสารบริษัท ต้องระบุในระบบจองว่าเอกสารเป็นประเภท "เอกสารทางธุรกิจ" (Corporate) ไม่ใช่ "เอกสารส่วนบุคคล" (Personal) เพราะขั้นตอนการตรวจสอบและอัตราค่าธรรมเนียมบริการเสริม อาจแตกต่างกัน ทีม NYC Legal จะช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ให้ทุกเคสก่อนจองคิวจริง
10 จาก 800 คำถามคัดสรร · เขียนใหม่ทุกหน้า

800 คำถามเรื่องรับรองเอกสารกงสุล (นิติกรณ์ กรมการกงสุล) — ตอบโดยทีม NYC Legal

Q3007.สำนักงานกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ตั้งอยู่ที่อาคารไหนและเปิดทำการกี่โมง?

สำนักงานกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ตั้งอยู่ที่อาคารไหนและเปิดทำการกี่โมง: ขั้นตอนมาตรฐาน: หน่วยงานต้นเรื่อง → แปลรับรอง → กรมการกงสุล → (ถ้าจำเป็น) สถานทูตปลายทาง เอกสารสำหรับใช้ในประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ยังคงต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตของประเทศนั้นเป็นขั้นสุดท้าย เอกสารที่รอคิวอยู่จะถูกเก็บแยกตามเคส ไม่ปะปนกับเอกสารของลูกค้ารายอื่น หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานในต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศนั้นและสถานทูตไทยก่อนนำมาใช้ในไทย ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลคือ 200 บาทต่อตรา (บริการปกติ) และ 400 บาทต่อตรา (บริการด่วน) — ตรวจสอบอัตราล่าสุดที่ consular.mfa.go.th บริการปกติใช้เวลาโดยประมาณ 2 วันทำการ ส่วน Fast Track รับเล่มได้ภายในวันเดียวกันถึงวันทำการถัดไป ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน สอบถามรายละเอียดค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ก่อนตัดสินใจเริ่มงาน เอกสารราชการไทยต้องเป็นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจและมีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ครบถ้วน ถ้าเป็นสำเนา ต้องให้หน่วยงานต้นเรื่องรับรองสำเนาถูกต้องก่อนนำมายื่นนิติกรณ์ ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q3130.การจดทะเบียนสมรสระหว่างคนต่างชาติกับคนไทย ต้องใช้เอกสารโสดที่ผ่านการรับรองกงสุลใช่หรือไม่?

การจดทะเบียนสมรสระหว่างคนต่างชาติกับคนไทย ต้องใช้เอกสารโสดที่ผ่านการรับรองกงสุลใช่หรือไม่: ข้อกำหนดของประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดจำนวนชั้นการรับรอง ไม่ใช่ประเภทของเอกสารเพียงอย่างเดียว การนัดหมายล่วงหน้าช่วยลดเวลารอ แต่ในวันที่มีปริมาณงานสูง คิวรับเอกสารอาจเลื่อนได้ จึงไม่ควรวางแผนเดินทางชนวันรับ ทีมประสานงานไทย/อังกฤษ/จีน ตอบกลับภายใน 15 นาทีในเวลาทำการ บางสถานทูตกำหนดให้ยื่นด้วยตนเองหรือผ่านตัวแทนที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ควรตรวจเงื่อนไขก่อนนัดหมาย เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) เอกสารสำหรับประเทศภาคีจะจบที่ตรา Apostille เพียงชั้นเดียว หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานในต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศนั้นและสถานทูตไทยก่อนนำมาใช้ในไทย ทีมงานส่ง checklist ครบชุดทาง LINE @NYCLI ภายใน 15 นาทีหลังรับเรื่อง เอกสารราชการไทยต้องเป็นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจและมีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ครบถ้วน ถ้าเป็นสำเนา ต้องให้หน่วยงานต้นเรื่องรับรองสำเนาถูกต้องก่อนนำมายื่นนิติกรณ์ ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q3789.เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ที่รวันดา หลังผ่านกรมการกงสุลแล้ว ยังต้องประทับตราสถานทูตรวันดาในกรุงเทพฯ อีกหรือไม่?

เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ที่รวันดา หลังผ่านกรมการกงสุลแล้ว ยังต้องประทับตราสถานทูตรวันดาในกรุงเทพฯ อีกหรือไม่: ก่อนเริ่มงานเราจะตรวจว่าเอกสารต้นทางออกโดยหน่วยงานใด และต้องผ่านการรับรองชั้นใดก่อนเข้ากรมการกงสุล ผู้ที่ต้องใช้เอกสารชุดเดียวกันหลายประเทศ ควรสั่งคัดสำเนาต้นฉบับเพิ่มตั้งแต่แรก เพราะแต่ละประเทศมักต้องใช้ชุดของตนเอง เอกสารที่รอคิวอยู่จะถูกเก็บแยกตามเคส ไม่ปะปนกับเอกสารของลูกค้ารายอื่น เอกสารที่มีหลายหน้าให้ยึดการเรียงหน้าและเลขหน้าตามต้นฉบับ พร้อมแนบสำเนาครบทุกหน้า ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าต้องจบที่กรมการกงสุลหรือต้องต่อสถานทูตอีกชั้น จึงควรระบุประเทศตั้งแต่วันแรก หากมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ หากคุณอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เราดำเนินการแทนได้ทั้งกระบวนการโดยไม่ต้องเดินทางมาเอง กรณีมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ พร้อมระบุรายการเอกสารที่มอบอำนาจให้ดำเนินการอย่างชัดเจน ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q39118.การแปลเอกสารราชการเป็นภาษาที่สามจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570

การแปลเอกสารราชการเป็นภาษาที่สามจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570: ทีมนักแปลของเราแปลไทย-อังกฤษและภาษาที่สามกว่า 30 ภาษา พร้อมหนังสือรับรองคำแปล หากมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ เอกสารที่รอคิวอยู่จะถูกเก็บแยกตามเคส ไม่ปะปนกับเอกสารของลูกค้ารายอื่น เอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นไทยหรืออังกฤษก่อน จึงจะรับรองคำแปลและประทับตรานิติกรณ์ได้ บริการปกติใช้เวลาโดยประมาณ 2 วันทำการ ส่วน Fast Track รับเล่มได้ภายในวันเดียวกันถึงวันทำการถัดไป ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของเจ้าของเอกสารต้องแนบสำเนาทุกครั้ง เพื่อยืนยันการสะกดชื่อให้ตรงกับคำแปล สอบถามค่าบริการและระยะเวลาที่แน่นอน โทร 083-249-4999 หรือ contact@nyconlinetranslation.com กรณีมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ พร้อมระบุรายการเอกสารที่มอบอำนาจให้ดำเนินการอย่างชัดเจน ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการ ควรตรวจอัตราล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q21045.การรับรองเอกสารประกอบคำขอวีซ่าคู่สมรส ใช้ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณเท่าไรหากไม่มีเอกสารตกหล่น

การรับรองเอกสารประกอบคำขอวีซ่าคู่สมรส ใช้ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณเท่าไรหากไม่มีเอกสารตกหล่น: เราวางไทม์ไลน์ย้อนกลับจากวันนัดสัมภาษณ์ เพื่อให้เอกสารเสร็จก่อนอย่างน้อย 5 วันทำการ บางสถานทูตกำหนดให้ยื่นด้วยตนเองหรือผ่านตัวแทนที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ควรตรวจเงื่อนไขก่อนนัดหมาย หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราจะแจ้งรายการและผลกระทบต่อกรอบเวลาให้ทราบทันที เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานเอกชนมักต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือ Notary ก่อนเข้าสู่ขั้นกรมการกงสุล คำแปลต้องคงรูปแบบตาราง ตราประทับ และลายมือชื่อของต้นฉบับ มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่อาจให้แก้ไขก่อนประทับตรา หากต้องใช้เอกสารหลายฉบับพร้อมกัน ควรยื่นเป็นชุดเดียวเพื่อลดจำนวนรอบและระยะเวลารวม ต้องการให้ตรวจชุดเอกสารก่อนเดินทางมายื่นเอง? เราตรวจให้ล่วงหน้าและแจ้งรายการที่ยังขาด เอกสารราชการไทยต้องเป็นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจและมีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ครบถ้วน ถ้าเป็นสำเนา ต้องให้หน่วยงานต้นเรื่องรับรองสำเนาถูกต้องก่อนนำมายื่นนิติกรณ์ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการ ควรตรวจอัตราล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q3741.เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ที่โบลิเวีย หลังผ่านกรมการกงสุลแล้ว ยังต้องประทับตราสถานทูตโบลิเวียในกรุงเทพฯ อีกหรือไม่?

เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ที่โบลิเวีย หลังผ่านกรมการกงสุลแล้ว ยังต้องประทับตราสถานทูตโบลิเวียในกรุงเทพฯ อีกหรือไม่: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราของกรมการกงสุล ส่วนค่าบริการดำเนินการโปรดสอบถามเจ้าหน้าที่ ผู้ที่ต้องใช้เอกสารชุดเดียวกันหลายประเทศ ควรสั่งคัดสำเนาต้นฉบับเพิ่มตั้งแต่แรก เพราะแต่ละประเทศมักต้องใช้ชุดของตนเอง ทุกเคสมีผู้ประสานงานหลักหนึ่งคน เพื่อให้คำตอบตรงกันทุกช่องทางติดต่อ ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าต้องจบที่กรมการกงสุลหรือต้องต่อสถานทูตอีกชั้น จึงควรระบุประเทศตั้งแต่วันแรก การนัดหมายล่วงหน้าช่วยลดเวลารอ แต่ในวันที่มีปริมาณงานสูง คิวรับเอกสารอาจเลื่อนได้ จึงไม่ควรวางแผนเดินทางชนวันรับ เอกสารสำหรับใช้ในประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ยังคงต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตของประเทศนั้นเป็นขั้นสุดท้าย ต้องการให้ตรวจชุดเอกสารก่อนเดินทางมายื่นเอง? เราตรวจให้ล่วงหน้าและแจ้งรายการที่ยังขาด หลังได้รับการรับรองจากกรมการกงสุลแล้ว หลายปลายทางยังกำหนดให้นำไปรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในไทย จึงควรนัดคิวสถานทูตล่วงหน้าคู่ขนานไปกับงานนิติกรณ์ ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q21048.การรับรองเอกสารบริษัทเพื่อเปิดสาขาต่างประเทศ ใช้ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณเท่าไรหากไม่มีเอกสารตกหล่น

การรับรองเอกสารบริษัทเพื่อเปิดสาขาต่างประเทศ ใช้ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณเท่าไรหากไม่มีเอกสารตกหล่น: หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และ ภพ.20 ต้องคัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่เกิน 3 เดือน ผู้ที่ต้องใช้เอกสารชุดเดียวกันหลายประเทศ ควรสั่งคัดสำเนาต้นฉบับเพิ่มตั้งแต่แรก เพราะแต่ละประเทศมักต้องใช้ชุดของตนเอง ทุกเคสมีสรุปสิ่งที่ต้องเตรียมเป็นข้อ ๆ ส่งให้ก่อน เพื่อให้คุณเตรียมเอกสารได้ครบในรอบเดียว การนัดหมายล่วงหน้าช่วยลดเวลารอ แต่ในวันที่มีปริมาณงานสูง คิวรับเอกสารอาจเลื่อนได้ จึงไม่ควรวางแผนเดินทางชนวันรับ คำแปลต้องคงรูปแบบตาราง ตราประทับ และลายมือชื่อของต้นฉบับ มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่อาจให้แก้ไขก่อนประทับตรา บางสถานทูตกำหนดให้ยื่นด้วยตนเองหรือผ่านตัวแทนที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ควรตรวจเงื่อนไขก่อนนัดหมาย สอบถามค่าบริการและระยะเวลาที่แน่นอน โทร 083-249-4999 หรือ contact@nyconlinetranslation.com หลังได้รับการรับรองจากกรมการกงสุลแล้ว หลายปลายทางยังกำหนดให้นำไปรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในไทย จึงควรนัดคิวสถานทูตล่วงหน้าคู่ขนานไปกับงานนิติกรณ์ ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q21023.การรับรองเอกสารการศึกษาก่อนยื่นมหาวิทยาลัยต่างประเทศ มีขั้นตอนใดที่คนมักทำผิดลำดับจนต้องเริ่มใหม่

การรับรองเอกสารการศึกษาก่อนยื่นมหาวิทยาลัยต่างประเทศ มีขั้นตอนใดที่คนมักทำผิดลำดับจนต้องเริ่มใหม่: วุฒิการศึกษาและ Transcript ต้องผ่านการรับรองจากสถาบันหรือกระทรวงศึกษาธิการก่อนเข้ากรมการกงสุล ควรตรวจว่าหน่วยงานปลายทางต้องการฉบับแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น เพราะบางแห่งไม่รับฉบับภาษาอังกฤษ เรายึดข้อกำหนดที่หน่วยงานประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นหลัก และอ้างอิงแหล่งที่มาให้ตรวจสอบได้ หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานในต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศนั้นและสถานทูตไทยก่อนนำมาใช้ในไทย การนัดหมายล่วงหน้าช่วยลดเวลารอ แต่ในวันที่มีปริมาณงานสูง คิวรับเอกสารอาจเลื่อนได้ จึงไม่ควรวางแผนเดินทางชนวันรับ เอกสารทะเบียนราษฎรควรคัดสำเนาใหม่จากสำนักงานเขต/อำเภอ เพราะหลายหน่วยงานปลายทางกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือน หากปลายทางปฏิเสธเอกสารด้วยเหตุด้านรูปแบบหรือคำแปล เราดำเนินการแก้ไขและยื่นใหม่ให้ภายใน 30 วัน หากปลายทางเป็นประเทศภาคีอนุสัญญา Apostille ให้ตรวจก่อนว่ารูปแบบที่ต้องการคือ Apostille หรือการรับรองแบบเดิม (legalisation) เพราะขั้นตอนต่อจากกรมการกงสุลต่างกันโดยสิ้นเชิง ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q21017.การรับรองหนังสือมอบอำนาจนิติบุคคล ต้องเตรียมเอกสารต้นฉบับและสำเนาอย่างละกี่ชุด

การรับรองหนังสือมอบอำนาจนิติบุคคล ต้องเตรียมเอกสารต้นฉบับและสำเนาอย่างละกี่ชุด: ลำดับการรับรองผิดขั้นคือสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด เราจึงวางลำดับให้ครบก่อนยื่นทุกครั้ง เอกสารการศึกษาโดยทั่วไปต้องให้สถาบันรับรองสำเนาถูกต้องก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นรับรองคำแปลได้ ก่อนยื่นจริงเราเทียบชื่อ-สกุลในคำแปลกับหน้าพาสปอร์ตทีละตัวอักษร แบบฟอร์มคำร้องนิติกรณ์กรอกได้ที่จุดบริการหรือดาวน์โหลดล่วงหน้าจากเว็บไซต์กรมการกงสุล เพื่อลดเวลารอที่หน้าเคาน์เตอร์ กรณีเอกสารสูญหายระหว่างขั้นตอน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อขอคัดสำเนาใหม่จากหน่วยงานต้นทางก่อนเริ่มรอบใหม่ ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลคือ 200 บาทต่อตรา (บริการปกติ) และ 400 บาทต่อตรา (บริการด่วน) — ตรวจสอบอัตราล่าสุดที่ consular.mfa.go.th ส่งไฟล์สแกนเข้ามาก่อนได้ เจ้าหน้าที่จะประเมินเส้นทางเอกสารและแจ้งกลับในวันทำการเดียวกัน กรณีมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ พร้อมระบุรายการเอกสารที่มอบอำนาจให้ดำเนินการอย่างชัดเจน ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

Q3091.การรับรอง Notary Public ในต่างประเทศ มีผลสมบูรณ์ในการนำมาใช้ในไทยทันทีหรือไม่?

การรับรอง Notary Public ในต่างประเทศ มีผลสมบูรณ์ในการนำมาใช้ในไทยทันทีหรือไม่: งานนิติกรณ์เอกสารออกโดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ อาคารรัฐประศาสนภักดี เอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นไทยหรืออังกฤษก่อน จึงจะรับรองคำแปลและประทับตรานิติกรณ์ได้ เราตรวจคำแปลซ้ำสองชั้นโดยนักแปลและนิติกรก่อนเข้าคิวกรมการกงสุล เอกสารการศึกษาโดยทั่วไปต้องให้สถาบันรับรองสำเนาถูกต้องก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นรับรองคำแปลได้ เอกสารที่ผ่านการรับรองแล้วไม่ควรเจาะรู เย็บใหม่ หรือแยกแผ่น เพราะการเปลี่ยนสภาพชุดเอกสารทำให้ต้องยื่นรับรองใหม่ หากมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ หากปลายทางปฏิเสธเอกสารด้วยเหตุด้านรูปแบบหรือคำแปล เราดำเนินการแก้ไขและยื่นใหม่ให้ภายใน 30 วัน กรณีมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ พร้อมระบุรายการเอกสารที่มอบอำนาจให้ดำเนินการอย่างชัดเจน ข้อควรระวัง: กรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อและตราประทับของผู้ออกเอกสาร ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ตรวจขั้นตอนและอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และตรวจสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ที่ hcch.net

12 จาก 1,600 คำถามคัดสรร · อ้างอิงประกาศราชการ · ไม่มีการรับประกันผล

1,600 คำถามเรื่อง Apostille และการรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ — ตอบโดยทีม NYC Legal

Q321259.การวางลำดับรับรองเอกสารหลายฉบับพร้อมกันในรอบเดียว ต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้งานในคำร้องหรือไม่ และเขียนอย่างไร?

ลำดับงานมาตรฐานคือ จัดเตรียม/แปลเอกสาร → รับรองลายมือชื่อหรือคำแปล → ยื่นกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → ยื่นสถานทูตประเทศปลายทาง ขั้นตอนแนะนำ: ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วจึงเริ่มจัดเตรียมเอกสาร ข้อควรระวัง: ระยะเวลาและเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบใหม่ก่อนวันยื่นจริง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ถ่ายภาพหรือสแกนเอกสารทุกหน้าเก็บไว้หลังได้รับตราแล้ว เพื่อใช้อ้างอิงเลขที่รับรองเมื่อปลายทางขอตรวจสอบ ข้อควรระวัง: เงื่อนไขการรับเรื่องของหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจซ้ำอีกครั้งใกล้วันยื่นจริง เอกสารราชการยื่นได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะรับรองในขั้นถัดไปได้ ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q26133.ถ้าการรับรองเอกสารที่กรมการกงสุลถูกตีกลับ ควรตรวจสอบจุดใดก่อนยื่นใหม่

กรมการกงสุลรับรองเฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานไทยหรือคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับ และจะตรวจสอบตราประทับกับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร ขั้นตอนแนะนำ: หากมีหลายเอกสาร ให้ยื่นพร้อมกันเพื่อให้การสะกดชื่อและวันที่สอดคล้องกันทั้งชุด ข้อควรระวัง: ชื่อ-สกุลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รับเรื่อง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เอกสารราชการยื่นได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะรับรองในขั้นถัดไปได้ ข้อควรระวัง: อย่าอ้างอิงข้อมูลจากกระทู้หรือเว็บบอร์ด ให้ยึดประกาศของหน่วยงานราชการและรายชื่อภาคีจาก HCCH เป็นหลัก วางแผนให้ขั้นรับรองอยู่ใกล้วันใช้งานจริง เพราะปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุการยอมรับของเอกสารที่รับรองแล้ว ข้อควรระวัง: ประเทศภาคีบางแห่งยังกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของตนโดยผู้แปลที่ศาลของประเทศนั้นแต่งตั้ง ซึ่ง Apostille ไม่ทดแทนข้อกำหนดนี้ ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q321293.การยื่นรับรองที่กรมการกงสุลสำหรับเอกสารการศึกษา เหมาะจะรวมกับบริการใดในคราวเดียวเพื่อลดรอบการเดินทาง?

กรมการกงสุลรับรองเฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานไทยหรือคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับ และจะตรวจสอบตราประทับกับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร ขั้นตอนแนะนำ: ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วจึงเริ่มจัดเตรียมเอกสาร ข้อควรระวัง: ชื่อ-สกุลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รับเรื่อง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล วางแผนให้ขั้นรับรองอยู่ใกล้วันใช้งานจริง เพราะปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุการยอมรับของเอกสารที่รับรองแล้ว ข้อควรระวัง: ประเทศภาคีบางแห่งยังกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของตนโดยผู้แปลที่ศาลของประเทศนั้นแต่งตั้ง ซึ่ง Apostille ไม่ทดแทนข้อกำหนดนี้ ตรวจว่าปลายทางรับ Apostille บนต้นฉบับ บนสำเนารับรอง หรือบนคำแปล เพราะแต่ละหน่วยงานกำหนดไม่เหมือนกันและแก้ย้อนหลังไม่ได้ ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q25193.ใบขับขี่ ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้างเมื่อพูดถึงการรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล?

กรมการกงสุลรับรองเฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานไทยหรือคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับ และจะตรวจสอบตราประทับกับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร ขั้นตอนแนะนำ: ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วจึงเริ่มจัดเตรียมเอกสาร ข้อควรระวัง: อย่าเย็บ ตัด หรือแกะแม็กเอกสารที่หน่วยงานประทับตราแล้ว ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ตรวจก่อนเสมอว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ถ้าเป็นภาคีจะจบที่ Apostille ถ้าไม่เป็นภาคีต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางในไทย ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ตรวจว่าปลายทางรับ Apostille บนต้นฉบับ บนสำเนารับรอง หรือบนคำแปล เพราะแต่ละหน่วยงานกำหนดไม่เหมือนกันและแก้ย้อนหลังไม่ได้ ข้อควรระวัง: เงื่อนไขการรับเรื่องของหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจซ้ำอีกครั้งใกล้วันยื่นจริง ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q321277.เอกสารภาษาที่สามในการยื่นรับรองที่กรมการกงสุลสำหรับเอกสารการศึกษา ต้องผ่านกระบวนการเพิ่มเติมอะไร?

กรมการกงสุลรับรองเฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานไทยหรือคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับ และจะตรวจสอบตราประทับกับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร ขั้นตอนแนะนำ: ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วจึงเริ่มจัดเตรียมเอกสาร ข้อควรระวัง: อย่าอ้างอิงข้อมูลจากเว็บบอร์ด ให้ยึดประกาศของหน่วยงานราชการเป็นหลักเสมอ ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล วางแผนให้ขั้นรับรองอยู่ใกล้วันใช้งานจริง เพราะปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุการยอมรับของเอกสารที่รับรองแล้ว ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ตรวจก่อนเสมอว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ถ้าเป็นภาคีจะจบที่ Apostille ถ้าไม่เป็นภาคีต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางในไทย ข้อควรระวัง: เงื่อนไขการรับเรื่องของหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจซ้ำอีกครั้งใกล้วันยื่นจริง ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q26213.อยู่ต่างประเทศสามารถดำเนินการการรับรองคำแปลก่อนยื่นกรมการกงสุลได้หรือไม่ และรับเอกสารคืนอย่างไร

กรมการกงสุลรับรองเฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานไทยหรือคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับ และจะตรวจสอบตราประทับกับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร ขั้นตอนแนะนำ: หากมีหลายเอกสาร ให้ยื่นพร้อมกันเพื่อให้การสะกดชื่อและวันที่สอดคล้องกันทั้งชุด ข้อควรระวัง: ระยะเวลาและเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบใหม่ก่อนวันยื่นจริง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล วางแผนให้ขั้นรับรองอยู่ใกล้วันใช้งานจริง เพราะปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุการยอมรับของเอกสารที่รับรองแล้ว ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง หากปลายทางต้องการคำแปล ให้จัดทำคำแปลและนำคำแปลเข้าสู่ขั้นรับรองด้วย ไม่ใช่รับรองเฉพาะต้นฉบับเพียงอย่างเดียว ข้อควรระวัง: อย่าอ้างอิงข้อมูลจากกระทู้หรือเว็บบอร์ด ให้ยึดประกาศของหน่วยงานราชการและรายชื่อภาคีจาก HCCH เป็นหลัก ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q25241.เอกสารที่จะใช้ในสหราชอาณาจักร เกี่ยวข้องกับการรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล อย่างไร และควรตรวจสอบกับหน่วยงานใด?

กรมการกงสุลรับรองเฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานไทยหรือคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับ และจะตรวจสอบตราประทับกับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร ขั้นตอนแนะนำ: ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วจึงเริ่มจัดเตรียมเอกสาร ข้อควรระวัง: ระยะเวลาและเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบใหม่ก่อนวันยื่นจริง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ตรวจว่าปลายทางรับ Apostille บนต้นฉบับ บนสำเนารับรอง หรือบนคำแปล เพราะแต่ละหน่วยงานกำหนดไม่เหมือนกันและแก้ย้อนหลังไม่ได้ ข้อควรระวัง: ประเทศภาคีบางแห่งยังกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของตนโดยผู้แปลที่ศาลของประเทศนั้นแต่งตั้ง ซึ่ง Apostille ไม่ทดแทนข้อกำหนดนี้ วางแผนให้ขั้นรับรองอยู่ใกล้วันใช้งานจริง เพราะปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุการยอมรับของเอกสารที่รับรองแล้ว ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q321015.การเตรียมเอกสารสำหรับประเทศในกลุ่มเชงเก้นที่ขอเอกสารใหม่ ต้องใช้เอกสารตัวจริงกี่ฉบับ และสำเนากี่ชุด?

ประเทศกลุ่มเชงเก้นหลายแห่งกำหนดให้คำแปลทำโดยนักแปลที่สถานทูตยอมรับหรือนักแปลสาบานตนในประเทศนั้น ต้องตรวจรายชื่อกับสถานทูตก่อน ขั้นตอนแนะนำ: ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วจึงเริ่มจัดเตรียมเอกสาร ข้อควรระวัง: อย่าอ้างอิงข้อมูลจากเว็บบอร์ด ให้ยึดประกาศของหน่วยงานราชการเป็นหลักเสมอ ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ถ่ายภาพหรือสแกนเอกสารทุกหน้าเก็บไว้หลังได้รับตราแล้ว เพื่อใช้อ้างอิงเลขที่รับรองเมื่อปลายทางขอตรวจสอบ ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ตรวจก่อนเสมอว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ถ้าเป็นภาคีจะจบที่ Apostille ถ้าไม่เป็นภาคีต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางในไทย ข้อควรระวัง: ประเทศภาคีบางแห่งยังกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของตนโดยผู้แปลที่ศาลของประเทศนั้นแต่งตั้ง ซึ่ง Apostille ไม่ทดแทนข้อกำหนดนี้ ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q26139.ถ้าการแปลรับรองเอกสารราชการเป็นภาษาปลายทางถูกตีกลับ ควรตรวจสอบจุดใดก่อนยื่นใหม่

คำแปลต้องตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร รวมถึงการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง เลขที่เอกสาร และวันที่แบบเดียวกับต้นฉบับ ขั้นตอนแนะนำ: หากมีหลายเอกสาร ให้ยื่นพร้อมกันเพื่อให้การสะกดชื่อและวันที่สอดคล้องกันทั้งชุด ข้อควรระวัง: ชื่อ-สกุลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รับเรื่อง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เอกสารราชการยื่นได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะรับรองในขั้นถัดไปได้ ข้อควรระวัง: อย่าอ้างอิงข้อมูลจากกระทู้หรือเว็บบอร์ด ให้ยึดประกาศของหน่วยงานราชการและรายชื่อภาคีจาก HCCH เป็นหลัก หากปลายทางต้องการคำแปล ให้จัดทำคำแปลและนำคำแปลเข้าสู่ขั้นรับรองด้วย ไม่ใช่รับรองเฉพาะต้นฉบับเพียงอย่างเดียว ข้อควรระวัง: ประเทศภาคีบางแห่งยังกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของตนโดยผู้แปลที่ศาลของประเทศนั้นแต่งตั้ง ซึ่ง Apostille ไม่ทดแทนข้อกำหนดนี้ ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q25535.มรณบัตร ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้างเมื่อพูดถึงประเภทเอกสารที่นำไปรับรอง?

เอกสารทะเบียนราษฎรควรใช้ฉบับที่คัดรับรองใหม่จากสำนักทะเบียน เพราะหลายหน่วยงานปลายทางกำหนดอายุเอกสารนับจากวันคัดสำเนา ขั้นตอนแนะนำ: ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วจึงเริ่มจัดเตรียมเอกสาร ข้อควรระวัง: ระยะเวลาและเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบใหม่ก่อนวันยื่นจริง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล หากปลายทางต้องการคำแปล ให้จัดทำคำแปลและนำคำแปลเข้าสู่ขั้นรับรองด้วย ไม่ใช่รับรองเฉพาะต้นฉบับเพียงอย่างเดียว ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง วางแผนให้ขั้นรับรองอยู่ใกล้วันใช้งานจริง เพราะปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุการยอมรับของเอกสารที่รับรองแล้ว ข้อควรระวัง: อย่าอ้างอิงข้อมูลจากกระทู้หรือเว็บบอร์ด ให้ยึดประกาศของหน่วยงานราชการและรายชื่อภาคีจาก HCCH เป็นหลัก ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q221185.ตรวจสอบสถานะงานของการใช้เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille กับหน่วยงานไทย ได้จากช่องทางใด และควรจดเลขอะไรไว้?

เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้ว เมื่อนำมาใช้ในไทยมักต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลก่อนยื่นต่อหน่วยงานไทย ขั้นตอนแนะนำ: หากมีหลายเอกสาร ให้ยื่นพร้อมกันเพื่อให้การสะกดชื่อและวันที่สอดคล้องกันทั้งชุด ข้อควรระวัง: ระยะเวลาและเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบใหม่ก่อนวันยื่นจริง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ถ่ายภาพหรือสแกนเอกสารทุกหน้าเก็บไว้หลังได้รับตราแล้ว เพื่อใช้อ้างอิงเลขที่รับรองเมื่อปลายทางขอตรวจสอบ ข้อควรระวัง: ประเทศภาคีบางแห่งยังกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของตนโดยผู้แปลที่ศาลของประเทศนั้นแต่งตั้ง ซึ่ง Apostille ไม่ทดแทนข้อกำหนดนี้ เอกสารราชการยื่นได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะรับรองในขั้นถัดไปได้ ข้อควรระวัง: เงื่อนไขการรับเรื่องของหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจซ้ำอีกครั้งใกล้วันยื่นจริง ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Q321013.การรับรองใบเกิด ใบสมรส และทะเบียนบ้านชุดเดียวกัน ต้องใช้เอกสารตัวจริงกี่ฉบับ และสำเนากี่ชุด?

เอกสารทะเบียนราษฎรควรใช้ฉบับที่คัดรับรองใหม่จากสำนักทะเบียน เพราะหลายหน่วยงานปลายทางกำหนดอายุเอกสารนับจากวันคัดสำเนา ขั้นตอนแนะนำ: หากมีหลายเอกสาร ให้ยื่นพร้อมกันเพื่อให้การสะกดชื่อและวันที่สอดคล้องกันทั้งชุด ข้อควรระวัง: อย่าเย็บ ตัด หรือแกะแม็กเอกสารที่หน่วยงานประทับตราแล้ว ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมการกงสุล (https://consular.mfa.go.th/th/page/apostille) และ HCCH (https://www.hcch.net/en/news-archive/details/?varevent=1158) ค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง สอบถามทีมงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล หากปลายทางต้องการคำแปล ให้จัดทำคำแปลและนำคำแปลเข้าสู่ขั้นรับรองด้วย ไม่ใช่รับรองเฉพาะต้นฉบับเพียงอย่างเดียว ข้อควรระวัง: Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราของผู้ออกเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ตรวจก่อนเสมอว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ถ้าเป็นภาคีจะจบที่ Apostille ถ้าไม่เป็นภาคีต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางในไทย ข้อควรระวัง: ประเทศภาคีบางแห่งยังกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของตนโดยผู้แปลที่ศาลของประเทศนั้นแต่งตั้ง ซึ่ง Apostille ไม่ทดแทนข้อกำหนดนี้ ตรวจรายชื่อประเทศภาคีที่ hcch.net และขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)

Step-by-step · How it works

ขั้นตอนการขอ Apostille สำหรับเอกสารไทย

⏱ Estimated time: 7 days฿ From 4,500 THB
  1. ตรวจสอบประเภทเอกสาร

    ยืนยันว่าเอกสารต้นทาง (ทะเบียนราษฎร, โฉนด, หนังสือรับรองบริษัท ฯลฯ) อยู่ในกลุ่มที่ Apostille รองรับ และประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Hague

  2. แปลและรับรองเป็นภาษาอังกฤษ

    แปลโดยนักแปลรับรองและรับรองโดย Notary Public เพื่อให้ MFA ยอมรับ

  3. ยื่นกรมการกงสุล (MFA)

    ยื่นรับรองเอกสารและลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล

  4. ออก Apostille หรือ e-Apostille

    เจ้าหน้าที่ออกใบ Apostille ตามอนุสัญญา Hague พร้อมหมายเลขทะเบียนตรวจสอบออนไลน์ได้

  5. ส่งใช้งานต่างประเทศ

    นำส่งหน่วยงานปลายทางได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก

บริการนี้รองรับทั้งผู้ที่อยู่ในประเทศไทยและชาวต่างชาติที่ต้องนำเอกสารไทยไปใช้ในต่างประเทศ ทีมงานสองภาษา (ไทย–อังกฤษ) ดูแลตั้งแต่การตรวจเอกสารต้นทาง การแปล การรับรองโนตารี ไปจนถึงนิติกรณ์ MFA และสถานทูตปลายทาง

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

เนื้อหาส่วน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก เป็นหนึ่งในงานที่มีปริมาณคำขอสูงสุดของสำนักงาน ปัจจุบันครอบคลุม หลายสิบ หมวดงานหลัก แต่ละหมวดมีเอกสารประกอบ ขั้นตอนการรับรอง และระยะเวลาดำเนินการที่แตกต่างกัน การเลือกเส้นทางที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยประหยัดเวลา 7–14 วัน เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นผิดทางแล้วต้องเริ่มใหม่

เนื่องจากงาน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก เป็นจุดบรรจบของกฎหมายปกครองไทยกับข้อกำหนดของหน่วยงานต่างประเทศ ต้นทุนของความผิดพลาดมักไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่เสียไป แต่เป็น "เวลาที่หาย" — การเลื่อนสัมภาษณ์วีซ่า การโยกสัญญาออกไปอีกไตรมาส หรือการพลาดรอบจดทะเบียน ราคาของเราจึงสะท้อนความจริงข้อนี้: เราอยากเสนอราคาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น และส่งมอบให้ครบในรอบเดียว

ขั้นตอนการบริการ

กระบวนการมาตรฐานของเรามี 5 ขั้น: (1) การประเมินเอกสารต้นทางและสรุปเส้นทางที่เหมาะสมภายใน 1 ชั่วโมงทำการ (2) การจัดเตรียมและแปลเอกสารโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง (3) การรับรองโนตารีโดยทนายผู้รับใบอนุญาต (4) การยื่น MFA และติดตามผลรายวัน (5) การยื่นสถานทูตหรือกงสุลปลายทางพร้อมจัดส่งเอกสารคืนถึงมือลูกค้า

  1. ประเมินเอกสารและให้คำแนะนำเส้นทางฟรี (ภายใน 1 ชั่วโมงทำการ)
  2. แปลโดยนักแปลรับรอง พร้อมตราประทับและเลขที่ใบอนุญาต
  3. รับรองโนตารีโดยทนายผู้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความฯ
  4. ยื่นนิติกรณ์ MFA กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
  5. ยื่นสถานทูต/กงสุลปลายทาง + จัดส่งคืน

ความพร้อมของเอกสารก่อนยื่นจริง

Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก จะมีความเสี่ยงสูงที่สุดเมื่อเส้นตายใกล้และหน่วยงานปลายทางใช้ checklist อย่างเคร่งครัด ก่อนเริ่มแปลหรือรับรองใด ๆ เราจะตรวจว่าเอกสารต้นทางยังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับหรือไม่ ชื่อบุคคล/ชื่อนิติบุคคลตรงกับหนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทหรือไม่ เอกสารแนบต้องยื่นไปพร้อมต้นฉบับหลักหรือไม่ และจำเป็นต้องใช้ตัวจริงลงหมึกสดหรือไม่ ขั้นตอน pre-flight นี้คือจุดที่ช่วยกันปัญหาส่วนใหญ่ได้ดีที่สุด

ในหลายกรณี ความพร้อมของเอกสารไม่ได้หมายถึงการรวบรวมเอกสารให้ครบเท่านั้น แต่รวมถึง “ลำดับ” ด้วย บางหน่วยงานต้องการให้แนบคำแปลก่อนรับรองโนตารี บางแห่งต้องการให้นิติกรณ์ต้นฉบับให้เสร็จก่อนแล้วจึงแปลเพื่อใช้ยื่นในประเทศปลายทาง มหาวิทยาลัย สถานทูต ธนาคาร BOI และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักดูเหมือนขอเอกสารคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วมีมาตรฐานคนละแบบ เราจึงวางลำดับงานตั้งแต่ต้นเพื่อเพิ่มโอกาสผ่านตั้งแต่รอบแรก

ข้อผิดพลาดที่เรามักเจอ (และวิธีป้องกัน)

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของลูกค้าใหม่คือ การใช้สำเนาเอกสารที่ไม่ตรงกับข้อกำหนดต้นทาง (เช่น ทะเบียนบ้านที่อายุเกิน 6 เดือน) การแปลที่ไม่ระบุข้อมูลผู้แปลและเลขที่ใบอนุญาต และการลำดับขั้นตอนนิติกรณ์ผิด เราตรวจประเด็นเหล่านี้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

  • เอกสารต้นทางอายุเกินที่ปลายทางกำหนด (เช่น ทะเบียนบ้านเกิน 6 เดือน)
  • งานแปลที่ไม่ระบุเลขใบอนุญาตหรือไม่มีตราประทับนักแปล
  • ลำดับขั้นนิติกรณ์ผิด ทำให้ต้องเริ่มใหม่
  • การสะกดชื่อภาษาอังกฤษไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทาง บัตรประชาชน และใบเอกสาร

ราคาและระยะเวลาแบบโปร่งใส

ค่าบริการแสดงในตารางราคาแบบโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง รวมค่าธรรมเนียมราชการ ค่าจัดส่ง EMS และค่าทนายในใบเสนอราคาเดียว ระยะเวลาดำเนินการมาตรฐาน 5–10 วันทำการ บริการด่วน 1–3 วันทำการ

แหล่งอ้างอิงทางการ และการตรวจสอบ

ทุกข้อความเกี่ยวกับขั้นตอนในหน้านี้ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องด้านล่าง หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม ไม่คงข้อมูลเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว

ค่าธรรมเนียมราชการที่ระบุในเว็บไซต์นี้เป็นอัตราตามประกาศของหน่วยงานนั้น ๆ ส่วนค่าบริการวิชาชีพของเราเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลเพื่อรับใบเสนอราคา

การควบคุมคุณภาพ หลักฐาน และความรับผิดชอบ

ทุกแฟ้มงาน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก ที่สำนักงานรับจะผ่านสายงานที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน ผู้แปลหรือผู้จัดเตรียมเอกสารทำรอบแรก ผู้ตรวจทานรอบสองเช็กชื่อ วันเดือนปี หน่วยงาน ตราประทับ และถ้อยคำเฉพาะประเทศปลายทาง จากนั้นทนายหรือ case manager อาวุโสจะยืนยันเส้นทางการรับรองก่อนยื่นจริง ชั้นการควบคุมนี้เองที่ทำให้หน้าบริการไม่ใช่เพียงข้อความโฆษณา แต่เป็นคำอธิบาย workflow ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

นี่คือแกนสำคัญของ E-E-A-T เช่นกัน เพราะระบบค้นหาและ AI รุ่นใหม่จะให้ค่าน้ำหนักกับเว็บไซต์ที่แสดงผู้ตรวจทาน วันที่อัปเดต ความรับผิดชอบ และความสอดคล้องระหว่างสิ่งที่อธิบายในหน้าเว็บกับบริการที่ทำจริง เมื่อมีข้อมูล reviewer, วันที่ทบทวน, ขั้นตอน, แหล่งอ้างอิง และหน้าที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ทั้งผู้ใช้และระบบจะเข้าใจได้ว่าข้อมูลนี้ถูกดูแลโดยผู้ปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่บทความทั่วไปที่ไม่มีเจ้าของความรู้ชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เวลานานเท่าใดสำหรับ Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก?

งานมาตรฐาน 5–10 วันทำการรวมการรับรอง MFA และสถานทูต บริการด่วน 1–3 วันทำการมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย พร้อมสำเนาบัตรประชาชน/หนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร — เราตรวจสอบให้ฟรีก่อนเริ่มงาน

รับรองเอกสารต้องไปด้วยตัวเองไหม?

ไม่จำเป็น ส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านมอบอำนาจได้ทั้งหมด มีบางกรณีที่สถานทูตปลายทางต้องการให้เจ้าของเอกสารมาด้วยตนเอง (เช่น วีซ่าบางประเภท)

ค่าใช้จ่ายแน่นอนเท่าใด?

ขอใบเสนอราคาฟรีภายใน 1 ชั่วโมงทำการที่ LINE @NYCLI หรือ 083-249-4999 — ราคาเป็นแบบเหมารวมค่าธรรมเนียมราชการทุกอย่าง

รับงานทั่วประเทศหรือไม่?

ใช่ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด รับ–ส่งเอกสารถึงบ้าน/สำนักงานทั่วไทยผ่าน Kerry/EMS พร้อม tracking number

ทำให้สถานทูตประเทศไหนได้บ้าง?

รองรับ 168 ประเทศ รวมทั้งกลุ่ม Hague Apostille 125 ประเทศ และกลุ่ม Non-Hague ที่ต้องผ่านสถานทูตในไทย ดูรายชื่อทั้งหมดในหน้า Legalization

บริการที่เกี่ยวข้อง

ตรวจทานโดย: ทนาย ภาคิน (Senior Partner — บริษัท NYC Legal & Notary Services จำกัด) · ทบทวนล่าสุด: 2026-08-23

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — Apostille / รับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille สำหรับเอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคี

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Competent Authority ของไทย)

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ต้นฉบับเอกสารราชการไทย หรือเอกสารที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก
  • คำแปลภาษาอังกฤษพร้อมคำรับรองผู้แปล (กรณีเอกสารภาษาไทย)
  • สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจ หากมอบให้ผู้อื่นยื่นแทน
  • ข้อมูลประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งาน

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ยืนยันว่าปลายทางเป็นภาคี Apostille1 วันทำการ

    ถ้าปลายทางเป็นภาคี ใช้ Apostille ใบเดียวจบ ถ้าไม่ใช่ ต้องเดินสายโซ่รับรองกงสุล–สถานทูตแทน

  2. 2. จัดเตรียมต้นฉบับให้ตรงเกณฑ์1–3 วันทำการ

    เอกสารต้องออกหรือรับรองโดยหน่วยงานที่กรมการกงสุลตรวจสอบลายมือชื่อได้

  3. 3. แปลและรับรองคำแปล1–3 วันทำการ

    จัดทำคำแปลภาษาอังกฤษพร้อมคำรับรอง เพื่อให้ปลายทางอ่านและตรวจสอบได้

  4. 4. ยื่นขอ Apostille1–5 วันทำการ

    ยื่นคำร้องที่กรมการกงสุล เจ้าหน้าที่ตรวจลายมือชื่อ/ตราประทับ แล้วออกใบ Apostille แนบท้าย

  5. 5. ตรวจสอบและจัดส่ง1 วันทำการ

    ตรวจเลขที่ Apostille วันที่ และชื่อผู้ลงนามให้ตรงกับเอกสาร ก่อนส่งไปยังปลายทาง

คำแนะนำจากทีมงาน

  • Apostille รับรอง 'ที่มาของลายมือชื่อ/ตราประทับ' ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร
  • บางประเทศปลายทางยังขอคำแปลภาษาราชการของตนเพิ่ม แม้จะมี Apostille แล้ว
  • ถ่ายรูปหน้าเอกสารที่มีตราประทับทุกครั้งหลังผ่านแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องติดตามงาน
  • ถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการ 'ต้นฉบับ' หรือ 'สำเนารับรอง' เพราะสองอย่างนี้เดินคนละเส้นทาง
  • สแกนเอกสารทุกใบเป็น PDF สี 300 dpi ก่อนส่งต้นฉบับออกจากมือ เผื่อกรณีต้องยื่นซ้ำหรือถูกขอสำเนาเพิ่ม

ข้อควรระวัง

  • เอกสารที่ออกโดยเอกชนต้องผ่านการรับรองให้เป็นเอกสารที่ตรวจสอบลายมือชื่อได้ก่อน จึงจะขอ Apostille ได้
  • อย่าถอดใบ Apostille ออกจากชุดเอกสาร เพราะผูกกับเอกสารฉบับที่ยื่นเท่านั้น
  • เอกสารที่ถ่ายสำเนาจากสำเนา มักถูกปฏิเสธ ให้ใช้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง
  • หากเอกสารมีหลายหน้า ต้องรับรองครบทุกหน้าตามที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก
  • อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารเส้นทาง Apostilleแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางรับ Apostilleภายใน 1 วันทำการ

    ตรวจสถานะภาคีอนุสัญญาและข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานที่จะรับเอกสาร

  2. 2. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลตามที่กำหนด2–5 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    บางปลายทางต้องการให้แปลก่อนออก Apostille บางแห่งต้องการหลังจากนั้น ลำดับนี้ต้องยืนยันก่อนเสมอ

  3. 3. ยื่นขอออกหนังสือรับรอง2–7 วันทำการ

    ระยะเวลาขึ้นกับประเภทบริการและคิวของหน่วยงานในช่วงนั้น

  4. 4. ตรวจรับและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ตรวจชื่อ วันที่ และหมายเลขอ้างอิงบนหนังสือรับรองก่อนนำไปใช้จริง

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ดูตัวอย่างสถานการณ์จริง 1,092 เคส

ขั้นตอนรับรอง Apostille แยกตามเอกสารและประเทศที่ใช้ยื่น — ใช้เทียบกับกรณีของคุณก่อนเริ่มดำเนินการ เพื่อดูว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร ผ่านกี่ขั้นตอน และใช้เวลาโดยประมาณเท่าใด

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มต้น Apostille ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
เอกสารจาก Apostille ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ค่าบริการ Apostille รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา

Apostille

"Apostille" เป็นงานที่ผู้ยื่นมักเสียเวลากับการยื่นซ้ำมากกว่าตัวเนื้องานเอง ทีมApostille รับรองเอกสารส่งต่างประเทศของเราจึงเริ่มจากตรวจเงื่อนไขปลายทางก่อน แล้วจึงเดินเอกสารตามลำดับที่หน่วยงานยอมรับ เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ผู้รับผิดชอบงานจริงคือทนายความผู้ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย ทำงานร่วมกับนักแปลที่กระทรวงยุติธรรมรับรอง และทีมประสานงานกงสุล ค่าบริการแจ้งเป็นรายการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ทั้งค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าส่ง EMS ในประเทศ และค่าส่งระหว่างประเทศ (DHL/FedEx) เลือกได้ระหว่างรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

ภาพรวมบริการ Apostille

  • "Apostille" เป็นงานที่ผู้ยื่นมักเสียเวลากับการยื่นซ้ำมากกว่าตัวเนื้องานเอง ทีมApostille รับรองเอกสารส่งต่างประเทศของเราจึงเริ่มจากตรวจเงื่อนไขปลายทางก่อน แล้วจึงเดินเอกสารตามลำดับที่หน่วยงานยอมรับ
  • เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ผู้รับผิดชอบงานจริงคือทนายความผู้ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย ทำงานร่วมกับนักแปลที่กระทรวงยุติธรรมรับรอง และทีมประสานงานกงสุล
  • ค่าบริการแจ้งเป็นรายการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ทั้งค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าส่ง EMS ในประเทศ และค่าส่งระหว่างประเทศ (DHL/FedEx) เลือกได้ระหว่างรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ Apostille

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน Apostille (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

Apostille — ลำดับงานทีละขั้น

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ Apostille ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

Apostille — ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเท่าไร

  • บริการมาตรฐานสำหรับ Apostille: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

สาเหตุที่ต้องยื่น Apostille ซ้ำ

  • เอกสารต้นฉบับหมดอายุ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง
  • ใช้บริการแปลที่ไม่มีตราประทับนักแปลรับรอง — กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตจะไม่ยอมรับ ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — ส่งผลให้สถานทูตปฏิเสธ ต้องแก้ไขที่อำเภอ/เขต ก่อนนำมาแปล
  • ขาดขั้นตอนรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นที่สถานทูต — ทำให้เสียเวลาเดินทางหลายรอบ

FAQ

เริ่มต้น Apostille ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
เอกสารจาก Apostille ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ค่าบริการ Apostille รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา

Apostille สำหรับเอกสารไทย — สถานะล่าสุดและทางเลือก

ภาพถ่ายบรรณาธิการใบรับรอง Apostille
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

  • เข้าใจผิดว่าไทยออก Apostille ได้ — ต้องเช็คสถานะปัจจุบันที่ HCCH

แผนภูมิการตัดสินใจ

ประเทศต้นทางเอกสารเป็นภาคี Apostille?
ใช่ → ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้ออกในประเทศต้นทาง
ไม่ → ใช้ Legalization chain แทน

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
Apostille (ประเทศต้นทางเป็นภาคี)ใช้ในประเทศภาคีอื่น1–7 วันตามประเทศต้นทาง
Legalization chain (ไทย)เอกสารไทยไปต่างประเทศ5–15 วัน2,000–8,000

ขอบเขตงาน: Apostille / รับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

จัดเตรียม แปล และเดินเรื่องรับรองเอกสารให้ครบสายจนใช้ได้จริงในประเทศปลายทาง ทั้งเส้นทาง Apostille และเส้นทางรับรองกงสุลแบบเดิม

บริการนี้เหมาะกับคุณเมื่อ

  • ปลายทางระบุคำว่า Apostille, legalisation หรือ authentication ในหนังสือขอเอกสาร
  • ต้องใช้เอกสารราชการไทย (สูติบัตร ทะเบียนสมรส ใบรับรองโสด วุฒิการศึกษา) ในต่างประเทศ
  • ต้องใช้เอกสารบริษัท เช่น หนังสือรับรอง บอจ.5 งบการเงิน เพื่อเปิดบริษัทหรือประมูลงานต่างประเทศ
  • ต้องใช้เอกสารต่างประเทศในไทย และต้องรับรองย้อนกลับเข้ามาให้ถูกลำดับ

กรณีที่ควรใช้เส้นทางอื่น (เราแนะนำให้ก่อน)

  • ถ้าปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ต้องใช้รับรองกรมการกงสุลแล้วต่อสถานทูตปลายทาง เราตรวจให้ก่อนเสมอ
  • ถ้าเอกสารเป็นฉบับถ่ายสำเนา ต้องคัดฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออกก่อน จึงจะรับรองได้
  • ถ้าเป็นเอกสารเอกชน ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความก่อนเข้าสู่สายรับรอง

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

  • ตรวจสายรับรองที่ถูกต้องตามประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งาน
  • แปลเอกสารเป็นภาษาที่ปลายทางรับ พร้อมจัดรูปแบบตามที่หน่วยงานตรวจ
  • ยื่นและติดตามงานที่กรมการกงสุล พร้อมแก้ไขเมื่อเจ้าหน้าที่ขอปรับถ้อยคำ
  • ประสานสถานทูตปลายทางในกรณีที่ต้องรับรองต่อ
  • อัปเดตสถานะเป็นระยะ และจัดส่งเอกสารตัวจริงเมื่อเสร็จ

สิ่งที่ไม่รวม (แจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้น)

  • ค่าธรรมเนียมราชการและค่าจัดส่งของหน่วยงานปลายทาง (เรียกเก็บตามจริง แจ้งก่อนดำเนินการทุกครั้ง)
  • การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ซึ่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • การจัดหาเอกสารต้นฉบับที่ต้องออกโดยตัวผู้ยื่นเอง เช่น เอกสารส่วนตัวที่ต้องแสดงตน

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณอยู่เส้นทางไหน? แจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดเวลามาได้เลย ทีมที่ปรึกษาของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี จะยืนยันลำดับขั้นตอนและรายการเอกสารที่ถูกต้องให้ก่อนคุณเริ่มเสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนงาน Apostille และเอกสารที่ต้องเตรียม

Apostille คือการรับรองเอกสารเพื่อใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก โดยเอกสารต้องผ่านการรับรองต้นทางให้ถูกลำดับก่อนเสมอ

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1ตรวจว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ถ้าปลายทางเป็นภาคี ใช้ Apostille ได้ ถ้าไม่ใช่ ต้องใช้เส้นทางรับรองกงสุลและสถานทูตแทน เราตรวจให้ก่อนเริ่ม
  2. 2จัดหาเอกสารต้นทางให้ถูกฉบับเอกสารต้องเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง หรือฉบับที่ผ่านการรับรองสำเนา/ลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจ
  3. 3แปลรับรองถ้าปลายทางต้องการหลายประเทศต้องการคำแปลที่รับรองแล้วผนวกไปกับชุดเอกสาร เราจัดให้ในขั้นตอนเดียวกัน
  4. 4ยื่นขอรับรองตามลำดับยื่นตามลำดับที่หน่วยงานกำหนด และติดตามคิวจนได้ตราหรือใบรับรองแนบท้าย
  5. 5ตรวจรับและจัดส่งตรวจชื่อ วันที่ เลขที่รับรอง และการเย็บติดให้ครบก่อนจัดส่งภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • เอกสารต้นฉบับหรือฉบับรับรองจากหน่วยงานผู้ออก
  • สำเนาหนังสือเดินทาง/บัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน
  • ชื่อประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งาน

ข้อควรระวัง

  • อย่าแกะริบบิ้นหรือถอดเย็บชุดเอกสารที่รับรองแล้ว ถือว่าใช้ไม่ได้ทันที
  • เอกสารที่ถ่ายสำเนาเองโดยไม่ผ่านการรับรองมักถูกปฏิเสธ
  • บางประเทศกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือนนับจากวันออก

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่อง กรอกแบบฟอร์ม หรือเสี่ยงถูกตีกลับเอง? ทีมงานของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราให้คำปรึกษาเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาได้เลย เราจะยืนยันรายการเอกสารที่ต้องใช้ตามเคสของคุณให้ชัดเจน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

5 ข้อผิดพลาดเรื่อง Apostille ที่ทำให้เสียเวลาซ้ำรอบ

ประเด็นที่พบบ่อยที่สุดคือความเข้าใจผิดว่าปลายทางต้องการ Apostille หรือรับรองกงสุลแบบเดิม และลำดับการรับรองที่สลับกัน

  1. 1. ไม่ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่

    ทำไมถึงสำคัญ: ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีจะไม่รับ Apostille แต่ต้องรับรองสถานทูตแทน

    วิธีป้องกัน: ตรวจสถานะประเทศปลายทางก่อนเสมอ แล้วเลือกเส้นทางให้ถูกตั้งแต่ต้น

  2. 2. ข้ามขั้นตอนรับรองต้นทางก่อนไปขอรับรองระดับถัดไป

    ทำไมถึงสำคัญ: การรับรองเป็นชั้น ๆ หากขาดชั้นใดชั้นหนึ่ง เอกสารจะถูกตีกลับทั้งชุด

    วิธีป้องกัน: เรียงลำดับ ต้นฉบับ → แปล/รับรองตามที่กำหนด → รับรองหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ครบตามลำดับ

  3. 3. ใช้เอกสารเก่าเกินกว่าที่ปลายทางกำหนด

    ทำไมถึงสำคัญ: หลายปลายทางกำหนดอายุเอกสาร เช่น ต้องออกไม่เกิน 3–6 เดือน

    วิธีป้องกัน: ขอคัดฉบับใหม่ก่อนเข้ากระบวนการ ถ้าเอกสารออกมานานแล้ว

  4. 4. เย็บ/แกะชุดเอกสารที่รับรองแล้วเอง

    ทำไมถึงสำคัญ: การแกะตราหรือแม็กที่หน่วยงานจัดไว้ ทำให้ชุดเอกสารเสียความสมบูรณ์

    วิธีป้องกัน: อย่าแยกหน้าเด็ดขาด ให้สแกนทั้งชุดโดยไม่แกะ

  5. 5. ไม่แจ้งชื่อ-สกุลตามที่ปลายทางต้องการ (เช่น ตามวีซ่าหรือทะเบียนสมรส)

    ทำไมถึงสำคัญ: ชื่อที่ไม่ตรงกันทำให้เอกสารทั้งชุดใช้ไม่ได้

    วิธีป้องกัน: ล็อกการสะกดชื่อจากพาสปอร์ตให้ตรงกันทุกใบก่อนเริ่ม

ไม่อยากมานั่งตรวจรายละเอียดเหล่านี้เองใช่ไหมครับ? ทีมงานของเราให้คำปรึกษาและดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราจะยืนยันเส้นทางที่ถูกต้องให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาสอบถามได้เลย เราจะสรุปรายการเอกสารเฉพาะเคสของคุณให้ชัดเจน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารเส้นทาง Apostilleแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางรับ Apostilleภายใน 1 วันทำการ

    ตรวจสถานะภาคีอนุสัญญาและข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานที่จะรับเอกสาร

  2. 2. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลตามที่กำหนด2–5 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    บางปลายทางต้องการให้แปลก่อนออก Apostille บางแห่งต้องการหลังจากนั้น ลำดับนี้ต้องยืนยันก่อนเสมอ

  3. 3. ยื่นขอออกหนังสือรับรอง2–7 วันทำการ

    ระยะเวลาขึ้นกับประเภทบริการและคิวของหน่วยงานในช่วงนั้น

  4. 4. ตรวจรับและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ตรวจชื่อ วันที่ และหมายเลขอ้างอิงบนหนังสือรับรองก่อนนำไปใช้จริง

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีศึกษาจริงจากงานที่เราดูแล

ตัวอย่างเคสจริงที่ทีมงานของเรารับผิดชอบ (ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด) เพื่อให้เห็นภาพว่าเราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสาร แต่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่วางเส้นทางเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงถูกตีกลับและประหยัดเวลาของคุณ

🇰🇷 เกาหลีใต้ · Q4 2024

จดทะเบียนสมรสไทย-เกาหลี + Spouse Visa F-6

โจทย์ของลูกค้า

Korean MOJ require Family Relationship Certificate (가족관계증명서) แปลไทย + Apostille เกาหลี + รับรองสถานทูตเกาหลีในไทย

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1ขอ 가족관계증명서 + 혼인관계증명서 จาก Korean Embassy
  2. 2Apostille ที่ Korean MOFA (online)
  3. 3แปล KO→TH + รับรองโดยนักแปลขึ้นทะเบียน
  4. 4ส่ง MFA ไทยรับรอง + อำเภอจดทะเบียนสมรส
  5. 5ยื่น F-6 Spouse Visa ที่สถานทูตเกาหลี

ผลลัพธ์

จดทะเบียนใน 28 วัน· F-6 Visa ภายใน 8 สัปดาห์· ย้ายเกาหลี

Marriage
28 วัน
F-6
8 สัปดาห์

บริการที่ใช้ในเคสนี้: KR↔TH Translation · Korean Apostille · MFA · F-6 Visa

🇨🇭 สวิตเซอร์แลนด์ · Q1 2025

Swiss Naturalization — เอกสารไทยพร้อม 12 ปีรวด

โจทย์ของลูกค้า

Naturalisation Suisse require Police Clearance + Strafregisterauszug + Geburtsurkunde แปล DE โดย sworn translator

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1ขอ Police Clearance + สูติบัตร + ทะเบียนบ้าน
  2. 2MFA Apostille + แปล DE ใน Zurich
  3. 3Coordinate Gemeindeamt Zurich
  4. 4Civic Knowledge Test + B1 Cert
  5. 5ยื่น SEM

ผลลัพธ์

Swiss Passport ใน 18 เดือน· ลูกได้สัญชาติด้วย

Passport
18 เดือน
Family
3 คน

บริการที่ใช้ในเคสนี้: Police Clearance · Apostille · Sworn DE Translation · SEM

ทุกเคสเริ่มจากการปรึกษาก่อนลงมือ — ทีมงานประสบการณ์กว่า 15 ปีจะตรวจเอกสารของคุณ บอกเส้นทางที่ถูกต้อง แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทักมาปรึกษาได้ทันทีดูกรณีศึกษาทั้งหมด

ศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนยื่นเอกสาร

คำศัพท์เหล่านี้คือจุดที่ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่เอกสารถูกตีกลับ ทีมที่ปรึกษาของเราอธิบายให้ฟังก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — ไม่ต้องตีความเอง

Certified True Copy(เทียบภาษาอังกฤษ: CTC)
การรับรองว่าสำเนาเอกสารถูกต้องตรงกับต้นฉบับ โดย Notary ตรวจสอบและประทับตรา
Notarial Services Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Public)
ทนายความที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความฯ ให้รับรองลายมือชื่อและเอกสาร เทียบเท่า Notary Public ในต่างประเทศ
MFA(เทียบภาษาอังกฤษ: Ministry of Foreign Affairs)
กระทรวงการต่างประเทศ ผู้รับรองเอกสารขั้นแรกก่อนส่งไปสถานทูตปลายทาง
Apostille(เทียบภาษาอังกฤษ: Apostille)
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญาเฮก 1961 ใช้ได้ทันทีระหว่างประเทศภาคีกว่า 120 ประเทศ — ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ (มีผล 28 ก.พ. 2570) จึงยังต้องใช้ Consular Legalization
Notary Seal(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Seal)
ตราประทับของ Notary ที่ขึ้นทะเบียน ระบุชื่อ เลขใบอนุญาต และวันหมดอายุ
Consular Service(เทียบภาษาอังกฤษ: Consular Service)
บริการของกรมการกงสุล รวมถึงนิติกรณ์, หนังสือเดินทาง, และการรับรองทะเบียนราษฎร์

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้ขั้นตอนไหน ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี แล้วเราดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

ดูอภิธานศัพท์ทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้องที่คุณมักต้องใช้ต่อ

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบในขั้นตอนเดียว ด้านล่างคือส่วนงานที่มักต่อเนื่องกัน เพื่อให้คุณวางแผนได้ทั้งสาย ไม่ต้องมารู้ทีหลังว่าขาดการรับรองขั้นใดขั้นหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้อันไหนบ้าง? นี่คือสิ่งที่ทีมที่ปรึกษาของเราทำให้ครับ — ด้วยประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศกว่า 15 ปี เราจะวางเส้นทางทั้งสายตามประเทศปลายทางให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้น ไม่ให้ยื่นผิดลำดับ

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ใครเขียนและตรวจทานหน้านี้

เรียบเรียงโดย
ทีมงานนิติกรณ์และ Apostille NYC Legal
ตรวจทานโดย
ผู้จัดการงานยื่นกรมการกงสุล (กองสัญชาติและนิติกรณ์)
ทบทวนล่าสุด

ดูแลงานรับรองเอกสาร แปลเอกสารราชการ และการยื่นหน่วยงานไทย/ต่างประเทศมากกว่า 15 ปี เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสารเท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณทราบเส้นทางที่ถูกต้อง รายการเอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาจริงก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราทบทวนเนื้อหาแต่ละหน้าเทียบกับแนวปฏิบัติปัจจุบันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเคสของคุณมีกำหนดเวลาเร่งด่วน ทักมาให้เรายืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม