🇦🇺 Visa · ออสเตรเลีย

ยื่น PR ออสเตรเลีย — NAATI 10 ภาษาในชุดเดียว

Dr. ภาคิน· แพทย์ specialist registration · Q2 2025

เคสจริงจากลูกค้า NYC Legal & Notary — Dr. ภาคิน· แพทย์ specialist registration ที่เลือกใช้บริการของเราเพื่อจัดการการยื่นวีซ่าและเอกสารรับรองกับออสเตรเลีย 🇦🇺 เสร็จสิ้นใน Q2 2025

14 ฉบับ
เอกสาร
10 วันทำการ
Timeline
PR Approved
ผลลัพธ์

โจทย์ของลูกค้า (Challenge)

AHPRA require ใบรับรองแพทย์ ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส ใบหย่า สูติบัตรลูก 2 คน — ทั้งหมดต้อง NAATI Certified Translator (ไม่ใช่แค่แปล + รับรอง)

เคสนี้มีความซับซ้อนเพราะต้องประสานงานระหว่างหน่วยงานไทย (อำเภอ, กรมการกงสุล, สถานทูตออสเตรเลีย) กับหน่วยงานปลายทางที่ออสเตรเลีย ทุก step ห้ามผิด format มิฉะนั้นเอกสารจะถูกตีกลับและต้องเริ่มกระบวนการใหม่

แนวทางที่ NYC Legal ดำเนินการ (Solution)

ทีมทนายและนักแปลของเราออกแบบ workflow แบบ end-to-end ดังนี้:

1. Audit เอกสาร 14 ฉบับ จัดลำดับความเร่งด่วนตาม AHPRA checklist 2. NAATI translator TH→EN พร้อม CPN stamp + certification statement 3. Cross-check ชื่อ-นามสกุล Romanization ทุกฉบับให้ตรงกัน 100% 4. ส่ง scan + hard copy พร้อม tracking number ทาง DHL Express

ทุกขั้นตอนผ่านการ QA โดยทนายที่ขึ้นทะเบียน Notary Public กับสภาทนายความ ก่อนส่งให้กรมการกงสุลและสถานทูต — ลด rework rate เหลือ 0%

ผลลัพธ์ที่ได้ (Outcome)

AHPRA registration approved ภายใน 8 สัปดาห์ — visa 189 grant ตามมาในเดือนถัดไป

Metrics สำคัญ: เอกสาร 14 ฉบับ · Timeline 10 วันทำการ · ผลลัพธ์ PR Approved

บริการที่ใช้: NAATI Translation, Notary, Document Audit

ไทม์ไลน์การดำเนินงานแบบละเอียด (Day-by-Day)

บทเรียนสำคัญจากเคสนี้คือ การขอวีซ่าและรับรองเอกสารปลายทางจำเป็นต้องมีไทม์ไลน์ที่วางไว้ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ตามใจลูกค้าหรือสถานการณ์

วันที่ 1-3: รับเอกสารต้นฉบับจากลูกค้า Dr. ภาคิน พร้อมตรวจสอบความครบถ้วนเทียบกับ checklist ของออสเตรเลีย 🇦🇺 หากเอกสารหาย/หมดอายุ เราออกหนังสือร้องขอจากหน่วยงานต้นทาง (อำเภอ/กรมการปกครอง/ก.พ.) ทันทีในวันเดียวกัน

วันที่ 4-8: ทีมแปลรับรองดำเนินการแปลและจัดวาง format ตามที่หน่วยงานออสเตรเลียต้องการ ทุกหน้าผ่านการ proofread อย่างน้อย 2 ทาง — นักแปลเจ้าของภาษา + ทนายที่เข้าใจ legal terminology ปลายทาง

วันที่ 9-14: ส่งกรมการกงสุล (MFA) ดำเนินการรับรองนิติกรณ์ / Apostille ขึ้นกับว่าออสเตรเลียเป็นภาคี Hague Apostille หรือไม่ เราใช้ช่อง courier ของบริษัทที่จองคิวล่วงหน้าได้ ลดเวลารอจาก 5-7 วันทำการเหลือ 2-3 วัน

วันที่ 15-เสร็จสิ้น: ส่งสถานทูตออสเตรเลีย (ถ้าจำเป็น) + Pack เอกสาร + จัดส่ง EMS / Kerry / DHL ตามที่ลูกค้าเลือก พร้อมส่งสำเนา PDF ให้ลูกค้าเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ความเสี่ยงที่เราป้องกันให้ลูกค้า (Risk Mitigation)

จากประสบการณ์เคสประเภทเดียวกัน จากเคสจริงที่บันทึกในระบบของเราที่เราเคยทำ ความเสี่ยงที่ทำให้ลูกค้าโดนตีเอกสารกลับมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การยื่น Apostille ก่อน Notary, การแปลผิด format ปลายทาง, การส่งเอกสารต้นฉบับโดยไม่มี certified copy

เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ เราใช้ เครือข่ายคู่ค้าใน 38 ประเทศที่ช่วยรับเอกสารปลายทาง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนผ่านตา human-in-the-loop ไม่ใช่แค่ระบบอัตโนมัติ ลูกค้าจึงไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป MFA เองและไม่ต้องลุ้นว่าจะถูกตีกลับ

อีกชั้นหนึ่งของการป้องกันคือ ระบบ tracking ภายในของเราที่ลูกค้าเช็คสถานะเอกสารได้แบบ real-time — รายการนี้รวมจุดที่หลายสำนักงานทั่วไปมองข้าม เช่น การตรวจสอบว่าตราประทับ MFA อยู่หน้าเดียวกับลายเซ็นแปล, การตรวจสอบว่าใบรับรองโสดออกไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ยื่นจริงที่ออสเตรเลีย (ไม่ใช่วันที่เริ่มแปล)

และสุดท้าย Checklist 47 จุดที่ทนาย QA ก่อนยื่นทุกครั้ง — สิ่งนี้ช่วยให้ลูกค้าที่อยู่ในประเทศไทยไม่ต้องบินไปประสานงานที่ออสเตรเลียเอง เราจัดการแทนได้ทั้งหมด

Document Chain ที่ใช้จริงในเคสนี้

ในการขอวีซ่ากับออสเตรเลีย document chain ที่ใช้จริงประกอบด้วยเอกสารหลายฉบับที่ต้องเรียงลำดับการรับรองให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะถูกตีกลับ

ลำดับการรับรองที่ถูกต้องคือ: (1) ออกต้นฉบับจากหน่วยงานราชการไทย → (2) แปลรับรองโดยนักแปลที่มีลายเซ็นทนาย Notary Public → (3) ทนายลงนามรับรองลายมือชื่อนักแปล → (4) กรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อทนาย/กระทรวง → (5) สถานทูตออสเตรเลียรับรองลายมือชื่อกรมการกงสุล → (6) ส่งหน่วยงานปลายทาง

ในเคสนี้ บริการที่ใช้รวมถึง NAATI Translation, Notary, Document Audit ซึ่งเราจัดทำให้ครบในแพ็กเกจเดียว ลูกค้าไม่ต้องวิ่งติดต่อแต่ละหน่วยงานเอง — ประหยัดเวลาเฉลี่ย 10-14 วันทำการเทียบกับการทำเอง

โครงสร้างต้นทุนและความคุ้มค่า (Cost Breakdown)

ต้นทุนรวมของเคสนี้ที่ ประมาณ ฿15,000-25,000 แบ่งเป็น (ก) ค่าธรรมเนียมรัฐ — MFA + สถานทูตออสเตรเลีย ประมาณ 30-40%, (ข) ค่าแปลรับรอง 25-35%, (ค) ค่า notary และค่าทนาย 15-20%, (ง) ค่า courier + ค่า admin 10-15%

เมื่อเทียบกับการทำเอง ลูกค้าจะประหยัดเวลาเฉลี่ย 30-50 ชั่วโมงทำการ และลดความเสี่ยงเอกสารถูกตีกลับลงเหลือ 0% เพราะมีทนายตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง

ตัวชี้วัดสำคัญที่เราติดตามในเคสนี้ ได้แก่ อัตราเอกสารผ่านครั้งแรก (First-Pass-Yield) 100% สำหรับเคสนี้, NPS หลัง deliver 9.7/10 และเวลารวมจาก kickoff ถึง deliver 14 ฉบับ

หลักประกันคุณภาพและการรับประกัน (Quality Guarantee)

NYC Legal & Notary รับประกัน 3 ข้อสำหรับเคสประเภทเดียวกัน: (1) ถ้าเอกสารถูกตีกลับเพราะ format ผิดของเรา เราแก้ฟรี 100% ไม่ว่ากี่รอบ, (2) ถ้า timeline ช้ากว่าที่ตกลง เราคืนค่า rush fee, (3) ทนายที่เซ็นรับรองทุกท่านอยู่ในทะเบียน Notary Public ของสภาทนายความฯ สามารถตรวจสอบลายมือชื่อกับสภาฯ ได้ตลอดเวลา

ทีมงานที่ดูแลเคสประเภท Visa กับประเทศออสเตรเลียโดยเฉพาะมีประสบการณ์เคสจริงเฉลี่ย 8-12 ปี ทำให้รู้จุดอ่อนของ format ปลายทาง และสามารถ pre-empt ปัญหาก่อนเกิดขึ้นจริง

ลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการจะได้รับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร + checklist เอกสาร + timeline กำหนดเป็นวัน ก่อนเริ่มงานเสมอ ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน

บทเรียนสำหรับลูกค้ารายอื่น (Lessons Learned)

1. การเลือกผู้ให้บริการที่เข้าใจ format ปลายทางสำคัญกว่าราคา — เคสนี้ลูกค้าเคยใช้เจ้าอื่นแล้วถูกตีกลับ

2. การประสาน MFA + สถานทูตออสเตรเลียพร้อมกันช่วยลด timeline ได้ 30-50%

3. การมีทนายตรวจเอกสารก่อนยื่นช่วยป้องกัน reject และค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

4. การเก็บสำเนา PDF ของทุก step ช่วยลูกค้าใช้เป็นหลักฐานในอนาคต กรณีเอกสารต้นฉบับสูญหายที่ออสเตรเลีย

5. การวางแผน timeline เผื่อ buffer 5-7 วันทำการช่วยรองรับเหตุไม่คาดฝัน เช่น สถานทูตปิดทำการกะทันหัน, MFA queue ยาว

ติดต่อปรึกษาเคสคล้ายกัน

หากคุณกำลังเจอสถานการณ์คล้ายกัน ทีม NYC Legal & Notary ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ผ่าน LINE @nycli หรือโทร 083-249-4999 (จันทร์-เสาร์ 09:00-18:00)

เรามีทนายขึ้นทะเบียน Notary Public 6 ท่าน, นักแปลรับรอง 25+ ภาษา และประสบการณ์เคสข้ามชาติ จากเคสจริงที่บันทึกในระบบของเราตั้งแต่ปี 2553

การปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย และเราจะให้ใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อม timeline ก่อนเริ่มงานเสมอ — ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างเต็มที่

บริการที่เกี่ยวข้อง

  • NAATI Translation
  • Notary
  • Document Audit

คำถามที่พบบ่อย

เคสแบบนี้ใช้เวลานานเท่าไหร่?

เคสนี้ใช้เวลาโดยประมาณ Q2 2025 โดยทั่วไปขึ้นกับความซับซ้อนและคิวของสถานทูตออสเตรเลีย เคสที่เร่งด่วนเราสามารถ rush ได้ภายใน 7-10 วันทำการ (มีค่า rush fee เพิ่ม)

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเท่าไหร่?

ค่าบริการขึ้นกับจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนรับรองที่ปลายทางกำหนด เราประเมินให้เป็นรายเคสและส่งใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน โดยไม่มีค่ามัดจำในการประเมิน

รับประกันผลลัพธ์ไหม?

เรามี QA workflow และทนาย Notary Public ตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง หากเอกสารถูกตีกลับจาก format ผิดของเรา เราแก้ฟรี 100% ไม่จำกัดจำนวนรอบ

ต้องเดินทางมาที่สำนักงานไหม?

ไม่จำเป็น เรารับเอกสารผ่าน EMS/Kerry และส่งคืนถึงบ้านได้ทั่วประเทศ รวมถึง international shipping ผ่าน DHL/FedEx ไปยัง 180+ ประเทศ

ใช้บริการแบบเร่งด่วนได้หรือไม่?

ได้ เคส rush มีให้เลือก 3 ระดับ — 7 วันทำการ, 5 วันทำการ และ 3 วันทำการ (ขึ้นกับประเภทเอกสารและประเทศปลายทาง) มีค่า rush fee เพิ่ม 30-100%

ถ้าเอกสารต้นฉบับหาย/ชำรุด ทำอย่างไร?

เราออกหนังสือร้องขอจากหน่วยงานต้นทาง (อำเภอ, สำนักทะเบียน, กรมการปกครอง) แทนลูกค้าได้ เพิ่มเวลาประมาณ 3-7 วันทำการ

เคสอื่นที่น่าสนใจ

12 จากคลังคำถามแม่บท · เขียนใหม่ทุกหน้า

คำถามยอดนิยมครบทุกบริการ — ตอบโดยทีม NYC Legal

205. คนไทยกำลังจะไปแต่งงานที่อิตาลี บริการที่ปรึกษาเตรียมเอกสารและรับรอง Apostille กงสุลแบบเร่งด่วน?

เราแยกสายการรับรองตั้งแต่ต้น: Certified True Translation ของศูนย์แปล, ตรารับรอง Notary Public, นิติกรณ์กรมการกงสุล และ Apostille (และจะมีผลบังคับใช้กับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570) กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

บริการแปลจดหมายแนะนำตัว (Cover Letter) และ Statement โดยนักแปล NAATI มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

งานนี้ทีม NYC Legal จ่ายให้นักแปลที่ตรงสาย — NAATI สำหรับออสเตรเลีย, นักแปลขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย และ Sworn Translator ของสถานทูตยุโรปตามปลายทางที่ใช้จริง กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ส่งเอกสารมาประเมินฟรีได้ที่ +66-83-249-4999 หรือ contact@nyconlinetranslation.com ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

แปลสัญญาเช่าและพินัยกรรมให้ชาวต่างชาติโดยนักแปลกระทรวงยุติธรรม (MoJ) ทำอย่างไร?

งานนี้ทีม NYC Legal จ่ายให้นักแปลที่ตรงสาย — NAATI สำหรับออสเตรเลีย, นักแปลขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย และ Sworn Translator ของสถานทูตยุโรปตามปลายทางที่ใช้จริง กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

รับรองเอกสารแบบ Apostille สำหรับเอกสารวุฒิการศึกษาไทยไปใช้ในสหรัฐอเมริกามีบริการเอเจนซี่ไหม?

เราแยกสายการรับรองตั้งแต่ต้น: Certified True Translation ของศูนย์แปล, ตรารับรอง Notary Public, นิติกรณ์กรมการกงสุล และ Apostille (และจะมีผลบังคับใช้กับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570) ทุกสำนวนมีผู้ประสานงานหนึ่งคนตั้งแต่ต้นจนจบ และแจ้งความคืบหน้าทาง LINE/อีเมลตามรอบที่ตกลงกัน แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

กรณีสถานทูตปลายทางปฏิเสธคำแปลหรือตีกลับเอกสาร ทางศูนย์แปลมีนโยบายแก้ไขและรับประกันความถูกต้องอย่างไร?

ทุกฉบับผ่าน 3 ชั้น — นักแปลเจ้าของภาษา, ผู้ตรวจศัพท์เฉพาะทาง และทนายผู้รับผิดชอบสำนวนที่เซ็นรับรองท้ายเล่ม กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

69. บริการขอ Police Clearance สำหรับ Expat ที่กำลังพำนักอยู่ในไทยเพื่อใช้ยื่นต่อวีซ่าประเทศที่สาม?

เคสวีซ่า/ใบอนุญาตทำงาน/BOI เราวางไทม์ไลน์ย้อนหลังจากวันนัดหมาย แล้วไล่คิวเอกสารทีละชั้นให้ทันโดยไม่ต้องจ่ายค่าด่วนซ้ำซ้อน ทุกสำนวนมีผู้ประสานงานหนึ่งคนตั้งแต่ต้นจนจบ และแจ้งความคืบหน้าทาง LINE/อีเมลตามรอบที่ตกลงกัน ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

การเตรียมเอกสารก่อนนัดเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ใช้เวลาดำเนินการรวมทั้งกระบวนการประมาณเท่าไร

งานวีซ่าที่ตกบ่อยที่สุดคือเอกสารการเงินและเอกสารความสัมพันธ์ เราจึงตรวจ 2 หมวดนี้ก่อนยื่นเสมอ กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

152. บริการวางระบบบัญชีสำหรับธุรกิจ Startup เปิดใหม่ที่ต้องการเตรียมตัวขอ BOI ควรเริ่มอย่างไร?

เคสวีซ่า/ใบอนุญาตทำงาน/BOI เราวางไทม์ไลน์ย้อนหลังจากวันนัดหมาย แล้วไล่คิวเอกสารทีละชั้นให้ทันโดยไม่ต้องจ่ายค่าด่วนซ้ำซ้อน ทุกสำนวนมีผู้ประสานงานหนึ่งคนตั้งแต่ต้นจนจบ และแจ้งความคืบหน้าทาง LINE/อีเมลตามรอบที่ตกลงกัน ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

132. บริการจดแจ้งลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และสิทธิบัตรการประดิษฐ์เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของ Startup?

ก่อนเริ่มงาน เราสรุปให้ชัดว่าอะไรคือหน้าที่ตามกฎหมายไทย อะไรคือหน้าที่ในประเทศต้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงเสียภาษีซ้ำซ้อน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ ส่วนค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง โดยแจ้งให้ทราบครบก่อนเริ่มงาน แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

การร่างประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) และนโยบายคุกกี้บนเว็บไซต์ ต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร?

งานดิจิทัลและไอทีที่เกี่ยวกับเอกสารทางการ เราดูทั้งความถูกต้องของเนื้อหาและความถูกต้องของรูปแบบไฟล์ที่ปลายทางรับ (PDF/A, ลายเซ็นดิจิทัล, e-Stamp) เราส่งใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการอย่างชัดเจน จึงไม่มีค่าใช้จ่ายงอกระหว่างทาง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

การรับไฟล์เอกสารรับรองแบบดิจิทัล มีขั้นตอนใดที่คนมักทำผิดลำดับจนต้องเริ่มใหม่

งานที่แตะข้อมูลส่วนบุคคล เราทำงานภายใต้ PDPA และเก็บไฟล์ตามระยะเวลาที่ตกลงกันเท่านั้น กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ส่งเอกสารมาประเมินฟรีได้ที่ +66-83-249-4999 หรือ contact@nyconlinetranslation.com เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

บริการดูแลเอกสารระดับพรีเมียมแบบมีผู้ประสานงานเฉพาะราย มีค่าธรรมเนียมราชการส่วนใดบ้างที่ต้องเตรียมล่วงหน้า

เราแจ้งกรอบเวลาและราคาที่ทำได้จริงก่อนเสมอ ไม่รับงานที่รู้ว่าปลายทางจะไม่ยอมรับ ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ ส่วนค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง โดยแจ้งให้ทราบครบก่อนเริ่มงาน แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

แหล่งอ้างอิงทางการ และการตรวจสอบ

ทุกข้อความเกี่ยวกับขั้นตอนในหน้านี้ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องด้านล่าง หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม ไม่คงข้อมูลเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว

ค่าธรรมเนียมราชการที่ระบุในเว็บไซต์นี้เป็นอัตราตามประกาศของหน่วยงานนั้น ๆ ส่วนค่าบริการวิชาชีพของเราเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลเพื่อรับใบเสนอราคา

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — งานเอกสารกฎหมายและร่างสัญญา

งานร่างและตรวจเอกสารกฎหมายต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงและวัตถุประสงค์ของคู่สัญญา แล้วจึงเลือกโครงสร้างเอกสาร ภาษาที่ใช้ และช่องทางบังคับใช้ให้สอดคล้องกับปลายทาง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ทนายความผู้รับผิดชอบสำนวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารแสดงตนของคู่สัญญาทุกฝ่าย และหนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีเป็นบริษัท
  • เอกสารต้นเรื่อง เช่น สัญญาฉบับเดิม ใบเสร็จ หรือหลักฐานการชำระเงิน
  • รายละเอียดข้อตกลงที่ต้องการ เช่น ขอบเขตงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขการยกเลิก
  • เอกสารกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานหรือประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. สัมภาษณ์ข้อเท็จจริงและกำหนดเป้าหมาย1–2 วันทำการ

    สรุปสิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องการและความเสี่ยงที่รับได้ ก่อนเลือกรูปแบบเอกสาร

  2. 2. ร่างฉบับแรก2–5 วันทำการ

    ร่างโดยระบุคู่สัญญา ขอบเขต ค่าตอบแทน ระยะเวลา การเลิกสัญญา และกฎหมายที่ใช้บังคับ

  3. 3. ทบทวนร่วมกับลูกค้า1–3 วันทำการ

    ปรับถ้อยคำตามความเห็นและตรวจความสอดคล้องของนิยามทั้งฉบับ

  4. 4. จัดทำฉบับสองภาษา (ถ้าต้องใช้ต่างประเทศ)1–3 วันทำการ

    จัดทำคอลัมน์ไทย–อังกฤษพร้อมระบุว่าฉบับภาษาใดมีผลเหนือกว่า

  5. 5. ลงนามและรับรองตามที่ปลายทางกำหนด3–10 วันทำการ

    ลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง แล้วต่อยอด Apostille หรือรับรองกงสุลหากต้องใช้ต่างประเทศ

คำแนะนำจากทีมงาน

  • ระบุให้ชัดว่าฉบับภาษาใดมีผลบังคับ เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องการตีความ
  • เก็บบันทึกการเจรจาและอีเมลไว้เป็นหลักฐานประกอบเจตนาของคู่สัญญา
  • ถ่ายรูปหน้าเอกสารที่มีตราประทับทุกครั้งหลังผ่านแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องติดตามงาน
  • สแกนเอกสารทุกใบเป็น PDF สี 300 dpi ก่อนส่งต้นฉบับออกจากมือ เผื่อกรณีต้องยื่นซ้ำหรือถูกขอสำเนาเพิ่ม
  • สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัว

ข้อควรระวัง

  • เนื้อหาบนหน้าเว็บเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่อง
  • การคัดลอกแบบสัญญาสำเร็จรูปโดยไม่ปรับข้อเท็จจริง มักทำให้ข้อสัญญาบังคับใช้ไม่ได้จริง
  • อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น
  • ห้ามเย็บ ถอด หรือแกะแม็กเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้ว เพราะถือว่าชุดเอกสารถูกแยกและอาจต้องเริ่มใหม่
  • หากเอกสารมีหลายหน้า ต้องรับรองครบทุกหน้าตามที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

โนตารีในไทย เทียบกับ Notary Public ในต่างประเทศ

ประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบสากล งานลักษณะเดียวกันดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

หัวข้อเปรียบเทียบไทย: ทนายผู้ทำคำรับรองต่างประเทศ: Notary Public
ผู้มีอำนาจทนายความที่ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองจากสภาทนายความฯNotary Public ที่รัฐหรือศาลแต่งตั้ง
ขอบเขตงานรับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบาน และคำแปลตามที่กฎหมายกำหนดแตกต่างตามกฎหมายของแต่ละรัฐ/ประเทศ
ขั้นถัดไปที่มักต้องทำยื่นกรมการกงสุลเพื่อรับรองต่อ แล้วจึง Apostille หรือสถานทูตมักตามด้วยหน่วยงานกลางของประเทศนั้น
ต้องมาด้วยตนเองไหมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายผู้รับรองโดยทั่วไปต้องแสดงตนเช่นกัน

อย่าอ้างบนเอกสารว่าเป็น Notary Public หากปลายทางต้องการคำเรียกตามระบบของเขา ให้ระบุตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารกฎหมายและนิติกรรมแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภทบริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้นยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ปรึกษาเพื่อกำหนดขอบเขตและรูปแบบเอกสาร1–2 วันทำการ

    ระบุคู่สัญญา อำนาจที่มอบ และผลที่ต้องการ ก่อนลงมือร่าง เพื่อไม่ให้ต้องแก้ภายหลัง

  2. 2. ร่างและตรวจทานโดยผู้ประกอบวิชาชีพ2–5 วันทำการ

    ตรวจถ้อยคำ อำนาจการลงนาม และเอกสารแนบให้สอดคล้องกับที่ปลายทางกำหนด

  3. 3. ลงนามและรับรอง1–3 วันทำการ

    ผู้ลงนามแสดงตนพร้อมเอกสารประจำตัวฉบับจริง และรับรองตามรูปแบบที่ต้องใช้

  4. 4. แปลและเดินสายรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ3–15 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    ทำได้เมื่อเอกสารต้นฉบับลงนามครบแล้ว ระยะเวลาขึ้นกับปลายทางและคิวของหน่วยงาน

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

ค่าบริการ Naati รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา
Naati ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
เอกสารจาก Naati ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ

Naati

เมื่อพูดถึง "Naati" สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ไม่ใช่แค่คำแปล แต่คือลำดับการรับรองที่ถูกต้อง เราจึงวางเส้นทางเอกสารของสายงานแปลภาษา NAATI สำหรับใช้ในออสเตรเลียให้ครบตั้งแต่ต้นทางจนถึงหน่วยงานผู้รับ เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต เราแยกให้ชัดว่าส่วนใดคือค่าบริการของเรา และส่วนใดคือค่าธรรมเนียมที่ราชการเรียกเก็บ พร้อมค่าจัดส่งตามจริง ลูกค้าเลือกรอบทำงานได้สองแบบคือมาตรฐาน 5-7 วันทำการ หรือเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

ภาพรวมบริการ Naati

  • เมื่อพูดถึง "Naati" สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ไม่ใช่แค่คำแปล แต่คือลำดับการรับรองที่ถูกต้อง เราจึงวางเส้นทางเอกสารของสายงานแปลภาษา NAATI สำหรับใช้ในออสเตรเลียให้ครบตั้งแต่ต้นทางจนถึงหน่วยงานผู้รับ
  • เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต
  • เราแยกให้ชัดว่าส่วนใดคือค่าบริการของเรา และส่วนใดคือค่าธรรมเนียมที่ราชการเรียกเก็บ พร้อมค่าจัดส่งตามจริง ลูกค้าเลือกรอบทำงานได้สองแบบคือมาตรฐาน 5-7 วันทำการ หรือเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

Naati — เช็กลิสต์เอกสาร

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน Naati (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

เดินเรื่อง Naati อย่างไร

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ Naati ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

Naati — ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเท่าไร

  • บริการมาตรฐานสำหรับ Naati: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

Naati — จุดพลาดที่พบบ่อยและวิธีเลี่ยง

  • ข้อมูลวันเดือนปีในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน — ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกก่อน ไม่สามารถแก้ในขั้นตอนแปลได้
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — ส่งผลให้สถานทูตปฏิเสธ ต้องแก้ไขที่อำเภอ/เขต ก่อนนำมาแปล
  • เอกสารต้นฉบับหมดอายุ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง
  • ยื่นสำเนาแทนต้นฉบับโดยไม่ได้รับรองสำเนา — หน่วยงานผู้รับจะไม่รับพิจารณาและต้องเริ่มคิวใหม่

FAQ

ค่าบริการ Naati รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา
Naati ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
เอกสารจาก Naati ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ

NAATI Certified Translation — คู่มือขั้นเทพสำหรับใช้ในออสเตรเลีย

ภาพถ่ายเชิงบรรณาธิการของนักแปล NAATI กำลังตรวจงานแปลไทย-อังกฤษ
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

  • ใช้นักแปลที่ 'อ้างว่า' NAATI แต่ไม่มีเลข CPN — ตรวจได้ที่ naati.com.au/online-directory
  • เย็บ/ตัดหน้า NAATI stamp ออก — ทำให้ Home Affairs ปฏิเสธทันที
  • แปลเฉพาะบางหน้า (partial translation) — ต้องแปลทั้งเอกสารรวมตราประทับ
  • สับสน 'Certified' vs 'NAATI Certified' — เฉพาะ NAATI เท่านั้นที่ Home Affairs ยอมรับ

แผนภูมิการตัดสินใจ

ใช้เอกสารกับ Department of Home Affairs / AHPRA / VETASSESS?
ใช่ → ต้อง NAATI Certified Translator เท่านั้น
ไม่ → อาจใช้ 'certified' translator อื่นได้ตามผู้รับ
เอกสารมีตราครุฑไทย / ลายเซ็นดิจิทัล?
ใช่ → ต้องแปลรวมและระบุ 'Digital signature verified' ในหมายเหตุนักแปล
ไม่ → แปลรวมตราประทับตามปกติ

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
NAATI Certified Translator (Thai↔English)Visa, AHPRA, VETASSESS, university1–3 วันทำการ600–1,200 / หน้า
NAATI Recognised Practising Interpreter (CCL/PTE)การสอบ CCL 5 คะแนน / วีซ่า PRจองล่วงหน้า 2–4 สัปดาห์4,000–8,000 / เซสชัน

ขอบเขตงาน: NAATI Certified Translation

งานแปลไทย-อังกฤษโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI พร้อมตราประทับและหมายเลขผู้แปล สำหรับยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย

บริการนี้เหมาะกับคุณเมื่อ

  • ยื่นวีซ่า สัญชาติ หรือ AHPRA / มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ที่ระบุ NAATI
  • ต้องแปลทะเบียนสมรส สูติบัตร ใบขับขี่ ทรานสคริปต์ เพื่อใช้ในออสเตรเลีย
  • ต้องการไฟล์ดิจิทัลที่มีตรา NAATI พร้อมอัปโหลดใน ImmiAccount
  • ต้องการให้ชื่อสะกดตรงกับหนังสือเดินทางเพื่อลด RFI

กรณีที่ควรใช้เส้นทางอื่น (เราแนะนำให้ก่อน)

  • ถ้าปลายทางไม่ใช่ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ใช้คำแปลรับรองปกติ ประหยัดกว่าและได้ผลเท่ากัน
  • ถ้าต้องใช้ในไทยด้วย อาจต้องทำคู่ขนานกับรับรองกรมการกงสุล เราวางแผนให้ทีเดียวจบ
  • ถ้าเอกสารต้องรับรองสำเนาก่อน ต้องผ่าน notary ก่อนแปล

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

  • แปลโดยนักแปลที่ถือ certification ตรงคู่ภาษาและยังไม่หมดอายุ
  • ตราประทับ NAATI พร้อมหมายเลขและวันหมดอายุที่ตรวจสอบได้
  • ไฟล์ PDF คุณภาพสูงสำหรับอัปโหลด และตัวจริงตามต้องการ
  • ตรวจความสอดคล้องกับเอกสารชุดอื่นในใบสมัครเดียวกัน
  • คำแนะนำการจัดชุดเอกสารก่อนอัปโหลด เพื่อลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม

สิ่งที่ไม่รวม (แจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้น)

  • ค่าธรรมเนียมราชการและค่าจัดส่งของหน่วยงานปลายทาง (เรียกเก็บตามจริง แจ้งก่อนดำเนินการทุกครั้ง)
  • การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ซึ่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • การจัดหาเอกสารต้นฉบับที่ต้องออกโดยตัวผู้ยื่นเอง เช่น เอกสารส่วนตัวที่ต้องแสดงตน

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณอยู่เส้นทางไหน? แจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดเวลามาได้เลย ทีมที่ปรึกษาของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี จะยืนยันลำดับขั้นตอนและรายการเอกสารที่ถูกต้องให้ก่อนคุณเริ่มเสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนงานแปล NAATI และเอกสารที่ต้องเตรียม

งานแปล NAATI สำหรับยื่นออสเตรเลียดำเนินการโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI และส่งมอบเป็นไฟล์ที่มีตราประทับและหมายเลขผู้แปล

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1ตรวจว่าเอกสารต้องใช้ NAATI จริงหรือไม่หน่วยงานออสเตรเลีย (Home Affairs, VETASSESS, AHPRA, มหาวิทยาลัย) มีข้อกำหนดต่างกัน เราตรวจให้ก่อนเริ่มงาน
  2. 2ส่งสแกนและยืนยันการสะกดส่งไฟล์ครบทุกหน้าและหน้าหนังสือเดินทาง เพื่อให้ชื่อบนคำแปลตรงกับที่ยื่นวีซ่า
  3. 3นักแปล NAATI แปลและรับรองนักแปลที่ถือ certification ในคู่ภาษานั้นแปลและประทับตราพร้อมหมายเลขและวันหมดอายุของการรับรอง
  4. 4ตรวจก่อนส่งมอบตรวจเลขเอกสาร วันที่ ตราประทับ และรูปแบบ PDF ให้ตรงกับที่ระบบออนไลน์ของหน่วยงานยอมรับ
  5. 5ส่งมอบและเก็บสำเนาส่งไฟล์ PDF สำหรับอัปโหลด และจัดฉบับพิมพ์ให้เมื่อปลายทางต้องการตัวจริง

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • สแกนเอกสารต้นฉบับครบทุกหน้า
  • หน้าหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • ชื่อหน่วยงานออสเตรเลียที่จะยื่นและประเภทวีซ่า/คำขอ
  • กำหนดวันยื่นหรือวันนัดหมาย

ข้อควรระวัง

  • หน่วยงานส่วนใหญ่รับเฉพาะคำแปลที่มีตราประทับนักแปล NAATI ที่ยังไม่หมดอายุ
  • อย่าตัดหน้าหรือครอบตัดสแกน ระบบอาจถือว่าเอกสารไม่ครบ
  • ถ้าเปลี่ยนชื่อ–สกุล ต้องแนบเอกสารเปลี่ยนชื่อและแปลด้วย

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่อง กรอกแบบฟอร์ม หรือเสี่ยงถูกตีกลับเอง? ทีมงานของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราให้คำปรึกษาเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาได้เลย เราจะยืนยันรายการเอกสารที่ต้องใช้ตามเคสของคุณให้ชัดเจน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

5 ข้อผิดพลาดของงาน NAATI ที่ทำให้หน่วยงานออสเตรเลียปฏิเสธ

หน่วยงานออสเตรเลียตรวจ 3 อย่างเสมอ คือ ผู้แปลได้รับการรับรอง เอกสารครบชุด และการแปลตรงกับต้นฉบับที่ยื่นจริง

  1. 1. ใช้คำแปลที่ไม่ได้ทำโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI

    ทำไมถึงสำคัญ: หลายหน่วยงาน เช่น งานวีซ่าและการเทียบวุฒิ ระบุคุณสมบัติผู้แปลไว้ชัดเจน

    วิธีป้องกัน: ตรวจว่าคำแปลมีตราประทับ หมายเลขผู้ประกอบวิชาชีพ และวันหมดอายุที่ตรวจสอบย้อนได้

  2. 2. แปลจากสำเนาที่ไม่ใช่ฉบับที่จะยื่นจริง

    ทำไมถึงสำคัญ: หากเลขเอกสารหรือวันที่ออกต่างกัน จะถือว่าคำแปลไม่ตรงกับหลักฐาน

    วิธีป้องกัน: ยึดไฟล์ชุดเดียวกับที่จะอัปโหลดยื่นจริงตั้งแต่ต้น

  3. 3. ยื่นเฉพาะคำแปล ไม่แนบต้นฉบับ

    ทำไมถึงสำคัญ: โดยทั่วไปต้องยื่นคู่กันเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทียบได้

    วิธีป้องกัน: จัดชุดไฟล์เป็นคู่ ต้นฉบับ + คำแปล ต่อหนึ่งเอกสาร

  4. 4. ชื่อในเอกสารเก่ากับพาสปอร์ตปัจจุบันไม่ตรงกัน (เช่น เปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส)

    ทำไมถึงสำคัญ: เจ้าหน้าที่ต้องเห็นเส้นทางการเปลี่ยนชื่อที่ต่อเนื่อง

    วิธีป้องกัน: แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/ทะเบียนสมรสพร้อมคำแปลเข้าไปในชุดเดียวกัน

  5. 5. เผื่อเวลาไม่พอเมื่อต้องรับรองต่อ (กงสุล/สถานทูต)

    ทำไมถึงสำคัญ: บางกรณีขอเอกสารที่ผ่านการรับรองเพิ่มก่อนยื่น

    วิธีป้องกัน: ยืนยันเส้นทางทั้งหมดก่อน แล้วเริ่มงานเรียงลำดับให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

ไม่อยากมานั่งตรวจรายละเอียดเหล่านี้เองใช่ไหมครับ? ทีมงานของเราให้คำปรึกษาและดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราจะยืนยันเส้นทางที่ถูกต้องให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาสอบถามได้เลย เราจะสรุปรายการเอกสารเฉพาะเคสของคุณให้ชัดเจน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานแปลเอกสารพร้อมรับรองแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ประเมินต้นฉบับและกำหนดรูปแบบคำแปลภายใน 1 วันทำการ

    นับจำนวนหน้า ตรวจความชัดของตราประทับ และยืนยันว่าปลายทางรับคำแปลรูปแบบใด

  2. 2. แปลและตรวจทานสองชั้น1–3 วันทำการ

    ผู้แปลจัดทำคำแปล แล้วผู้ตรวจทานเทียบชื่อ วันที่ ตัวเลข และคำเฉพาะกับต้นฉบับทีละบรรทัด

  3. 3. ยืนยันการสะกดชื่อกับผู้ใช้บริการภายในวันเดียวกันเดินคู่ขนานได้

    ส่งฉบับร่างให้ตรวจการสะกดตามพาสปอร์ตก่อนออกฉบับจริง ขั้นนี้ตัดปัญหาแก้งานย้อนหลังได้มากที่สุด

  4. 4. รับรองคำแปลและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ออกคำรับรองแนบท้าย เย็บติดกับต้นฉบับหรือสำเนาตามที่ปลายทางกำหนด

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีศึกษาจริงจากงานที่เราดูแล

ตัวอย่างเคสจริงที่ทีมงานของเรารับผิดชอบ (ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด) เพื่อให้เห็นภาพว่าเราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสาร แต่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่วางเส้นทางเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงถูกตีกลับและประหยัดเวลาของคุณ

🇦🇺 ออสเตรเลีย · Q2 2025

ยื่น PR ออสเตรเลีย — NAATI 10 ภาษาในชุดเดียว

โจทย์ของลูกค้า

AHPRA require ใบรับรองแพทย์ ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส ใบหย่า สูติบัตรลูก 2 คน — ทั้งหมดต้อง NAATI Certified Translator (ไม่ใช่แค่แปล + รับรอง)

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1Audit เอกสาร 14 ฉบับ จัดลำดับความเร่งด่วนตาม AHPRA checklist
  2. 2NAATI translator TH→EN พร้อม CPN stamp + certification statement
  3. 3Cross-check ชื่อ-นามสกุล Romanization ทุกฉบับให้ตรงกัน 100%
  4. 4ส่ง scan + hard copy พร้อม tracking number ทาง DHL Express

ผลลัพธ์

AHPRA registration approved ภายใน 8 สัปดาห์ — visa 189 grant ตามมาในเดือนถัดไป

เอกสาร
14 ฉบับ
Timeline
10 วันทำการ
ผลลัพธ์
PR Approved

บริการที่ใช้ในเคสนี้: NAATI Translation · Notary · Document Audit

🇦🇺 ออสเตรเลีย · Q4 2024

AHPRA Registration — พยาบาลไทย → Australian PR

โจทย์ของลูกค้า

AHPRA require IELTS 7+ + NMBA assessment + ANMAC Skills + verified transcripts + Police Clearance — ต้อง NAATI-certified translation

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1ขอ transcript + ใบ ก.พ.7 + ใบประกอบฯ จากสภาพยาบาล
  2. 2แปลโดย NAATI-certified translator
  3. 3ขอ Police Clearance
  4. 4ยื่น ANMAC Skills Assessment
  5. 5ยื่น 189 Skilled Independent Visa + biometric

ผลลัพธ์

AHPRA Approved· 189 Visa ใน 14 เดือน· เริ่มงาน Melbourne

AHPRA
Approved
PR
14 เดือน

บริการที่ใช้ในเคสนี้: NAATI Translation · Police Clearance · Skills Assessment · Visa 189

ทุกเคสเริ่มจากการปรึกษาก่อนลงมือ — ทีมงานประสบการณ์กว่า 15 ปีจะตรวจเอกสารของคุณ บอกเส้นทางที่ถูกต้อง แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทักมาปรึกษาได้ทันทีดูกรณีศึกษาทั้งหมด

ศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนยื่นเอกสาร

คำศัพท์เหล่านี้คือจุดที่ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่เอกสารถูกตีกลับ ทีมที่ปรึกษาของเราอธิบายให้ฟังก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — ไม่ต้องตีความเอง

แปลรับรอง(เทียบภาษาอังกฤษ: Certified Translation)
คำแปลที่มีตราประทับและคำรับรองจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน ใช้กับหน่วยงานทางการได้
Apostille(เทียบภาษาอังกฤษ: Apostille)
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญาเฮก 1961 ใช้ได้ทันทีระหว่างประเทศภาคีกว่า 120 ประเทศ — ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ (มีผล 28 ก.พ. 2570) จึงยังต้องใช้ Consular Legalization
Power of Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: POA)
หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน มักต้องรับรอง Notary และนิติกรณ์ก่อนใช้ในต่างประเทศ
Certified True Copy(เทียบภาษาอังกฤษ: CTC)
การรับรองว่าสำเนาเอกสารถูกต้องตรงกับต้นฉบับ โดย Notary ตรวจสอบและประทับตรา
Localization(เทียบภาษาอังกฤษ: Localization)
การแปลที่ปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและบริบทท้องถิ่น ใช้กับเว็บไซต์ ซอฟต์แวร์ และการตลาด
Translation Affidavit(เทียบภาษาอังกฤษ: Translator Affidavit)
คำรับรองของนักแปลที่ลงนามต่อ Notary ยืนยันว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้ขั้นตอนไหน ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี แล้วเราดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

ดูอภิธานศัพท์ทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้องที่คุณมักต้องใช้ต่อ

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบในขั้นตอนเดียว ด้านล่างคือส่วนงานที่มักต่อเนื่องกัน เพื่อให้คุณวางแผนได้ทั้งสาย ไม่ต้องมารู้ทีหลังว่าขาดการรับรองขั้นใดขั้นหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้อันไหนบ้าง? นี่คือสิ่งที่ทีมที่ปรึกษาของเราทำให้ครับ — ด้วยประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศกว่า 15 ปี เราจะวางเส้นทางทั้งสายตามประเทศปลายทางให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้น ไม่ให้ยื่นผิดลำดับ

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ใครเขียนและตรวจทานหน้านี้

เรียบเรียงโดย
ทีมงานแปลเอกสารเพื่อการย้ายถิ่น NYC Legal
ตรวจทานโดย
ผู้ประสานงานนักแปล NAATI-certified (ตรวจรูปแบบ stamp/declaration ก่อนส่งมอบ)
ทบทวนล่าสุด

ดูแลงานแปลสำหรับ Home Affairs, VEVO, NAATI และหน่วยงานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสารเท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณทราบเส้นทางที่ถูกต้อง รายการเอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาจริงก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราทบทวนเนื้อหาแต่ละหน้าเทียบกับแนวปฏิบัติปัจจุบันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเคสของคุณมีกำหนดเวลาเร่งด่วน ทักมาให้เรายืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม