Bangkok → Western Australia · 3-5 วันทำการ · Australia/Perth

แปล NAATI ส่งถึงรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

Home Affairs hub: Home Affairs — Perth (William St) · เขต: Migration WA · Regional Perth pathway 491

เราแจ้งค่าบริการแปล NAATI เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ไม่มีค่าประทับเพิ่มและไม่มีค่ารับรองซ่อน จึงไม่มีเซอร์ไพรส์หลังจ่ายเงิน — สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ได้ทาง โทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

แชท WhatsApp

เอกสารฉบับเก่ากับฉบับใหม่ ใช้ยื่นได้ทั้งคู่หรือไม่

เมื่อพิจารณาการยื่นในรัฐปลายทาง เงื่อนไขการยื่นที่ออสเตรเลียจะตรวจสอบกับประกาศล่าสุดของหน่วยงานปลายทางก่อนปิดงานทุกครั้ง ในกรณีที่ต้นฉบับเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ไทย เราจะระบุภาษาต้นทางให้ตรงกับทิศทางการรับรองของผู้แปล เพราะการรับรองผูกกับคู่ภาษา ไม่ใช่ผูกกับตัวบุคคลอย่างเดียว

เอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บในระบบที่จำกัดสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะผู้ที่ทำงานในเคสนั้น และลบตามรอบที่กำหนดเมื่อพ้นระยะเวลารับประกันการแก้ไข

หลังยื่นแล้ว หน่วยงานถามอะไรมาต่อ

สำหรับการจัดส่งข้ามประเทศไปออสเตรเลีย สแกนด้วยมือถือใช้ได้ ถ้าเห็นเต็มหน้า โฟกัสคมชัด และไม่มีแสงสะท้อนทับตราประทับ หากมีตัวอักษรใดอ่านไม่ออก เราจะขอให้ถ่ายใหม่แทนการเดา เพราะการเดาแม้ใส่เชิงอรรถไว้ก็ยังทำให้ถูก RFI ได้

การแปลที่ดีไม่ใช่การแปลคำต่อคำ แต่คือการรักษาผลทางกฎหมายของข้อความเดิม คำว่า รับรองสำเนาถูกต้อง จึงถูกแปลด้วยถ้อยคำที่หน่วยงานปลายทางเข้าใจตรงกัน ไม่ใช่คำแปลตามตัวอักษร

ขั้นตอนแปล NAATI ครบทุกจุด (7 ขั้น)

ในมุมของผู้รับปลายทางในออสเตรเลีย หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าเอกสารแปลที่ไหนก็ได้แล้วประทับตรากงสุล — สำหรับวีซ่า the relevant subclass ที่ยื่น Home Affairs — Perth (William St) วิธีนั้นเสี่ยงถูก RFI เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการเห็นตราประทับ NAATI ที่ตรวจสอบได้ในระบบ CPN

หากในอนาคตคุณต้องยื่นเอกสารชุดเดิมกับหน่วยงานอื่น เราสามารถออกฉบับใหม่โดยอ้างอิงงานเดิมได้ ทำให้ถ้อยคำไม่แตกต่างจากที่เคยยื่นไปแล้ว ซึ่งช่วยลดคำถามเรื่องความไม่สอดคล้อง

ยื่น the relevant subclass ต้องแปลเอกสารชุดไหนบ้าง

เมื่อพิจารณาการยื่นในรัฐปลายทาง ลำดับการจัดเรียงไฟล์มีผลกับความเร็วในการพิจารณา เราตั้งชื่อไฟล์ตามรูปแบบ ชนิดเอกสาร-ชื่อผู้ถือ-ปี เพื่อให้ผู้ตรวจของ Home Affairs — Perth (William St) เปิดหาได้โดยไม่ต้องไล่เปิดทีละไฟล์

การส่งงานเป็นชุดใหญ่ครั้งเดียวมักเร็วกว่าการทยอยส่งทีละใบ เพราะทีมสามารถวางคำศัพท์กลางของทั้งชุดได้ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องย้อนแก้ไฟล์ที่ส่งไปก่อนหน้า

ทำงานทางไกลจากจังหวัดของคุณ/รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย — ขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ

สำหรับการจัดส่งข้ามประเทศไปออสเตรเลีย ผู้สมัครจากจังหวัดของคุณที่เคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลควรแนบหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อมาด้วย เพราะชุดเอกสารที่มีชื่อสองแบบโดยไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงคือสาเหตุการขอข้อมูลเพิ่มที่พบบ่อย

ในเคสวีซ่าคู่รัก 820/801 หรือ 309/100 การแปลเอกสารความสัมพันธ์ (แชท, ภาพถ่าย, สลิปโอนเงิน) เป็นส่วนที่ตัดสินได้ทั้งใบสมัคร เราจึงจัดโครงสร้างตามลำดับเวลาให้ Case Officer เห็นความต่อเนื่องของความสัมพันธ์อย่างชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

Q1.รับงานด่วนกี่วัน?

ด่วนสุด 24 ชั่วโมงนับจากยืนยันสั่งซื้อ · มาตรฐาน 2-3 วันทำการ · งานเยอะ (10+ ชุด) 3-5 วัน · เราไม่รับงานที่บอกได้ว่าทำไม่ทันตั้งแต่ต้น

Q2.ส่งงานผ่าน LINE ได้ไหม หรือควรส่งอีเมล?

ได้ทั้งสองช่องทาง แต่สำหรับเอกสารหลายหน้าแนะนำอีเมลเพราะไฟล์ไม่ถูกบีบอัดจนความละเอียดตก ซึ่งมีผลกับความคมชัดของตัวเลขบนตราประทับ

Q3.เอกสารเก่ามาก ตัวหนังสือเลือนอ่านไม่ออก ทำอย่างไร?

ส่วนที่อ่านไม่ออกจะถูกระบุเป็น [illegible] พร้อมเชิงอรรถ ไม่มีการเดาคำ และเราจะแนะนำให้ขอคัดสำเนาใหม่จากหน่วยงานผู้ออกก่อน หากเนื้อความส่วนนั้นเป็นสาระสำคัญ

Q4.ถ้าเอกสารมีหลายหน้า ต้องแปลทุกหน้าหรือไม่?

ต้องแปลครบทุกหน้าที่ปรากฏในเอกสารชุดนั้น รวมหน้าที่ว่างเปล่าแต่มีเลขหน้า เพราะการข้ามหน้าใดหน้าหนึ่งทำให้ชุดเอกสารดูไม่ครบและเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่ม

Q5.จะรู้ได้อย่างไรว่าตราประทับบนงานของเราเป็นของจริง?

บนตราจะมีหมายเลข CPN ของผู้แปลและทิศทางภาษา นำหมายเลขไปตรวจสอบได้เองที่ระบบทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพของ NAATI ที่ naati.com.au

Q6.แปลแล้วต้องผ่านกรมการกงสุลอีกหรือไม่?

ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง หากผู้รับคือ Home Affairs ของออสเตรเลีย ฉบับที่มีตรา NAATI ใช้ได้เลย แต่ถ้าปลายทางในออสเตรเลียขอเอกสารไทยที่ผ่านการรับรองจากกรมการกงสุลควบคู่ด้วย เราจะจัดลำดับให้ทั้งสองขั้นในโครงการเดียว

12 จากคลังคำถามแม่บท · เขียนใหม่ทุกหน้า

คำถามยอดนิยมครบทุกบริการ — ตอบโดยทีม NYC Legal

96. ตรวจสอบความถูกต้องของใบประกอบวิชาชีพและประวัติการทำงานเก่า (Employment Verification) ของ Expat?

เราแยกสายการรับรองตั้งแต่ต้น: Certified True Translation ของศูนย์แปล, ตรารับรอง Notary Public, นิติกรณ์กรมการกงสุล และ Apostille (และจะมีผลบังคับใช้กับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570) เราส่งใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการอย่างชัดเจน จึงไม่มีค่าใช้จ่ายงอกระหว่างทาง ส่งเอกสารมาประเมินฟรีได้ที่ +66-83-249-4999 หรือ contact@nyconlinetranslation.com ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบการเลือกใช้นักแปล NAATI สำหรับเอกสารยื่นออสเตรเลีย และยื่นที่ไหนได้บ้าง

หัวใจของงานแปลรับรองคือ 'ปลายทางยอมรับหรือไม่' เราจึงยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับก่อน แล้วค่อยเลือกชั้นการรับรองให้พอดี ไม่ขายเกินความจำเป็น ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ ส่วนค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง โดยแจ้งให้ทราบครบก่อนเริ่มงาน แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

นักแปลสาบานตนสามารถแปลใบประกอบโรคศิลปะเพื่อไปศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางในยุโรปได้หรือไม่?

งานนี้ทีม NYC Legal จ่ายให้นักแปลที่ตรงสาย — NAATI สำหรับออสเตรเลีย, นักแปลขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย และ Sworn Translator ของสถานทูตยุโรปตามปลายทางที่ใช้จริง หากปลายทางตีกลับด้วยเหตุที่มาจากงานของเรา เราแก้ไขและดำเนินการใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

ขอรับรองเอกสารที่สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประจำประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ทุกฉบับผ่าน 3 ชั้น — นักแปลเจ้าของภาษา, ผู้ตรวจศัพท์เฉพาะทาง และทนายผู้รับผิดชอบสำนวนที่เซ็นรับรองท้ายเล่ม ลูกค้าต่างประเทศส่งสแกนมาประเมินได้ก่อน แล้วค่อยส่งต้นฉบับตามมา เราจัดส่งกลับทั่วโลกด้วย EMS/DHL พร้อมเลขติดตาม ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

ขั้นตอนการยื่นขอแปลงสัญชาติไทยตามสามีหรือภรรยาชาวไทยต้องเตรียมเอกสารและใช้เวลานานแค่ไหน?

ทุกฉบับผ่าน 3 ชั้น — นักแปลเจ้าของภาษา, ผู้ตรวจศัพท์เฉพาะทาง และทนายผู้รับผิดชอบสำนวนที่เซ็นรับรองท้ายเล่ม ทุกสำนวนมีผู้ประสานงานหนึ่งคนตั้งแต่ต้นจนจบ และแจ้งความคืบหน้าทาง LINE/อีเมลตามรอบที่ตกลงกัน ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

55. ล่ามประจำที่ว่าการอำเภอสำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติตามระเบียบกรมการปกครอง ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนวันงานเราขอเอกสารเตรียม (คำฟ้อง วาระประชุม สไลด์ ศัพท์เทคนิค) เพื่อทำ glossary เฉพาะเคส ล่ามจึงไม่แปลผิดในคำที่มีผลทางกฎหมาย หากปลายทางตีกลับด้วยเหตุที่มาจากงานของเรา เราแก้ไขและดำเนินการใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

111. บริการยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ใหม่สำหรับพนักงานต่างชาติบริษัท BOI มีความแตกต่างอย่างไร?

ชุดเอกสารมาตรฐานคือ ตรวจประวัติอาชญากรรม + แปลรับรอง + นิติกรณ์กงสุล/Apostille + แบบฟอร์มของหน่วยงานปลายทาง เราจัดครบในสำนวนเดียว ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ ส่วนค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง โดยแจ้งให้ทราบครบก่อนเริ่มงาน แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

220. เอเจนซี่รับลงทะเบียนระบบ e-Visa ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แทนลูกค้าที่ไม่ถนัดระบบออนไลน์?

ชุดเอกสารมาตรฐานคือ ตรวจประวัติอาชญากรรม + แปลรับรอง + นิติกรณ์กงสุล/Apostille + แบบฟอร์มของหน่วยงานปลายทาง เราจัดครบในสำนวนเดียว เราส่งใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการอย่างชัดเจน จึงไม่มีค่าใช้จ่ายงอกระหว่างทาง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

228. ระบบแจ้งเตือนวันหมดอายุ (Expiry Monitoring) สำหรับวีซ่า, Work Permit และพาสปอร์ต เพื่อป้องกัน Overstay?

เคสวีซ่า/ใบอนุญาตทำงาน/BOI เราวางไทม์ไลน์ย้อนหลังจากวันนัดหมาย แล้วไล่คิวเอกสารทีละชั้นให้ทันโดยไม่ต้องจ่ายค่าด่วนซ้ำซ้อน ทุกสำนวนมีผู้ประสานงานหนึ่งคนตั้งแต่ต้นจนจบ และแจ้งความคืบหน้าทาง LINE/อีเมลตามรอบที่ตกลงกัน ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

การเตรียมเอกสารก่อนนัดเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ หากปลายทางกำหนดอายุเอกสารไม่เกินสามเดือน ควรวางแผนอย่างไร

งานวีซ่าที่ตกบ่อยที่สุดคือเอกสารการเงินและเอกสารความสัมพันธ์ เราจึงตรวจ 2 หมวดนี้ก่อนยื่นเสมอ หากปลายทางตีกลับด้วยเหตุที่มาจากงานของเรา เราแก้ไขและดำเนินการใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม ส่งเอกสารมาประเมินฟรีได้ที่ +66-83-249-4999 หรือ contact@nyconlinetranslation.com ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

245. ชาวต่างชาติต้องการยื่นขอเงินบำนาญชราภาพจากประกันสังคมไทย (Social Security) เอเจนซี่มีบริการช่วยติดต่อยื่นเรื่องไหม?

บริการ VIP/Concierge สำหรับ Expat ครอบคลุมการนัดหมาย รับ-ส่งเอกสาร และตัวแทนเข้าคิวแทนได้ตามที่กฎหมายอนุญาต ลูกค้าต่างประเทศส่งสแกนมาประเมินได้ก่อน แล้วค่อยส่งต้นฉบับตามมา เราจัดส่งกลับทั่วโลกด้วย EMS/DHL พร้อมเลขติดตาม ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

การดูแลเอกสารครอบครัวแบบครบวงจร ใช้ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณเท่าไรหากไม่มีเอกสารตกหล่น

เราจัดล่ามและเจ้าหน้าที่พาไปที่อำเภอ/สถานทูตในวันจริง เพราะขั้นตอนหน้าเคาน์เตอร์คือจุดที่คนพลาดมากที่สุด เราส่งใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการอย่างชัดเจน จึงไม่มีค่าใช้จ่ายงอกระหว่างทาง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

แหล่งอ้างอิงทางการ และการตรวจสอบ

ทุกข้อความเกี่ยวกับขั้นตอนในหน้านี้ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องด้านล่าง หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม ไม่คงข้อมูลเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว

ค่าธรรมเนียมราชการที่ระบุในเว็บไซต์นี้เป็นอัตราตามประกาศของหน่วยงานนั้น ๆ ส่วนค่าบริการวิชาชีพของเราเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลเพื่อรับใบเสนอราคา

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — แปลเอกสารรับรอง (Certified Translation)

คำแปลที่ใช้กับราชการหรือหน่วยงานต่างประเทศต้องมีคำรับรองของผู้แปล (Certificate of Accuracy) ระบุชื่อผู้แปล ลายมือชื่อ วันที่ และข้อความยืนยันว่าแปลถูกต้องครบถ้วนจากต้นฉบับ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: นักแปลผู้รับรองคำแปล / กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (กรณีต้องรับรองคำแปล)

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ต้นฉบับหรือสำเนาชัดเจนของเอกสารที่ต้องการแปล ครบทุกหน้ารวมตราประทับ
  • หน้าหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันตัวสะกดชื่อภาษาอังกฤษ
  • รายชื่อเฉพาะ (ชื่อบริษัท ตำแหน่ง ที่อยู่) ที่ต้องการให้สะกดตามแบบที่ใช้อยู่เดิม
  • แบบฟอร์มหรือคำศัพท์ที่หน่วยงานปลายทางกำหนด (ถ้ามี)
  • เอกสารอ้างอิงฉบับเก่าที่เคยแปลไว้ เพื่อให้คำศัพท์สอดคล้องกัน

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ประเมินเอกสารและกำหนดคู่ภาษาภายในวันเดียว

    นับจำนวนหน้า ตรวจความคมชัดของตราประทับ และยืนยันคู่ภาษา เช่น ไทย–อังกฤษ

  2. 2. แปลโดยนักแปลเฉพาะสาขา1–3 วันทำการ

    ใช้นักแปลที่ชำนาญประเภทเอกสาร (ทะเบียนราษฎร์ การศึกษา กฎหมาย การแพทย์) และรักษาคำศัพท์ให้สอดคล้องทั้งชุด

  3. 3. ตรวจทานสองชั้นและเทียบต้นฉบับ1 วันทำการ

    ผู้ตรวจอีกคนเทียบตัวเลข วันที่ ชื่อเฉพาะ และเลขเอกสารทีละบรรทัด

  4. 4. ออกคำรับรองการแปลภายในวันเดียว

    แนบ Certificate of Accuracy พร้อมลายมือชื่อผู้แปลและข้อมูลติดต่อ ตามที่ปลายทางกำหนด

  5. 5. ส่งต่อรับรองกงสุล/สถานทูต (ถ้าจำเป็น)3–10 วันทำการ

    กรณีต้องใช้ต่างประเทศ ให้นำคำแปลไปรับรองที่กรมการกงสุลและ/หรือสถานทูตปลายทาง

คำแนะนำจากทีมงาน

  • แจ้งชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้ในเอกสารเดิมทุกฉบับ เพื่อไม่ให้สะกดต่างกันระหว่างชุด
  • ส่งไฟล์สแกนสีคมชัด ตราประทับที่อ่านไม่ออกทำให้ต้องหมายเหตุ 'illegible' ซึ่งบางหน่วยงานไม่รับ
  • สแกนเอกสารทุกใบเป็น PDF สี 300 dpi ก่อนส่งต้นฉบับออกจากมือ เผื่อกรณีต้องยื่นซ้ำหรือถูกขอสำเนาเพิ่ม
  • เช็กวันหมดอายุของเอกสารปลายทางก่อนเริ่มกระบวนการ บางประเทศรับเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน
  • สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัว

ข้อควรระวัง

  • คำแปลจากเครื่องมืออัตโนมัติที่ไม่มีผู้แปลรับรอง ไม่สามารถใช้ยื่นรับรองกงสุลได้
  • หากต้นฉบับแก้ไขภายหลัง ต้องแปลและรับรองใหม่ทั้งฉบับ
  • อย่าใช้คำแปลที่ไม่มีผู้แปลลงนามรับรอง เพราะหน่วยงานรับรองจะไม่ประทับตราให้
  • ห้ามเย็บ ถอด หรือแกะแม็กเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้ว เพราะถือว่าชุดเอกสารถูกแยกและอาจต้องเริ่มใหม่
  • เอกสารที่ถ่ายสำเนาจากสำเนา มักถูกปฏิเสธ ให้ใช้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานแปลเอกสารพร้อมรับรองแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก
จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภทบริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้นยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ประเมินต้นฉบับและกำหนดรูปแบบคำแปลภายใน 1 วันทำการ

    นับจำนวนหน้า ตรวจความชัดของตราประทับ และยืนยันว่าปลายทางรับคำแปลรูปแบบใด

  2. 2. แปลและตรวจทานสองชั้น1–3 วันทำการ

    ผู้แปลจัดทำคำแปล แล้วผู้ตรวจทานเทียบชื่อ วันที่ ตัวเลข และคำเฉพาะกับต้นฉบับทีละบรรทัด

  3. 3. ยืนยันการสะกดชื่อกับผู้ใช้บริการภายในวันเดียวกันเดินคู่ขนานได้

    ส่งฉบับร่างให้ตรวจการสะกดตามพาสปอร์ตก่อนออกฉบับจริง ขั้นนี้ตัดปัญหาแก้งานย้อนหลังได้มากที่สุด

  4. 4. รับรองคำแปลและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ออกคำรับรองแนบท้าย เย็บติดกับต้นฉบับหรือสำเนาตามที่ปลายทางกำหนด

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มต้น Naati ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
เอกสารจาก Naati ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
Naati ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
อยู่ Au ต้องเดินทางมาที่สำนักงานไหม?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ

Naati — บริเวณ Au

เมื่อพูดถึง "Naati" สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ไม่ใช่แค่คำแปล แต่คือลำดับการรับรองที่ถูกต้อง เราจึงวางเส้นทางเอกสารของสายงานแปลภาษา NAATI สำหรับใช้ในออสเตรเลียให้ครบตั้งแต่ต้นทางจนถึงหน่วยงานผู้รับ สำหรับผู้ใช้บริการในพื้นที่ Au เรารับเอกสารทั้งแบบนัดรับถึงที่และส่งไปรษณีย์ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

ภาพรวมบริการ Naati

  • เมื่อพูดถึง "Naati" สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ไม่ใช่แค่คำแปล แต่คือลำดับการรับรองที่ถูกต้อง เราจึงวางเส้นทางเอกสารของสายงานแปลภาษา NAATI สำหรับใช้ในออสเตรเลียให้ครบตั้งแต่ต้นทางจนถึงหน่วยงานผู้รับ
  • สำหรับผู้ใช้บริการในพื้นที่ Au เรารับเอกสารทั้งแบบนัดรับถึงที่และส่งไปรษณีย์ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต
  • ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ Naati

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน Naati (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

เดินเรื่อง Naati อย่างไร

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ Naati ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

Naati — ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเท่าไร

  • บริการมาตรฐานสำหรับ Naati: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Naati ถูกตีกลับ

  • ขาดขั้นตอนรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นที่สถานทูต — ทำให้เสียเวลาเดินทางหลายรอบ
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — ส่งผลให้สถานทูตปฏิเสธ ต้องแก้ไขที่อำเภอ/เขต ก่อนนำมาแปล
  • เอกสารต้นฉบับหมดอายุ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง
  • ยื่นสำเนาแทนต้นฉบับโดยไม่ได้รับรองสำเนา — หน่วยงานผู้รับจะไม่รับพิจารณาและต้องเริ่มคิวใหม่

FAQ

เริ่มต้น Naati ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
เอกสารจาก Naati ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
Naati ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
อยู่ Au ต้องเดินทางมาที่สำนักงานไหม?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ

NAATI Certified Translation — คู่มือขั้นเทพสำหรับใช้ในออสเตรเลีย

จัดเตรียมเอกสารแปล NAATI พร้อมหนังสือเดินทางสำหรับยื่นออสเตรเลีย
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

  • ใช้นักแปลที่ 'อ้างว่า' NAATI แต่ไม่มีเลข CPN — ตรวจได้ที่ naati.com.au/online-directory
  • เย็บ/ตัดหน้า NAATI stamp ออก — ทำให้ Home Affairs ปฏิเสธทันที
  • แปลเฉพาะบางหน้า (partial translation) — ต้องแปลทั้งเอกสารรวมตราประทับ
  • สับสน 'Certified' vs 'NAATI Certified' — เฉพาะ NAATI เท่านั้นที่ Home Affairs ยอมรับ

แผนภูมิการตัดสินใจ

ใช้เอกสารกับ Department of Home Affairs / AHPRA / VETASSESS?
ใช่ → ต้อง NAATI Certified Translator เท่านั้น
ไม่ → อาจใช้ 'certified' translator อื่นได้ตามผู้รับ
เอกสารมีตราครุฑไทย / ลายเซ็นดิจิทัล?
ใช่ → ต้องแปลรวมและระบุ 'Digital signature verified' ในหมายเหตุนักแปล
ไม่ → แปลรวมตราประทับตามปกติ

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
NAATI Certified Translator (Thai↔English)Visa, AHPRA, VETASSESS, university1–3 วันทำการ600–1,200 / หน้า
NAATI Recognised Practising Interpreter (CCL/PTE)การสอบ CCL 5 คะแนน / วีซ่า PRจองล่วงหน้า 2–4 สัปดาห์4,000–8,000 / เซสชัน

ขอบเขตงาน: NAATI Certified Translation

งานแปลไทย-อังกฤษโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI พร้อมตราประทับและหมายเลขผู้แปล สำหรับยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย

บริการนี้เหมาะกับคุณเมื่อ

  • ยื่นวีซ่า สัญชาติ หรือ AHPRA / มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ที่ระบุ NAATI
  • ต้องแปลทะเบียนสมรส สูติบัตร ใบขับขี่ ทรานสคริปต์ เพื่อใช้ในออสเตรเลีย
  • ต้องการไฟล์ดิจิทัลที่มีตรา NAATI พร้อมอัปโหลดใน ImmiAccount
  • ต้องการให้ชื่อสะกดตรงกับหนังสือเดินทางเพื่อลด RFI

กรณีที่ควรใช้เส้นทางอื่น (เราแนะนำให้ก่อน)

  • ถ้าปลายทางไม่ใช่ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ใช้คำแปลรับรองปกติ ประหยัดกว่าและได้ผลเท่ากัน
  • ถ้าต้องใช้ในไทยด้วย อาจต้องทำคู่ขนานกับรับรองกรมการกงสุล เราวางแผนให้ทีเดียวจบ
  • ถ้าเอกสารต้องรับรองสำเนาก่อน ต้องผ่าน notary ก่อนแปล

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

  • แปลโดยนักแปลที่ถือ certification ตรงคู่ภาษาและยังไม่หมดอายุ
  • ตราประทับ NAATI พร้อมหมายเลขและวันหมดอายุที่ตรวจสอบได้
  • ไฟล์ PDF คุณภาพสูงสำหรับอัปโหลด และตัวจริงตามต้องการ
  • ตรวจความสอดคล้องกับเอกสารชุดอื่นในใบสมัครเดียวกัน
  • คำแนะนำการจัดชุดเอกสารก่อนอัปโหลด เพื่อลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม

สิ่งที่ไม่รวม (แจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้น)

  • ค่าธรรมเนียมราชการและค่าจัดส่งของหน่วยงานปลายทาง (เรียกเก็บตามจริง แจ้งก่อนดำเนินการทุกครั้ง)
  • การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ซึ่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • การจัดหาเอกสารต้นฉบับที่ต้องออกโดยตัวผู้ยื่นเอง เช่น เอกสารส่วนตัวที่ต้องแสดงตน

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณอยู่เส้นทางไหน? แจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดเวลามาได้เลย ทีมที่ปรึกษาของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี จะยืนยันลำดับขั้นตอนและรายการเอกสารที่ถูกต้องให้ก่อนคุณเริ่มเสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนงานแปล NAATI และเอกสารที่ต้องเตรียม

งานแปล NAATI สำหรับยื่นออสเตรเลียดำเนินการโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI และส่งมอบเป็นไฟล์ที่มีตราประทับและหมายเลขผู้แปล

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1ตรวจว่าเอกสารต้องใช้ NAATI จริงหรือไม่หน่วยงานออสเตรเลีย (Home Affairs, VETASSESS, AHPRA, มหาวิทยาลัย) มีข้อกำหนดต่างกัน เราตรวจให้ก่อนเริ่มงาน
  2. 2ส่งสแกนและยืนยันการสะกดส่งไฟล์ครบทุกหน้าและหน้าหนังสือเดินทาง เพื่อให้ชื่อบนคำแปลตรงกับที่ยื่นวีซ่า
  3. 3นักแปล NAATI แปลและรับรองนักแปลที่ถือ certification ในคู่ภาษานั้นแปลและประทับตราพร้อมหมายเลขและวันหมดอายุของการรับรอง
  4. 4ตรวจก่อนส่งมอบตรวจเลขเอกสาร วันที่ ตราประทับ และรูปแบบ PDF ให้ตรงกับที่ระบบออนไลน์ของหน่วยงานยอมรับ
  5. 5ส่งมอบและเก็บสำเนาส่งไฟล์ PDF สำหรับอัปโหลด และจัดฉบับพิมพ์ให้เมื่อปลายทางต้องการตัวจริง

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • สแกนเอกสารต้นฉบับครบทุกหน้า
  • หน้าหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • ชื่อหน่วยงานออสเตรเลียที่จะยื่นและประเภทวีซ่า/คำขอ
  • กำหนดวันยื่นหรือวันนัดหมาย

ข้อควรระวัง

  • หน่วยงานส่วนใหญ่รับเฉพาะคำแปลที่มีตราประทับนักแปล NAATI ที่ยังไม่หมดอายุ
  • อย่าตัดหน้าหรือครอบตัดสแกน ระบบอาจถือว่าเอกสารไม่ครบ
  • ถ้าเปลี่ยนชื่อ–สกุล ต้องแนบเอกสารเปลี่ยนชื่อและแปลด้วย

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่อง กรอกแบบฟอร์ม หรือเสี่ยงถูกตีกลับเอง? ทีมงานของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราให้คำปรึกษาเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาได้เลย เราจะยืนยันรายการเอกสารที่ต้องใช้ตามเคสของคุณให้ชัดเจน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

5 ข้อผิดพลาดของงาน NAATI ที่ทำให้หน่วยงานออสเตรเลียปฏิเสธ

หน่วยงานออสเตรเลียตรวจ 3 อย่างเสมอ คือ ผู้แปลได้รับการรับรอง เอกสารครบชุด และการแปลตรงกับต้นฉบับที่ยื่นจริง

  1. 1. ใช้คำแปลที่ไม่ได้ทำโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI

    ทำไมถึงสำคัญ: หลายหน่วยงาน เช่น งานวีซ่าและการเทียบวุฒิ ระบุคุณสมบัติผู้แปลไว้ชัดเจน

    วิธีป้องกัน: ตรวจว่าคำแปลมีตราประทับ หมายเลขผู้ประกอบวิชาชีพ และวันหมดอายุที่ตรวจสอบย้อนได้

  2. 2. แปลจากสำเนาที่ไม่ใช่ฉบับที่จะยื่นจริง

    ทำไมถึงสำคัญ: หากเลขเอกสารหรือวันที่ออกต่างกัน จะถือว่าคำแปลไม่ตรงกับหลักฐาน

    วิธีป้องกัน: ยึดไฟล์ชุดเดียวกับที่จะอัปโหลดยื่นจริงตั้งแต่ต้น

  3. 3. ยื่นเฉพาะคำแปล ไม่แนบต้นฉบับ

    ทำไมถึงสำคัญ: โดยทั่วไปต้องยื่นคู่กันเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทียบได้

    วิธีป้องกัน: จัดชุดไฟล์เป็นคู่ ต้นฉบับ + คำแปล ต่อหนึ่งเอกสาร

  4. 4. ชื่อในเอกสารเก่ากับพาสปอร์ตปัจจุบันไม่ตรงกัน (เช่น เปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส)

    ทำไมถึงสำคัญ: เจ้าหน้าที่ต้องเห็นเส้นทางการเปลี่ยนชื่อที่ต่อเนื่อง

    วิธีป้องกัน: แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/ทะเบียนสมรสพร้อมคำแปลเข้าไปในชุดเดียวกัน

  5. 5. เผื่อเวลาไม่พอเมื่อต้องรับรองต่อ (กงสุล/สถานทูต)

    ทำไมถึงสำคัญ: บางกรณีขอเอกสารที่ผ่านการรับรองเพิ่มก่อนยื่น

    วิธีป้องกัน: ยืนยันเส้นทางทั้งหมดก่อน แล้วเริ่มงานเรียงลำดับให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

ไม่อยากมานั่งตรวจรายละเอียดเหล่านี้เองใช่ไหมครับ? ทีมงานของเราให้คำปรึกษาและดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราจะยืนยันเส้นทางที่ถูกต้องให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาสอบถามได้เลย เราจะสรุปรายการเอกสารเฉพาะเคสของคุณให้ชัดเจน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานแปลเอกสารพร้อมรับรองแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภทบริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้นยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ประเมินต้นฉบับและกำหนดรูปแบบคำแปลภายใน 1 วันทำการ

    นับจำนวนหน้า ตรวจความชัดของตราประทับ และยืนยันว่าปลายทางรับคำแปลรูปแบบใด

  2. 2. แปลและตรวจทานสองชั้น1–3 วันทำการ

    ผู้แปลจัดทำคำแปล แล้วผู้ตรวจทานเทียบชื่อ วันที่ ตัวเลข และคำเฉพาะกับต้นฉบับทีละบรรทัด

  3. 3. ยืนยันการสะกดชื่อกับผู้ใช้บริการภายในวันเดียวกันเดินคู่ขนานได้

    ส่งฉบับร่างให้ตรวจการสะกดตามพาสปอร์ตก่อนออกฉบับจริง ขั้นนี้ตัดปัญหาแก้งานย้อนหลังได้มากที่สุด

  4. 4. รับรองคำแปลและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ออกคำรับรองแนบท้าย เย็บติดกับต้นฉบับหรือสำเนาตามที่ปลายทางกำหนด

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีศึกษาจริงจากงานที่เราดูแล

ตัวอย่างเคสจริงที่ทีมงานของเรารับผิดชอบ (ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด) เพื่อให้เห็นภาพว่าเราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสาร แต่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่วางเส้นทางเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงถูกตีกลับและประหยัดเวลาของคุณ

🇦🇺 ออสเตรเลีย · Q4 2024

AHPRA Registration — พยาบาลไทย → Australian PR

โจทย์ของลูกค้า

AHPRA require IELTS 7+ + NMBA assessment + ANMAC Skills + verified transcripts + Police Clearance — ต้อง NAATI-certified translation

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1ขอ transcript + ใบ ก.พ.7 + ใบประกอบฯ จากสภาพยาบาล
  2. 2แปลโดย NAATI-certified translator
  3. 3ขอ Police Clearance
  4. 4ยื่น ANMAC Skills Assessment
  5. 5ยื่น 189 Skilled Independent Visa + biometric

ผลลัพธ์

AHPRA Approved· 189 Visa ใน 14 เดือน· เริ่มงาน Melbourne

AHPRA
Approved
PR
14 เดือน

บริการที่ใช้ในเคสนี้: NAATI Translation · Police Clearance · Skills Assessment · Visa 189

🇦🇺 ออสเตรเลีย · Q2 2025

ยื่น PR ออสเตรเลีย — NAATI 10 ภาษาในชุดเดียว

โจทย์ของลูกค้า

AHPRA require ใบรับรองแพทย์ ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส ใบหย่า สูติบัตรลูก 2 คน — ทั้งหมดต้อง NAATI Certified Translator (ไม่ใช่แค่แปล + รับรอง)

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1Audit เอกสาร 14 ฉบับ จัดลำดับความเร่งด่วนตาม AHPRA checklist
  2. 2NAATI translator TH→EN พร้อม CPN stamp + certification statement
  3. 3Cross-check ชื่อ-นามสกุล Romanization ทุกฉบับให้ตรงกัน 100%
  4. 4ส่ง scan + hard copy พร้อม tracking number ทาง DHL Express

ผลลัพธ์

AHPRA registration approved ภายใน 8 สัปดาห์ — visa 189 grant ตามมาในเดือนถัดไป

เอกสาร
14 ฉบับ
Timeline
10 วันทำการ
ผลลัพธ์
PR Approved

บริการที่ใช้ในเคสนี้: NAATI Translation · Notary · Document Audit

ทุกเคสเริ่มจากการปรึกษาก่อนลงมือ — ทีมงานประสบการณ์กว่า 15 ปีจะตรวจเอกสารของคุณ บอกเส้นทางที่ถูกต้อง แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทักมาปรึกษาได้ทันทีดูกรณีศึกษาทั้งหมด

ศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนยื่นเอกสาร

คำศัพท์เหล่านี้คือจุดที่ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่เอกสารถูกตีกลับ ทีมที่ปรึกษาของเราอธิบายให้ฟังก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — ไม่ต้องตีความเอง

Certified True Copy(เทียบภาษาอังกฤษ: CTC)
การรับรองว่าสำเนาเอกสารถูกต้องตรงกับต้นฉบับ โดย Notary ตรวจสอบและประทับตรา
Notary Seal(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Seal)
ตราประทับของ Notary ที่ขึ้นทะเบียน ระบุชื่อ เลขใบอนุญาต และวันหมดอายุ
Apostille(เทียบภาษาอังกฤษ: Apostille)
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญาเฮก 1961 ใช้ได้ทันทีระหว่างประเทศภาคีกว่า 120 ประเทศ — ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ (มีผล 28 ก.พ. 2570) จึงยังต้องใช้ Consular Legalization
Affidavit(เทียบภาษาอังกฤษ: Sworn Statement)
คำให้การที่ลงนามต่อหน้า Notary โดยผู้ให้การสาบานว่าข้อความเป็นจริง ใช้ในศาลและหน่วยงานราชการต่างประเทศ
Power of Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: POA)
หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน มักต้องรับรอง Notary และนิติกรณ์ก่อนใช้ในต่างประเทศ
Translation Affidavit(เทียบภาษาอังกฤษ: Translator Affidavit)
คำรับรองของนักแปลที่ลงนามต่อ Notary ยืนยันว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้ขั้นตอนไหน ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี แล้วเราดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

ดูอภิธานศัพท์ทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้องที่คุณมักต้องใช้ต่อ

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบในขั้นตอนเดียว ด้านล่างคือส่วนงานที่มักต่อเนื่องกัน เพื่อให้คุณวางแผนได้ทั้งสาย ไม่ต้องมารู้ทีหลังว่าขาดการรับรองขั้นใดขั้นหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้อันไหนบ้าง? นี่คือสิ่งที่ทีมที่ปรึกษาของเราทำให้ครับ — ด้วยประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศกว่า 15 ปี เราจะวางเส้นทางทั้งสายตามประเทศปลายทางให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้น ไม่ให้ยื่นผิดลำดับ

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม
  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ใครเขียนและตรวจทานหน้านี้

เรียบเรียงโดย
ทีมงานแปลเอกสารเพื่อการย้ายถิ่น NYC Legal
ตรวจทานโดย
ผู้ประสานงานนักแปล NAATI-certified (ตรวจรูปแบบ stamp/declaration ก่อนส่งมอบ)
ทบทวนล่าสุด

ดูแลงานแปลสำหรับ Home Affairs, VEVO, NAATI และหน่วยงานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสารเท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณทราบเส้นทางที่ถูกต้อง รายการเอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาจริงก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราทบทวนเนื้อหาแต่ละหน้าเทียบกับแนวปฏิบัติปัจจุบันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเคสของคุณมีกำหนดเวลาเร่งด่วน ทักมาให้เรายืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม