ใบรับรองความประพฤติ (ใช้ในประเทศ)
ยื่นคำขอตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและออกหนังสือรับรองความประพฤติจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำหรับสมัครงานหรือใช้ในประเทศ
- ค่าบริการ
- สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่
- ระยะเวลาโดยประมาณ
- 7–15 วันทำการ ขึ้นกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล
ต่อท่าน· PCC ใช้ในไทย (ตรวจประวัติตนเอง/พนักงาน)
สิ่งที่ท่านจะได้รับ
- หนังสือรับรองความประพฤติฉบับจริง
- ติดตามสถานะระหว่างดำเนินการ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
- รูปถ่ายตามระเบียบ
- พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจ
แหล่งอ้างอิงราชการ: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Royal Thai Police Special Branch) · ตรวจทานล่าสุด:
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลอยู่ที่ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบปกติ) และ 400 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมราชการ แยกจากค่าบริการของเรา
รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Police Clearance Certificate)
หนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate) ออกโดยกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ประกอบการยื่นวีซ่า ถิ่นที่อยู่ ใบอนุญาตทำงาน และการสมัครงานบางประเภท
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือเดินทางตัวจริงและสำเนา (หน้าที่มีรูปถ่าย)
- บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา สำหรับผู้มีสัญชาติไทย
- รูปถ่ายขนาดตามที่หน่วยงานกำหนด พื้นหลังเรียบ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
- เอกสารระบุวัตถุประสงค์ เช่น หนังสือเรียกจากนายจ้าง แบบฟอร์มวีซ่า หรือหนังสือจากสถานทูต
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล หากชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน
- หนังสือมอบอำนาจและบัตรผู้รับมอบ กรณีให้ผู้อื่นยื่นแทน
ขั้นตอนและวิธีการ
- 1. เตรียมเอกสารและวัตถุประสงค์การใช้1 วันทำการ
ระบุประเทศและวัตถุประสงค์ให้ชัด เพราะรูปแบบผลตรวจและภาษาที่ต้องใช้ต่างกัน
- 2. พิมพ์ลายนิ้วมือ1 วันทำการ
พิมพ์ลายนิ้วมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามแบบฟอร์มที่กำหนด ลายนิ้วมือไม่ชัดจะถูกขอพิมพ์ใหม่
- 3. ยื่นคำร้องและตรวจสอบฐานข้อมูล5–20 วันทำการ
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบฐานข้อมูลประวัติ ระยะเวลาขึ้นกับจำนวนคำร้องในระบบ
- 4. รับผลและตรวจความถูกต้อง1 วันทำการ
ตรวจชื่อ เลขหนังสือเดินทาง วันเกิด และวันที่ออกให้ตรงกับเอกสารที่จะยื่น
- 5. แปลและรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ3–10 วันทำการ
หากใช้ต่างประเทศ ให้แปลรับรองแล้วขอ Apostille หรือรับรองกงสุล–สถานทูตตามปลายทาง
คำแนะนำจากทีมงาน
- ยื่นเรื่องล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 เดือนก่อนกำหนดยื่นวีซ่า เพราะขั้นตอนตรวจฐานข้อมูลควบคุมเวลาไม่ได้
- ตรวจว่าปลายทางต้องการผลตรวจที่ออกไม่เกินกี่เดือน แล้วนับถอยหลังจากวันนัดยื่น
- รวบรวมเอกสารทั้งชุดให้ครบก่อนยื่นรอบเดียว ประหยัดกว่าการทยอยยื่นทีละใบ
- ถ่ายรูปหน้าเอกสารที่มีตราประทับทุกครั้งหลังผ่านแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องติดตามงาน
- เช็กวันหมดอายุของเอกสารปลายทางก่อนเริ่มกระบวนการ บางประเทศรับเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน
ข้อควรระวัง
- ชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางเป็นสาเหตุการปฏิเสธที่พบบ่อยที่สุด
- ผลตรวจมีอายุการใช้งานตามที่ปลายทางกำหนด ขอไว้เร็วเกินไปอาจหมดอายุก่อนยื่น
- ห้ามเย็บ ถอด หรือแกะแม็กเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้ว เพราะถือว่าชุดเอกสารถูกแยกและอาจต้องเริ่มใหม่
- หากเอกสารมีหลายหน้า ต้องรับรองครบทุกหน้าตามที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก
- อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น
ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้
| หัวข้อ | ทำเอง | ให้เราดูแล |
|---|---|---|
| ตรวจเงื่อนไขปลายทาง | ต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบ | ทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว |
| เดินเรื่องหลายหน่วยงาน | ลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกัน | เรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว |
| คำแปลและคำรับรอง | หาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปล | แปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน |
| ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำ | ผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย | ตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ |
| การติดตามงาน | ต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะ | แจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร |
ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ
ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน
ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย
ความผิดพลาดในงานงานหนังสือรับรองความประพฤติแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร
| ข้อผิดพลาด | สาเหตุ | เวลาที่เสียไป | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|---|
| เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุล | แต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสาย | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไป | ยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น |
| ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่ | หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัด | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ | ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว |
| จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภท | บริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่ | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้น | ยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ |
| ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจ | หน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลย | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบ | ทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ |
| สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทาง | หน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคน | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุด | ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ |
ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง
ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด
- 1. เตรียมชุดเอกสารและพิมพ์ลายนิ้วมือ1–3 วันทำการ
ต้องใช้แบบพิมพ์ลายนิ้วมือที่ถูกต้องและสำเนาเอกสารประจำตัวครบตามที่กำหนด
- 2. ยื่นคำขอต่อหน่วยงานตำรวจ1 วันทำการ
ยื่นด้วยตนเองหรือโดยผู้รับมอบอำนาจพร้อมหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
- 3. ตรวจสอบประวัติและออกหนังสือ10–25 วันทำการ
เป็นขั้นที่ใช้เวลามากที่สุดและขึ้นกับคิวตรวจสอบ ไม่สามารถเร่งจากภายนอกได้
- 4. รับรองต่อเพื่อใช้ต่างประเทศ3–12 วันทำการเดินคู่ขนานได้
หากปลายทางกำหนด ต้องแปลและเดินสายรับรองตามลำดับที่ปลายทางระบุ
หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ
แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง
คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด
| หัวข้อเปรียบเทียบ | แปล + รับรองกงสุล (ไทย) | NAATI / sworn translator ต่างประเทศ |
|---|---|---|
| ผู้รับรอง | กรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปล | นักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง |
| ใช้กับใคร | หน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทย | หน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย |
| รูปแบบผลลัพธ์ | ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับ | คำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล |
| ต่อยอด Apostille ได้ไหม | ได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคี | ขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ |
| สิ่งที่ต้องตรวจก่อน | ปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่ | หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่ |
หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้
เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต
ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เส้นทาง Apostille | เส้นทางรับรองสถานทูต |
|---|---|---|
| ใช้เมื่อใด | ประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille | ประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille |
| หน่วยงานสุดท้าย | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | สถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย |
| จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไป | น้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลาง | มากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต |
| กรอบเวลาโดยประมาณ | สั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน | ยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น |
| สิ่งที่มักทำให้ตีกลับ | คำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ | ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ |
ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย
ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา
| หัวข้อ | ยื่นเอง | ให้ NYC ดูแล |
|---|---|---|
| ตรวจเงื่อนไขปลายทาง | ต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ | ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ |
| การเดินทาง | เดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียว | รับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน |
| ความเสี่ยงถูกตีกลับ | พลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย | ตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง |
| การติดตามสถานะ | ต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเอง | แจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ |
| บทบาทที่ปรึกษา | ไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือ | ให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว |
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว
ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร
ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่
ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล
เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด
ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน
จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข
หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง
อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่
กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์
- เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
- ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
- เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
- ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการวางแผนเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด ๆ
