หมวดบริการรับรอง

แปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)

แปลพร้อมรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศของไทย

DBD ทะเบียน 0435567000061 ขึ้นทะเบียนกรมการกงสุล สภาทนายความฯ · 6 Notary NAATI Certified ตอบใน 15 นาที
AI Quick Answer

แปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization) คืออะไร?

บริการแปลและดำเนินการยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Department of Consular Affairs, MFA) ทุกฉบับมีตราประทับและลายเซ็นเจ้าหน้าที่กงสุล รับรองทั้งความถูกต้องของคำแปลและตราประทับของหน่วยงานต้นทาง ใช้เป็นขั้นบังคับก่อนยื่นสถานทูตปลายทางในกลุ่มประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี Apostille

  • ฿1,200
    เริ่มต้น
  • 3–7 วันทำการ (ปกติ/ด่วน)
    ระยะเวลา
  • 20+
    ภาษา
  • 4+
    หน่วยงานที่รับ

บริการแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)ของ NYC Legal & Notary Service Co., Ltd. ดำเนินการโดยทีมนักแปลและทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความและสถานทูตทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง รองรับเอกสารราชการ เอกสารทางการศึกษา เอกสารการแพทย์ เอกสารบริษัท สัญญา และเอกสารส่วนบุคคล ครอบคลุมมากกว่า 20 ภาษา โดยทุกฉบับผ่านกระบวนการตรวจทาน 3 ขั้น (Translator → Reviewer → Notary/Officer) เพื่อความถูกต้องและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ลูกค้าหลักของเรามีทั้งบุคคลทั่วไปที่ต้องการยื่นวีซ่าและสมัครเรียนต่างประเทศ พนักงานบริษัทข้ามชาติที่ต้องส่งเอกสารไปสำนักงานใหญ่ ผู้ประกอบการไทยที่ขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ไปจนถึงนักลงทุนต่างชาติที่ต้องใช้เอกสารกับหน่วยงานราชการในประเทศไทย เราจึงออกแบบบริการให้สามารถจบทุกขั้นตอนใน One-Stop เพื่อลดเวลาและความซับซ้อนของลูกค้า

ฐานทางกฎหมายและการรับรอง

กระบวนการแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)อิงตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 และข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรอง พ.ศ. 2551 ประกอบกับระเบียบกรมการกงสุลว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ในกรณีประเทศ Apostille

เอกสารที่ผ่านการแปลและรับรองภายใต้กรอบนี้ ถือว่ามีน้ำหนักทางพยานหลักฐานในศาลและถูกบันทึกในระบบของกรมการกงสุล หน่วยงานปลายทางสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ผ่านเลขที่ใบรับรองและฐานข้อมูล Online Legalization ของกระทรวงการต่างประเทศ

เหมาะกับใคร

  • ยื่นวีซ่าทำงาน/ถาวรในประเทศนอก Apostille
  • จดทะเบียนสมรสต่างประเทศ
  • เปิดบริษัทต่างประเทศ
  • ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างประเทศ

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1. ส่งเอกสารและเลือกภาษา

    อัปโหลดผ่าน LINE @nycli, อีเมล หรือเข้ามาที่สำนักงาน รับใบเสนอราคาภายใน 30 นาที

  2. 2. แปลโดยนักแปลขึ้นทะเบียน

    นักแปลผู้ขึ้นทะเบียนกับสถานทูต/กรมการกงสุล จัดทำคำแปลพร้อมจัดรูปแบบให้ตรงต้นฉบับ

  3. 3. ตรวจทานโดย Reviewer

    ผู้ตรวจทานสองภาษาตรวจชื่อ วันที่ และคำศัพท์เฉพาะวิชาชีพ (Legal / Medical / Technical)

  4. 4. ลงตราและรับรอง

    ดำเนินการตามขั้นตอนของแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization) จนถึงตราประทับสุดท้ายที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ

  5. 5. ส่งมอบ

    รับที่สำนักงาน, จัดส่ง EMS/Kerry ฟรีทั่วประเทศ (3 ฉบับขึ้นไป) หรือสแกนคุณภาพสูงผ่านอีเมล

ราคาและระยะเวลา

ค่าบริการแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)เริ่มต้นที่ ฿1,200 ต่อหน้า/ฉบับ (ขึ้นกับภาษา ความซับซ้อนของเอกสาร และความเร่งด่วน) ราคารวมการแปล การจัดรูปแบบ ตราประทับ และคำรับรองตามมาตรฐานของหน่วยงานปลายทาง

กรณีลูกค้าองค์กรหรือสำนักกฎหมายที่ใช้บริการเดือนละ 30 ฉบับขึ้นไป สามารถขอใบเสนอราคาแบบ Volume Pricing ลดได้สูงสุด 25% พร้อมเซ็นสัญญาบริการแบบ NDA และจัดทำใบกำกับภาษี VAT ในรูปแบบที่ฝ่ายบัญชีต้องการ

ระยะเวลาดำเนินการมาตรฐาน 3–7 วันทำการ (ปกติ/ด่วน) หากต้องการด่วน Same-day หรือ Next-day มีค่าบริการเพิ่มเริ่มต้น 30% และจำกัดจำนวนเอกสารต่อวัน

หลุมพรางที่ควรเลี่ยง

  • เลือกใช้บริการที่ไม่มีใบเสร็จ ภาษีและการรับประกันคุณภาพ
  • ใช้คำแปลที่ไม่ตรงกับชื่อในหนังสือเดินทาง ทำให้ต้องแก้ไขและล่าช้า
  • เลือกประเภทรับรองผิด เช่น ใช้แค่ตราศูนย์แปล แต่หน่วยงานปลายทางต้องการ MFA
  • ขาดเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่ชัดเจน ทำให้กรมการกงสุลตีกลับ

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

เทียบกับการใช้ผู้รับจ้างอิสระ (Freelance) บริการของเรามี (1) นักแปลขึ้นทะเบียนกับสถานทูตจริง (2) ทนายผู้ทำคำรับรองที่สามารถลงนามและประทับตราได้ตามกฎหมาย (3) ระบบ QC และการรับประกันแก้ไขฟรีหากหน่วยงานปลายทางไม่รับ (4) ใบกำกับภาษีและสัญญาบริการเต็มรูปแบบ

เทียบกับการดำเนินการเองที่สถานทูต/กงสุล เรามีข้อได้เปรียบเรื่องเวลา เพราะมีทีมเดินเอกสารประจำที่กรมการกงสุลและสถานทูตหลักทุกวันทำการ ลูกค้าไม่ต้องลางาน ไม่ต้องนั่งคิวและไม่ต้องเสี่ยงโดนตีกลับด้วยเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่นักเดินเอกสารมืออาชีพรู้ดี

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่ชัดเจน (PDF/JPG/PNG ความละเอียดสูง) — ทุกตัวอักษรอ่านได้ ไม่มีรอยขีดฆ่า
  • สำเนาหนังสือเดินทาง/บัตรประชาชน สำหรับยืนยันการสะกดชื่อ-สกุลให้ตรงกัน
  • ข้อมูลหน่วยงานปลายทาง (ประเทศ + ชื่อสถาบัน) เพื่อเลือกฟอร์มและประเภทรับรองให้ถูกต้อง
  • กำหนดส่งเอกสารปลายทาง (ถ้ามี) เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วน
  • เอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบรับรองงานเดิม, ใบรับรองการศึกษาเดิม (สำหรับเอกสารต่อเนื่อง)
  • ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล (ถ้ามี) เพื่อให้คำแปลทุกฉบับใช้ชื่อปัจจุบันที่ตรงกัน

ระยะเวลาในการดำเนินการ

Same-Day Express
เสร็จในวันเดียว (เริ่มงานก่อน 11:00 น.) — เพิ่ม 30%
Next-Day Express
1 วันทำการ — เพิ่ม 20%
Standard
3–7 วันทำการ (ปกติ/ด่วน)
พร้อมเดินสถานทูต
เพิ่ม 5-10 วันทำการตามคิวสถานทูตปลายทาง

กรณีศึกษาจากลูกค้าจริง

ยื่นวีซ่าคู่สมรสที่สหราชอาณาจักร

ลูกค้าหญิงไทยแต่งงานกับชาวอังกฤษ ต้องยื่น Spouse Visa ที่ UK Home Office ทีมเราจัดทำแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)สำหรับใบทะเบียนสมรส สูจิบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ และหลักฐานการเงิน รวม 12 ฉบับ ภายใน 3 วันทำการ พร้อมจัดส่งให้ทนายในลอนดอนโดยตรง — ใบสมัครผ่านในรอบแรกโดยไม่มี Request For Information

เรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย

นักศึกษาไทยได้รับการตอบรับจาก University of Melbourne ต้องยื่น Transcript, Diploma, IELTS และ Statement of Purpose ที่ผ่านการแปลรับรอง พร้อมตราประทับ ทีมเราจัดส่งให้ภายใน 4 วันทำการ พร้อมไฟล์ดิจิทัลสำหรับ Coe และวีซ่านักเรียน Subclass 500

ขายที่ดินให้นักลงทุนจีน

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยขายที่ดินมูลค่า 120 ล้านบาทให้นักลงทุนจีน ต้องการแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)สำหรับโฉนด หนังสือมอบอำนาจ และข้อตกลงจะซื้อจะขาย ทีมเราทำงานคู่กับสำนักงานกฎหมายในเซี่ยงไฮ้ส่งเอกสารถึงผู้ซื้อภายใน 5 วันทำการ

ส่งออกอุปกรณ์การแพทย์ไป UAE

ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ไทยต้องการแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)สำหรับ Free Sale Certificate, ISO 13485 และ Product Registration เพื่อยื่นต่อ MOHAP ที่ Dubai เราจัดการครบทุกฉบับ พร้อม UAE Embassy Legalization ภายใน 7 วัน — สินค้าผ่านพิธีศุลกากรในรอบแรก

หน่วยงานที่ยอมรับ

หน่วยงานหมายเหตุ
สถานทูตทุกประเทศในไทยรองรับการยื่นแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)ในรูปแบบมาตรฐาน
ประเทศนอก Apostille (จีน, ตะวันออกกลาง, ฯลฯ)รองรับการยื่นแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)ในรูปแบบมาตรฐาน
ใช้ต่อสถานทูตปลายทางรองรับการยื่นแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)ในรูปแบบมาตรฐาน
ราชการต่างประเทศรองรับการยื่นแปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization)ในรูปแบบมาตรฐาน

มาตรฐานคุณภาพและการรับประกัน

  • ทุกฉบับผ่าน 3-stage QC: Translator → Reviewer → Notary/Officer
  • นักแปลทุกคนขึ้นทะเบียนกับสถานทูตหรือกรมการกงสุล — ตรวจสอบรายชื่อย้อนกลับได้
  • เก็บสำเนาดิจิทัลในระบบที่เข้ารหัสและจำกัดสิทธิ์เข้าถึง 7 ปี สำหรับการขอออกซ้ำหรือตรวจสอบย้อนหลัง
  • ประกันความผิดพลาดเชิงเทคนิค (Free Re-do Guarantee) หากหน่วยงานปลายทางปฏิเสธจากความผิดของฝั่งเรา
  • ลายเซ็นดิจิทัล PDF สำหรับการตรวจสอบความถูกต้องผ่านเครื่องอ่าน QR Code
  • ปฏิบัติตาม PDPA และ GDPR — ทำลายเอกสารต้นฉบับอย่างปลอดภัยเมื่อครบกำหนด

เจาะลึก: บริบทกฎหมายและแนวปฏิบัติ

บทบาทของ MFA Legalization ในเอกสารระหว่างประเทศ

การรับรองนิติกรณ์โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (MFA Legalization) เป็นขั้นตอนที่กฎหมายไทยกำหนดให้ทำสำหรับเอกสารที่จะใช้ในต่างประเทศ MFA จะตรวจสอบลายเซ็นของผู้รับรองต้นทาง (Notary หรือหน่วยงานราชการ) เทียบกับฐานข้อมูลของกรม และประทับตรารับรองพร้อมเลขที่ใบรับรองที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ผ่าน Online Legalization Portal ของ MFA ในกรณีเร่งด่วน MFA มีบริการ Same-Day Express ที่ค่าธรรมเนียมสูงกว่าปกติ 2 เท่า แต่ลดเวลาดำเนินการจาก 3 วันเหลือ 4 ชั่วโมง

เทคโนโลยี Translation Memory และความถูกต้องของคำแปล

เพื่อรักษาความสม่ำเสมอของคำศัพท์เฉพาะวิชาชีพ ทีม NYC ใช้ระบบ Translation Memory (TM) และ Terminology Management System (TMS) ระดับองค์กร ระบบจะจดจำคำแปลที่ผ่านการตรวจสอบแล้วและเสนอใช้ในเอกสารใหม่ที่มีบริบทคล้ายกัน ช่วยลดเวลาการแปลและรับประกันว่าคำศัพท์ทางกฎหมาย การแพทย์ และเทคนิคในเอกสารของลูกค้าจะมีความสม่ำเสมอตลอดเวลา สำหรับลูกค้าองค์กรที่ต้องการคำแปลจำนวนมาก เราสามารถสร้าง Custom TM เฉพาะลูกค้าได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการแปลในระยะยาวได้ถึง 30-40%

เหตุใด NAATI Certification จึงเป็นมาตรฐานทองคำของออสเตรเลีย

National Accreditation Authority for Translators and Interpreters (NAATI) เป็นองค์กรอิสระของออสเตรเลียที่จัดสอบและขึ้นทะเบียนนักแปลและล่ามตั้งแต่ปี 1977 ผู้แปลที่ได้รับ NAATI Certification ต้องผ่านการสอบที่มีอัตราการผ่านต่ำกว่า 15% และต้องเข้ารับการอบรมต่อเนื่องทุก 3 ปี Department of Home Affairs (DHA) ของออสเตรเลียยอมรับเฉพาะคำแปลจาก NAATI Certified Translator เท่านั้นสำหรับวีซ่าทุกประเภท ทำให้ NAATI กลายเป็นมาตรฐานทองคำสำหรับเอกสารที่จะใช้ในออสเตรเลีย

การจัดการเอกสารทางการแพทย์และความลับของข้อมูล

การแปลเอกสารทางการแพทย์ เช่น ประวัติการรักษา ผลตรวจห้องปฏิบัติการ ใบรับรองแพทย์ ต้องดำเนินการโดยนักแปลที่มีพื้นฐานทางการแพทย์ และต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน HIPAA (สำหรับสหรัฐ) และ GDPR (สำหรับ EU) ทีมแปลเอกสารทางการแพทย์ของ NYC ทุกคนผ่านการอบรม Medical Translation Certification และเซ็น NDA เฉพาะกับลูกค้าทุกราย เอกสารถูกจัดเก็บในระบบที่แยกจากเอกสารทั่วไป และเข้าถึงได้เฉพาะทีมที่ได้รับสิทธิ์ ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ในความลับและความถูกต้องของข้อมูลทางการแพทย์

พื้นที่ให้บริการ

  • ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย ส่งเอกสารฟรีผ่าน EMS/Kerry สำหรับออเดอร์ 3 ฉบับขึ้นไป
  • สำนักงานใหญ่อยู่ใกล้ BTS อโศก / MRT สุขุมวิท พร้อมสาขา/พันธมิตรในเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา หาดใหญ่ ขอนแก่น
  • นัดรับเอกสารถึงที่ในกรุงเทพฯ 50 เขต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น ICONSIAM, EmQuartier, Central Embassy, Siam Paragon
  • บริการออนไลน์ทั่วโลก สำหรับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ ส่งสแกนต้นฉบับ-รับคำแปลในรูปแบบ Hard copy ทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ

ภาษาที่รองรับ

อังกฤษ / Englishจีนกลาง / Mandarin Chineseญี่ปุ่น / Japaneseเกาหลี / Koreanฝรั่งเศส / Frenchเยอรมัน / Germanอิตาลี / Italianสเปน / Spanishโปรตุเกส / Portugueseอาหรับ / Arabicรัสเซีย / Russianเวียดนาม / Vietnameseลาว / Laoเขมร / Khmerพม่า / Burmeseอินโดนีเซีย / Bahasa Indonesiaมาเลย์ / Bahasa Malaysiaฮินดี / Hindiตุรกี / Turkishดัตช์ / Dutch
ชื่อนิติบุคคล
NYC Legal & Notary Service Co., Ltd.
หน่วยงานกำกับ
สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
อายุบริการ
10+
พื้นที่ให้บริการ
77 จังหวัด + ออนไลน์ทั่วโลก

เสียงจากลูกค้า

"บริษัทใช้แปล MFA ส่งจีนทุกเดือน รวดเร็วและไม่เคยตีกลับเลย"

K. Pim — HR Manager

"Translation + MFA + UK embassy chain handled end-to-end. Stress-free."

Mr. David — UK Expat

"ใช้บริการแปลรับรองสำหรับคดีความ ศาลรับโดยไม่ตั้งคำถาม"

K. Anchalee — Lawyer

คำถามที่พบบ่อย

แปลรับรอง + กรมการกงสุล (MFA Legalization) ใช้กับหน่วยงานไหนได้บ้าง?

ใช้ได้กับ สถานทูตทุกประเทศในไทย, ประเทศนอก Apostille (จีน, ตะวันออกกลาง, ฯลฯ), ใช้ต่อสถานทูตปลายทาง, ราชการต่างประเทศ และหน่วยงานอื่นที่ระบุให้ใช้รับรองประเภทนี้

ใช้เวลานานเท่าไหร่?

3–7 วันทำการ (ปกติ/ด่วน) สำหรับงานปกติ และมีบริการด่วน Same-day / Next-day

ค่าบริการเริ่มต้นเท่าไหร่?

เริ่มต้นที่ ฿1,200 ต่อหน้า/ฉบับ ขึ้นกับภาษาและความซับซ้อน

รับเอกสารต้นฉบับภาษาอะไรได้บ้าง?

รองรับมากกว่า 20 ภาษา ครอบคลุมยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และอาเซียน

ส่งเอกสารทางออนไลน์ได้ไหม?

ได้ทั้งหมด ส่งไฟล์สแกน/ภาพชัดเจนผ่าน LINE @nycli หรืออีเมล ทีมเริ่มแปลทันทีและจัดส่งทั่วประเทศ/ทั่วโลก

ถ้าหน่วยงานปลายทางไม่รับเอกสารต้องทำอย่างไร?

เรารับประกันคุณภาพ — หากหน่วยงานปลายทางปฏิเสธด้วยเหตุผลเชิงเทคนิคจากฝั่งเรา ทางบริษัทแก้ไขและดำเนินการให้ใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

บริการที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — งานเอกสารกฎหมายและร่างสัญญา

งานร่างและตรวจเอกสารกฎหมายต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงและวัตถุประสงค์ของคู่สัญญา แล้วจึงเลือกโครงสร้างเอกสาร ภาษาที่ใช้ และช่องทางบังคับใช้ให้สอดคล้องกับปลายทาง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ทนายความผู้รับผิดชอบสำนวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารแสดงตนของคู่สัญญาทุกฝ่าย และหนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีเป็นบริษัท
  • เอกสารต้นเรื่อง เช่น สัญญาฉบับเดิม ใบเสร็จ หรือหลักฐานการชำระเงิน
  • รายละเอียดข้อตกลงที่ต้องการ เช่น ขอบเขตงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขการยกเลิก
  • เอกสารกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานหรือประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. สัมภาษณ์ข้อเท็จจริงและกำหนดเป้าหมาย1–2 วันทำการ

    สรุปสิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องการและความเสี่ยงที่รับได้ ก่อนเลือกรูปแบบเอกสาร

  2. 2. ร่างฉบับแรก2–5 วันทำการ

    ร่างโดยระบุคู่สัญญา ขอบเขต ค่าตอบแทน ระยะเวลา การเลิกสัญญา และกฎหมายที่ใช้บังคับ

  3. 3. ทบทวนร่วมกับลูกค้า1–3 วันทำการ

    ปรับถ้อยคำตามความเห็นและตรวจความสอดคล้องของนิยามทั้งฉบับ

  4. 4. จัดทำฉบับสองภาษา (ถ้าต้องใช้ต่างประเทศ)1–3 วันทำการ

    จัดทำคอลัมน์ไทย–อังกฤษพร้อมระบุว่าฉบับภาษาใดมีผลเหนือกว่า

  5. 5. ลงนามและรับรองตามที่ปลายทางกำหนด3–10 วันทำการ

    ลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง แล้วต่อยอด Apostille หรือรับรองกงสุลหากต้องใช้ต่างประเทศ

คำแนะนำจากทีมงาน

  • ระบุให้ชัดว่าฉบับภาษาใดมีผลบังคับ เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องการตีความ
  • เก็บบันทึกการเจรจาและอีเมลไว้เป็นหลักฐานประกอบเจตนาของคู่สัญญา
  • สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัว
  • รวบรวมเอกสารทั้งชุดให้ครบก่อนยื่นรอบเดียว ประหยัดกว่าการทยอยยื่นทีละใบ
  • ถ่ายรูปหน้าเอกสารที่มีตราประทับทุกครั้งหลังผ่านแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องติดตามงาน

ข้อควรระวัง

  • เนื้อหาบนหน้าเว็บเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่อง
  • การคัดลอกแบบสัญญาสำเร็จรูปโดยไม่ปรับข้อเท็จจริง มักทำให้ข้อสัญญาบังคับใช้ไม่ได้จริง
  • ระยะเวลาที่ระบุเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและช่วงวันหยุดราชการ
  • อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น
  • อย่าใช้คำแปลที่ไม่มีผู้แปลลงนามรับรอง เพราะหน่วยงานรับรองจะไม่ประทับตราให้

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

โนตารีในไทย เทียบกับ Notary Public ในต่างประเทศ

ประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบสากล งานลักษณะเดียวกันดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

หัวข้อเปรียบเทียบไทย: ทนายผู้ทำคำรับรองต่างประเทศ: Notary Public
ผู้มีอำนาจทนายความที่ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองจากสภาทนายความฯNotary Public ที่รัฐหรือศาลแต่งตั้ง
ขอบเขตงานรับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบาน และคำแปลตามที่กฎหมายกำหนดแตกต่างตามกฎหมายของแต่ละรัฐ/ประเทศ
ขั้นถัดไปที่มักต้องทำยื่นกรมการกงสุลเพื่อรับรองต่อ แล้วจึง Apostille หรือสถานทูตมักตามด้วยหน่วยงานกลางของประเทศนั้น
ต้องมาด้วยตนเองไหมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายผู้รับรองโดยทั่วไปต้องแสดงตนเช่นกัน

อย่าอ้างบนเอกสารว่าเป็น Notary Public หากปลายทางต้องการคำเรียกตามระบบของเขา ให้ระบุตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารกฎหมายและนิติกรรมแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ปรึกษาเพื่อกำหนดขอบเขตและรูปแบบเอกสาร1–2 วันทำการ

    ระบุคู่สัญญา อำนาจที่มอบ และผลที่ต้องการ ก่อนลงมือร่าง เพื่อไม่ให้ต้องแก้ภายหลัง

  2. 2. ร่างและตรวจทานโดยผู้ประกอบวิชาชีพ2–5 วันทำการ

    ตรวจถ้อยคำ อำนาจการลงนาม และเอกสารแนบให้สอดคล้องกับที่ปลายทางกำหนด

  3. 3. ลงนามและรับรอง1–3 วันทำการ

    ผู้ลงนามแสดงตนพร้อมเอกสารประจำตัวฉบับจริง และรับรองตามรูปแบบที่ต้องใช้

  4. 4. แปลและเดินสายรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ3–15 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    ทำได้เมื่อเอกสารต้นฉบับลงนามครบแล้ว ระยะเวลาขึ้นกับปลายทางและคิวของหน่วยงาน

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

เอกสารจาก Certified Translation ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ค่าบริการ Certified Translation รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา
Certified Translation ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
อยู่ Mfa Legalization ต้องเดินทางมาที่สำนักงานไหม?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ

Certified Translation — บริเวณ Mfa Legalization

งาน "Certified Translation" อยู่ในสายงานแปลเอกสารรับรองโดยนักแปลขึ้นทะเบียนของ NYC Legal Thailand โดยดูแลตั้งแต่ประเมินความเป็นไปได้ ตรวจต้นฉบับ จัดทำคำแปลรับรอง ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จนถึงส่งมอบเอกสารที่ใช้งานได้จริงปลายทาง สำหรับผู้ใช้บริการในพื้นที่ Mfa Legalization เรารับเอกสารทั้งแบบนัดรับถึงที่และส่งไปรษณีย์ ทุกเคสมีผู้ดูแลหลักหนึ่งคน โดยมีทนายความ Notarial Services Attorney (ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความแห่งประเทศไทย) เป็นผู้ตรวจรับรองขั้นสุดท้ายก่อนส่งมอบ ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

ภาพรวมบริการ Certified Translation

  • งาน "Certified Translation" อยู่ในสายงานแปลเอกสารรับรองโดยนักแปลขึ้นทะเบียนของ NYC Legal Thailand โดยดูแลตั้งแต่ประเมินความเป็นไปได้ ตรวจต้นฉบับ จัดทำคำแปลรับรอง ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จนถึงส่งมอบเอกสารที่ใช้งานได้จริงปลายทาง
  • สำหรับผู้ใช้บริการในพื้นที่ Mfa Legalization เรารับเอกสารทั้งแบบนัดรับถึงที่และส่งไปรษณีย์ ทุกเคสมีผู้ดูแลหลักหนึ่งคน โดยมีทนายความ Notarial Services Attorney (ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความแห่งประเทศไทย) เป็นผู้ตรวจรับรองขั้นสุดท้ายก่อนส่งมอบ
  • ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

ชุดเอกสารที่ใช้ยื่น Certified Translation

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน Certified Translation (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

ขั้นตอนการดำเนินการ Certified Translation

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ Certified Translation ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

ระยะเวลาและโครงสร้างค่าบริการ Certified Translation

  • บริการมาตรฐานสำหรับ Certified Translation: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

สาเหตุที่ต้องยื่น Certified Translation ซ้ำ

  • เอกสารต้นฉบับหมดอายุ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง
  • ยื่นสำเนาแทนต้นฉบับโดยไม่ได้รับรองสำเนา — หน่วยงานผู้รับจะไม่รับพิจารณาและต้องเริ่มคิวใหม่
  • ใช้บริการแปลที่ไม่มีตราประทับนักแปลรับรอง — กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตจะไม่ยอมรับ ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — ส่งผลให้สถานทูตปฏิเสธ ต้องแก้ไขที่อำเภอ/เขต ก่อนนำมาแปล

FAQ

เอกสารจาก Certified Translation ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ค่าบริการ Certified Translation รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา
Certified Translation ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
อยู่ Mfa Legalization ต้องเดินทางมาที่สำนักงานไหม?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ

แปลรับรองเอกสาร — คู่มือเลือกนักแปลที่ปลายทางยอมรับ

ภาพถ่ายบรรณาธิการโต๊ะทำงานนักแปลรับรอง
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

  • กระทรวงยุติธรรมทะเบียนนักแปลผู้ให้บริการแก่ศาลและหน่วยงานยุติธรรม [แหล่งข้อมูล]
  • ISO 17100:2015Translation services — Requirements for translation services

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

  • ใช้ Machine Translation ยื่นราชการ — ถูกปฏิเสธทันที
  • ไม่ตรวจว่าเอกสารต้นทางถูกต้องก่อนแปล — ต้องแก้ทั้งชุด

แผนภูมิการตัดสินใจ

ใช้กับศาล/ราชการไทย?
ใช่ → เลือกนักแปลทะเบียน MoJ
ไม่ → เลือกตามผู้รับ (NAATI สำหรับออสเตรเลีย, ATA สำหรับสหรัฐฯ)

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
แปลรับรองทั่วไป (Certified)ยื่นสถานทูต / ธุรกิจ1–3 วัน500–1,200 / หน้า
แปลนักแปล MoJศาลไทย / หน่วยงานยุติธรรม2–5 วัน800–2,000 / หน้า

ขอบเขตงาน: แปลเอกสารรับรอง (Certified Translation)

งานแปลเอกสารราชการ เอกสารบริษัท และเอกสารกฎหมาย พร้อมหนังสือรับรองคำแปล ให้ผ่านการตรวจของหน่วยงานปลายทางตั้งแต่ครั้งแรก

บริการนี้เหมาะกับคุณเมื่อ

  • ต้องยื่นเอกสารไทยกับหน่วยงานต่างประเทศ หรือเอกสารต่างประเทศกับหน่วยงานไทย
  • หน่วยงานระบุว่าต้องเป็น certified / sworn / official translation
  • ต้องแปลชื่อ-สกุล และคำเฉพาะให้ตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารชุดเดิม
  • ต้องแปลเพื่อต่อยอดรับรองกรมการกงสุล สถานทูต หรือศาล

กรณีที่ควรใช้เส้นทางอื่น (เราแนะนำให้ก่อน)

  • ถ้าปลายทางออสเตรเลียขอ NAATI ต้องใช้นักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI เท่านั้น
  • ถ้าเป็นการยื่นศาล อาจต้องมีคำรับรองผู้แปลในรูปแบบเฉพาะ เราจัดให้ตรงรูปแบบ
  • ถ้าต้องการเพียงคำแปลเพื่อความเข้าใจภายใน ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดรับรอง เราจะแจ้งตามตรงเพื่อประหยัดงบ

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

  • เทียบการสะกดชื่อกับหนังสือเดินทางและเอกสารเก่า เพื่อไม่ให้ข้อมูลขัดกัน
  • จัดรูปแบบหน้าเอกสารให้ตรงกับต้นฉบับ รวมถึงตราประทับและลายเซ็น
  • ตรวจทานสองชั้นโดยผู้ตรวจอีกคนก่อนส่งมอบ
  • ออกหนังสือรับรองคำแปลพร้อมข้อมูลผู้แปลให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
  • แก้ไขให้ฟรีเมื่อเจ้าหน้าที่ปลายทางขอปรับถ้อยคำในสาระเดิม

สิ่งที่ไม่รวม (แจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้น)

  • ค่าธรรมเนียมราชการและค่าจัดส่งของหน่วยงานปลายทาง (เรียกเก็บตามจริง แจ้งก่อนดำเนินการทุกครั้ง)
  • การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ซึ่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • การจัดหาเอกสารต้นฉบับที่ต้องออกโดยตัวผู้ยื่นเอง เช่น เอกสารส่วนตัวที่ต้องแสดงตน

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณอยู่เส้นทางไหน? แจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดเวลามาได้เลย ทีมที่ปรึกษาของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี จะยืนยันลำดับขั้นตอนและรายการเอกสารที่ถูกต้องให้ก่อนคุณเริ่มเสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนงานแปลรับรองและเอกสารที่ต้องเตรียม

งานแปลรับรองมาตรฐานใช้เวลา 1–3 วันทำการ ขึ้นกับจำนวนหน้าและคู่ภาษา โดยต้องแปลจากเอกสารฉบับที่ปลายทางยอมรับเท่านั้น

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1ส่งไฟล์และแจ้งปลายทางส่งสแกนชัดเจนทุกหน้า พร้อมบอกประเทศ/หน่วยงานที่จะยื่น เพราะรูปแบบคำรับรองการแปลต่างกันตามปลายทาง
  2. 2ยืนยันการสะกดชื่อยืนยันการสะกดชื่อ–นามสกุลตามหนังสือเดินทาง และชื่อสถานที่/สถาบันตามเอกสารราชการ เพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธภายหลัง
  3. 3แปลและตรวจสองชั้นนักแปลเฉพาะทางแปล แล้วผู้ตรวจอีกคนเทียบต้นฉบับทีละบรรทัด ตรวจตัวเลข วันที่ และตราประทับให้ครบ
  4. 4ออกใบรับรองการแปลแนบใบรับรองความถูกต้องของคำแปลพร้อมลายมือชื่อผู้แปล/ผู้รับรอง และเย็บติดกับสำเนาต้นฉบับ
  5. 5ส่งต่อรับรองหน่วยงาน (ถ้าจำเป็น)หากต้องใช้กับราชการต่างประเทศ เราส่งต่อขั้นตอนกรมการกงสุลและสถานทูตให้ครบชุด

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • สแกนสีคมชัดทุกหน้า รวมหน้าที่มีตราประทับและลายเซ็น
  • หน้าหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันการสะกดชื่อ
  • ชื่อประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดวันยื่น
  • คำศัพท์เฉพาะหรือคำแปลเดิมที่เคยใช้ (ถ้ามี)

ข้อควรระวัง

  • หลายหน่วยงานไม่รับคำแปลจากสำเนาที่ไม่ได้รับรอง ควรตรวจก่อนแปล
  • การสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทางเป็นสาเหตุการถูกตีกลับอันดับหนึ่ง
  • เอกสารที่ออกนานแล้วบางประเภทมีอายุการยอมรับ ควรขอฉบับใหม่ก่อนแปล

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่อง กรอกแบบฟอร์ม หรือเสี่ยงถูกตีกลับเอง? ทีมงานของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราให้คำปรึกษาเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาได้เลย เราจะยืนยันรายการเอกสารที่ต้องใช้ตามเคสของคุณให้ชัดเจน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

5 ข้อผิดพลาดของงานแปลรับรองที่ทำให้ปลายทางไม่รับ

งานแปลที่ถูกตีกลับมักไม่ได้แปลผิด แต่ผิดที่รูปแบบการรับรอง การสะกดชื่อ และความไม่ตรงกันระหว่างเอกสารในชุดเดียวกัน

  1. 1. สะกดชื่อ-นามสกุลไม่ตรงกับพาสปอร์ต

    ทำไมถึงสำคัญ: ปลายทางเทียบชื่อกับพาสปอร์ตเป็นอันดับแรก ต่างแม้ตัวอักษรเดียวก็ถือว่าคนละคน

    วิธีป้องกัน: ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมงานแปลทุกครั้ง เพื่อยึดการสะกดเป็นมาตรฐานเดียว

  2. 2. ใช้คำแปลชื่อหน่วยงาน/วุฒิการศึกษาไม่ตรงกับที่หน่วยงานใช้จริง

    ทำไมถึงสำคัญ: ชื่อทางการของหน่วยงานและชื่อปริญญามีคำแปลที่ใช้อย่างเป็นทางการอยู่แล้ว

    วิธีป้องกัน: ยึดคำแปลตามเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานต้นทาง และระบุชื่อภาษาไทยกำกับ

  3. 3. แปลจากไฟล์ที่อ่านตราประทับหรือลายเซ็นไม่ออก

    ทำไมถึงสำคัญ: ผู้แปลต้องระบุข้อความในตราประทับด้วย หากอ่านไม่ออกจะต้องใส่ [illegible] ซึ่งบางปลายทางไม่รับ

    วิธีป้องกัน: สแกนสีความละเอียดสูงจากต้นฉบับ ไม่ใช้ภาพถ่ายเอียงหรือมีเงา

  4. 4. ไม่ทราบว่าปลายทางต้องการรับรองระดับใด

    ทำไมถึงสำคัญ: แต่ละปลายทางต่างกัน ตั้งแต่รับรองโดยผู้แปล ไปจนถึงรับรองกรมการกงสุลและสถานทูต

    วิธีป้องกัน: ยืนยันข้อกำหนดปลายทางก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ต้องแปลหรือรับรองซ้ำ

  5. 5. แปลไม่ครบทั้งหน้า เช่น ตัดหลังเอกสารหรือหมายเหตุท้ายหน้า

    ทำไมถึงสำคัญ: เอกสารราชการต้องแปลครบทุกข้อความรวมถึงตราประทับด้านหลัง

    วิธีป้องกัน: ส่งสแกนครบทุกหน้า ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แม้หน้าที่ดูเหมือนว่าง

ไม่อยากมานั่งตรวจรายละเอียดเหล่านี้เองใช่ไหมครับ? ทีมงานของเราให้คำปรึกษาและดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราจะยืนยันเส้นทางที่ถูกต้องให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาสอบถามได้เลย เราจะสรุปรายการเอกสารเฉพาะเคสของคุณให้ชัดเจน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานแปลเอกสารพร้อมรับรองแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภทบริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้นยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ประเมินต้นฉบับและกำหนดรูปแบบคำแปลภายใน 1 วันทำการ

    นับจำนวนหน้า ตรวจความชัดของตราประทับ และยืนยันว่าปลายทางรับคำแปลรูปแบบใด

  2. 2. แปลและตรวจทานสองชั้น1–3 วันทำการ

    ผู้แปลจัดทำคำแปล แล้วผู้ตรวจทานเทียบชื่อ วันที่ ตัวเลข และคำเฉพาะกับต้นฉบับทีละบรรทัด

  3. 3. ยืนยันการสะกดชื่อกับผู้ใช้บริการภายในวันเดียวกันเดินคู่ขนานได้

    ส่งฉบับร่างให้ตรวจการสะกดตามพาสปอร์ตก่อนออกฉบับจริง ขั้นนี้ตัดปัญหาแก้งานย้อนหลังได้มากที่สุด

  4. 4. รับรองคำแปลและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ออกคำรับรองแนบท้าย เย็บติดกับต้นฉบับหรือสำเนาตามที่ปลายทางกำหนด

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีศึกษาจริงจากงานที่เราดูแล

ตัวอย่างเคสจริงที่ทีมงานของเรารับผิดชอบ (ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด) เพื่อให้เห็นภาพว่าเราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสาร แต่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่วางเส้นทางเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงถูกตีกลับและประหยัดเวลาของคุณ

🇦🇺 ออสเตรเลีย · Q4 2024

AHPRA Registration — พยาบาลไทย → Australian PR

โจทย์ของลูกค้า

AHPRA require IELTS 7+ + NMBA assessment + ANMAC Skills + verified transcripts + Police Clearance — ต้อง NAATI-certified translation

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1ขอ transcript + ใบ ก.พ.7 + ใบประกอบฯ จากสภาพยาบาล
  2. 2แปลโดย NAATI-certified translator
  3. 3ขอ Police Clearance
  4. 4ยื่น ANMAC Skills Assessment
  5. 5ยื่น 189 Skilled Independent Visa + biometric

ผลลัพธ์

AHPRA Approved· 189 Visa ใน 14 เดือน· เริ่มงาน Melbourne

AHPRA
Approved
PR
14 เดือน

บริการที่ใช้ในเคสนี้: NAATI Translation · Police Clearance · Skills Assessment · Visa 189

🇦🇪 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ · Q2 2025

UAE Golden Visa — นักลงทุนไทยใน Dubai Real Estate

โจทย์ของลูกค้า

UAE Golden Visa 10 ปี require AED 2M property + Police Clearance attested by UAE Embassy + Medical + Arabic

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1ขอ Police Clearance + Bank Statement + Title
  2. 2MFA + UAE Embassy Bangkok Legalization
  3. 3แปลอารบิก + Notary
  4. 4Coordinate Dubai Land Department
  5. 5ยื่น Golden Visa via ICA + Medical DHA

ผลลัพธ์

Golden Visa 10 ปี ใน 30 วัน· ครอบครัว spouse + 2 ลูก

Visa
10 ปี
Timeline
30 วัน

บริการที่ใช้ในเคสนี้: UAE Legalization · Arabic Translation · Property Verification · Golden Visa

ทุกเคสเริ่มจากการปรึกษาก่อนลงมือ — ทีมงานประสบการณ์กว่า 15 ปีจะตรวจเอกสารของคุณ บอกเส้นทางที่ถูกต้อง แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทักมาปรึกษาได้ทันทีดูกรณีศึกษาทั้งหมด

ศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนยื่นเอกสาร

คำศัพท์เหล่านี้คือจุดที่ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่เอกสารถูกตีกลับ ทีมที่ปรึกษาของเราอธิบายให้ฟังก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — ไม่ต้องตีความเอง

Translation Affidavit(เทียบภาษาอังกฤษ: Translator Affidavit)
คำรับรองของนักแปลที่ลงนามต่อ Notary ยืนยันว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ
Back Translation(เทียบภาษาอังกฤษ: Back Translation)
การแปลกลับจากภาษาเป้าหมายเป็นภาษาต้นทาง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในงานการแพทย์/กฎหมาย
Notary Seal(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Seal)
ตราประทับของ Notary ที่ขึ้นทะเบียน ระบุชื่อ เลขใบอนุญาต และวันหมดอายุ
Power of Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: POA)
หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน มักต้องรับรอง Notary และนิติกรณ์ก่อนใช้ในต่างประเทศ
Apostille(เทียบภาษาอังกฤษ: Apostille)
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญาเฮก 1961 ใช้ได้ทันทีระหว่างประเทศภาคีกว่า 120 ประเทศ — ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ (มีผล 28 ก.พ. 2570) จึงยังต้องใช้ Consular Legalization
Notarial Services Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Public)
ทนายความที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความฯ ให้รับรองลายมือชื่อและเอกสาร เทียบเท่า Notary Public ในต่างประเทศ

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้ขั้นตอนไหน ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี แล้วเราดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

ดูอภิธานศัพท์ทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้องที่คุณมักต้องใช้ต่อ

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบในขั้นตอนเดียว ด้านล่างคือส่วนงานที่มักต่อเนื่องกัน เพื่อให้คุณวางแผนได้ทั้งสาย ไม่ต้องมารู้ทีหลังว่าขาดการรับรองขั้นใดขั้นหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้อันไหนบ้าง? นี่คือสิ่งที่ทีมที่ปรึกษาของเราทำให้ครับ — ด้วยประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศกว่า 15 ปี เราจะวางเส้นทางทั้งสายตามประเทศปลายทางให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้น ไม่ให้ยื่นผิดลำดับ

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม
  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ใครเขียนและตรวจทานหน้านี้

เรียบเรียงโดย
ทีมนักแปลเอกสารราชการ NYC Legal
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายตรวจทาน (proofreader) เอกสารกงสุล/สถานทูต
ทบทวนล่าสุด

ตรวจคำแปลชื่อ วันเดือนปี เลขที่เอกสาร และถ้อยคำเฉพาะของหน่วยงานปลายทาง เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสารเท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณทราบเส้นทางที่ถูกต้อง รายการเอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาจริงก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราทบทวนเนื้อหาแต่ละหน้าเทียบกับแนวปฏิบัติปัจจุบันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเคสของคุณมีกำหนดเวลาเร่งด่วน ทักมาให้เรายืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม