สรุปให้: เอกสารแปล NAATI ใช้เวลามาตรฐาน 2-3 วัน หรือด่วน 24 ชั่วโมง สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ รับ PDF ก่อน ส่งตัวจริงจากไทยไปถึงมือคุณโดยตรงผ่าน DHL Express
สรุปข้อสำคัญ Soft copy PDF · ยื่น ImmiAccount ได้ทันที Hard copy ในไทย: Kerry / Flash 1-2 วัน ต่างประเทศ: DHL Express 2-4 วันถึงออสเตรเลีย Tracking number ทุกเที่ยว · ประกันภัยเอกสาร ขั้นตอนแปล NAATI ครบทุกจุด (7 ขั้น) เงื่อนไขการยื่นที่ออสเตรเลียจะตรวจสอบกับประกาศล่าสุดของหน่วยงานปลายทางก่อนปิดงานทุกครั้ง บางกรณีเอกสารต้องผ่านทั้งการรับรองจากกรมการกงสุลและการแปล NAATI เช่นเมื่อหน่วยงานปลายทางในออสเตรเลียขอเอกสารไทยที่ผ่านการรับรองควบคู่กับฉบับแปล เราจัดลำดับขั้นตอนให้ในโครงการเดียว
ค่าบริการแปลและรับรองประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนหน้าและความซับซ้อนของเอกสาร — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เพื่อรับใบเสนอราคาก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
เอกสารหลายฉบับพร้อมกัน — ลำดับงานที่เร็วที่สุด หากปลายทางคือหน่วยงานวิชาชีพ ไม่ใช่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ถ้อยคำเฉพาะทางจะถูกเทียบกับคำที่หน่วยงานนั้นใช้จริงในเอกสารเผยแพร่ของตน แทนการใช้คำแปลทั่วไปในพจนานุกรม
เอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บในระบบที่จำกัดสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะผู้ที่ทำงานในเคสนั้น และลบตามรอบที่กำหนดเมื่อพ้นระยะเวลารับประกันการแก้ไข
ถ้าถูกขอเอกสารเพิ่ม (RFI) ต้องทำอย่างไรต่อ หากในอนาคตคุณต้องยื่นเอกสารชุดเดิมกับหน่วยงานอื่น เราสามารถออกฉบับใหม่โดยอ้างอิงงานเดิมได้ ทำให้ถ้อยคำไม่แตกต่างจากที่เคยยื่นไปแล้ว ซึ่งช่วยลดคำถามเรื่องความไม่สอดคล้อง
ก่อนเริ่มแปล เราจะยืนยันกับคุณว่าเอกสารจะยื่นแบบ onshore หรือ offshore เพราะข้อกำหนดเรื่องสแกนสีและจำนวนหน้าอาจต่างกัน และเราจะจัดชุดให้ตรงกับช่องทางที่คุณเลือก
หลังยื่นแล้ว หน่วยงานถามอะไรมาต่อ ชุดเอกสารที่ส่งไปออสเตรเลียควรมีสามส่วนเสมอ คือ ฉบับแปลที่รับรองแล้ว สแกนต้นฉบับภาษาไทยที่ชัดเจน และบล็อกคำรับรองที่ระบุชื่อผู้แปล — การขาดส่วนกลางคือสาเหตุ RFI ที่เลี่ยงได้บ่อยที่สุด
สแกนด้วยมือถือใช้ได้ ถ้าเห็นเต็มหน้า โฟกัสคมชัด และไม่มีแสงสะท้อนทับตราประทับ หากมีตัวอักษรใดอ่านไม่ออก เราจะขอให้ถ่ายใหม่แทนการเดา เพราะการเดาแม้ใส่เชิงอรรถไว้ก็ยังทำให้ถูก RFI ได้
เปรียบเทียบ NAATI vs กงสุลไทย vs Sworn Translator เราเก็บบันทึกการทำงานของนักแปลไว้ตลอดช่วงอายุคำรับรอง หาก Department of Home Affairs สอบถามถึงถ้อยคำบรรทัดใดในภายหลัง เราสามารถชี้แจงเหตุผลของการเลือกคำได้ทันทีโดยไม่ต้องย้อนสร้างใหม่
ในเคสวีซ่าคู่รัก 820/801 หรือ 309/100 การแปลเอกสารความสัมพันธ์ (แชท, ภาพถ่าย, สลิปโอนเงิน) เป็นส่วนที่ตัดสินได้ทั้งใบสมัคร เราจึงจัดโครงสร้างตามลำดับเวลาให้ Case Officer เห็นความต่อเนื่องของความสัมพันธ์อย่างชัดเจน
ช่องทางจัดส่งไฟล์ดิจิทัลและการรับรองลายเซ็น ทุกงาน NAATI จะถูกส่งกลับเป็นไฟล์ PDF/A ที่ฝังลายเซ็นดิจิทัลของนักแปลรับรองไว้ใน metadata พร้อม hash SHA-256 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ Home Affairs ตรวจสอบความถูกต้องได้โดยไม่ต้องขอไฟล์ต้นฉบับเพิ่ม ระบบส่งมอบผ่านอีเมลปลายทางที่ลูกค้าระบุ พร้อมลิงก์สำรองใน Google Drive แบบจำกัดสิทธิ์เฉพาะอีเมลที่กำหนดไว้เท่านั้น
หากต้องการเปิดคำขอวีซ่าใน ImmiAccount ทันที ลูกค้าสามารถอัปโหลด PDF ที่ได้รับได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอ hard copy เพราะ DHA รับ soft copy เต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2015 หากขั้นตอนใดต้องการฉบับพิมพ์เพิ่ม เช่น การยื่นที่ VFS หรือศาลครอบครัว เราจะจัดส่งซ้ำโดยไม่คิดค่าจัดทำเอกสารใหม่
ต้นทุนขนส่งระหว่างประเทศและระยะเวลาที่คาดหวังได้ สำหรับ hard copy ที่ต้องส่งเข้าออสเตรเลีย เราใช้บัญชีองค์กร DHL Express Worldwide ที่มี pickup ประจำวันจากออฟฟิศกรุงเทพ ค่าจัดส่งเริ่มต้น 1,200 บาทสำหรับซองไม่เกิน 500 กรัม ระยะเวลา door-to-door 2-4 วันทำการถึง Sydney, Melbourne, Brisbane, Perth และ Adelaide พร้อม tracking number ที่อัปเดตทุก scan
ลูกค้าที่ต้องการประหยัด สามารถเลือก Thailand Post EMS World ค่าจัดส่ง 650-900 บาท ใช้เวลา 7-12 วัน หรือรวมเข้ากับพัสดุ Apostille/Notary ในบิลเดียวเพื่อประหยัดค่าขนส่งซ้ำ ทุกช่องทางมีประกันภัยเอกสารสูงสุด 10,000 บาทต่อชิ้นโดยอัตโนมัติ
คำถามที่พบบ่อย Q1. ส่งเอกสารไป ออสเตรเลีย ใช้เวลากี่วัน?DHL Express จากกรุงเทพฯ ถึงออสเตรเลียใช้เวลา 2-4 business days · มี tracking number ทุกเที่ยว · เราส่งไฟล์ PDF ให้ก่อนเพื่อใช้ยื่น ImmiAccount ระหว่างรอตัวจริง
Q2. หากยื่นแล้ว Case Officer ขอให้แก้ ทำยังไง?แจ้งเราภายใน 90 วันนับจากวันส่งมอบ · หาก RFI เกิดจากตัวการแปล เราแก้และออกซ้ำโดยไม่คิดเงิน · หาก RFI เกิดจากเอกสารต้นฉบับที่ผิดเอง เราช่วยประสานกับ notary หรือกรมการกงสุลไทยเพื่อออกใหม่
Q3. แปลแล้วต้องผ่านกรมการกงสุลอีกหรือไม่?ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง หากผู้รับคือ Home Affairs ของออสเตรเลีย ฉบับที่มีตรา NAATI ใช้ได้เลย แต่ถ้าปลายทางในออสเตรเลียขอเอกสารไทยที่ผ่านการรับรองจากกรมการกงสุลควบคู่ด้วย เราจะจัดลำดับให้ทั้งสองขั้นในโครงการเดียว
Q4. ส่งงานผ่าน LINE ได้ไหม หรือควรส่งอีเมล?ได้ทั้งสองช่องทาง แต่สำหรับเอกสารหลายหน้าแนะนำอีเมลเพราะไฟล์ไม่ถูกบีบอัดจนความละเอียดตก ซึ่งมีผลกับความคมชัดของตัวเลขบนตราประทับ
Q5. ต้องส่งเอกสารต้นฉบับตัวจริงไหม?สำหรับ Home Affairs / AHPRA / VETASSESS ใช้สแกนคมชัด 300dpi ขึ้นไปเพียงพอ · สำหรับหน่วยงานที่ต้องการต้นฉบับ (เช่น State DoT บางรัฐ) เราจะแจ้งก่อนเริ่มงาน
Q6. ขอไฟล์แปลเป็น Word ได้ไหม?ฉบับที่ใช้ยื่นจะเป็น PDF ที่มีตราประทับและลายเซ็นของผู้แปลเท่านั้น เพราะไฟล์แก้ไขได้จะทำให้คำรับรองเสียความน่าเชื่อถือ หากต้องการฉบับ Word เพื่ออ่านภายใน เราออกให้แยกต่างหากพร้อมระบุว่าไม่ใช่ฉบับรับรอง
พร้อมเริ่มงานแปล NAATI แล้วใช่ไหม? พร้อมส่งเอกสารแล้วใช่ไหม? ทักเราทาง WhatsApp/LINE รับใบเสนอราคาราคาแน่นอนภายใน 15 นาที
รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — แปลเอกสารรับรอง (Certified Translation) คำแปลที่ใช้กับราชการหรือหน่วยงานต่างประเทศต้องมีคำรับรองของผู้แปล (Certificate of Accuracy) ระบุชื่อผู้แปล ลายมือชื่อ วันที่ และข้อความยืนยันว่าแปลถูกต้องครบถ้วนจากต้นฉบับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: นักแปลผู้รับรองคำแปล / กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (กรณีต้องรับรองคำแปล)
เอกสารที่ต้องเตรียม ต้นฉบับหรือสำเนาชัดเจนของเอกสารที่ต้องการแปล ครบทุกหน้ารวมตราประทับ หน้าหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันตัวสะกดชื่อภาษาอังกฤษ รายชื่อเฉพาะ (ชื่อบริษัท ตำแหน่ง ที่อยู่) ที่ต้องการให้สะกดตามแบบที่ใช้อยู่เดิม แบบฟอร์มหรือคำศัพท์ที่หน่วยงานปลายทางกำหนด (ถ้ามี) เอกสารอ้างอิงฉบับเก่าที่เคยแปลไว้ เพื่อให้คำศัพท์สอดคล้องกัน ขั้นตอนและวิธีการ 1. ประเมินเอกสารและกำหนดคู่ภาษา ภายในวันเดียว
นับจำนวนหน้า ตรวจความคมชัดของตราประทับ และยืนยันคู่ภาษา เช่น ไทย–อังกฤษ
2. แปลโดยนักแปลเฉพาะสาขา 1–3 วันทำการ
ใช้นักแปลที่ชำนาญประเภทเอกสาร (ทะเบียนราษฎร์ การศึกษา กฎหมาย การแพทย์) และรักษาคำศัพท์ให้สอดคล้องทั้งชุด
3. ตรวจทานสองชั้นและเทียบต้นฉบับ 1 วันทำการ
ผู้ตรวจอีกคนเทียบตัวเลข วันที่ ชื่อเฉพาะ และเลขเอกสารทีละบรรทัด
4. ออกคำรับรองการแปล ภายในวันเดียว
แนบ Certificate of Accuracy พร้อมลายมือชื่อผู้แปลและข้อมูลติดต่อ ตามที่ปลายทางกำหนด
5. ส่งต่อรับรองกงสุล/สถานทูต (ถ้าจำเป็น) 3–10 วันทำการ
กรณีต้องใช้ต่างประเทศ ให้นำคำแปลไปรับรองที่กรมการกงสุลและ/หรือสถานทูตปลายทาง
คำแนะนำจากทีมงาน แจ้งชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้ในเอกสารเดิมทุกฉบับ เพื่อไม่ให้สะกดต่างกันระหว่างชุด ส่งไฟล์สแกนสีคมชัด ตราประทับที่อ่านไม่ออกทำให้ต้องหมายเหตุ 'illegible' ซึ่งบางหน่วยงานไม่รับ สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัว ถ่ายรูปหน้าเอกสารที่มีตราประทับทุกครั้งหลังผ่านแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องติดตามงาน ถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการ 'ต้นฉบับ' หรือ 'สำเนารับรอง' เพราะสองอย่างนี้เดินคนละเส้นทาง ข้อควรระวัง คำแปลจากเครื่องมืออัตโนมัติที่ไม่มีผู้แปลรับรอง ไม่สามารถใช้ยื่นรับรองกงสุลได้ หากต้นฉบับแก้ไขภายหลัง ต้องแปลและรับรองใหม่ทั้งฉบับ เอกสารที่ถ่ายสำเนาจากสำเนา มักถูกปฏิเสธ ให้ใช้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น ระยะเวลาที่ระบุเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและช่วงวันหยุดราชการ ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้ หัวข้อ ทำเอง ให้เราดูแล ตรวจเงื่อนไขปลายทาง ต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบ ทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว เดินเรื่องหลายหน่วยงาน ลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกัน เรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว คำแปลและคำรับรอง หาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปล แปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำ ผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ การติดตามงาน ต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะ แจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร
ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน
เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน
หัวข้อเปรียบเทียบ เส้นทาง Apostille เส้นทางรับรองสถานทูต ใช้เมื่อใด ประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille หน่วยงานสุดท้าย กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไป น้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลาง มากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต กรอบเวลาโดยประมาณ สั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน ยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น สิ่งที่มักทำให้ตีกลับ คำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ
ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด
หัวข้อเปรียบเทียบ แปล + รับรองกงสุล (ไทย) NAATI / sworn translator ต่างประเทศ ผู้รับรอง กรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปล นักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง ใช้กับใคร หน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทย หน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย รูปแบบผลลัพธ์ ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับ คำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล ต่อยอด Apostille ได้ไหม ได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคี ขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ สิ่งที่ต้องตรวจก่อน ปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่ หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่
หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้
ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา
หัวข้อ ยื่นเอง ให้ NYC ดูแล ตรวจเงื่อนไขปลายทาง ต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ การเดินทาง เดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียว รับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน ความเสี่ยงถูกตีกลับ พลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง การติดตามสถานะ ต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเอง แจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ บทบาทที่ปรึกษา ไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือ ให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้
ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย ความผิดพลาดในงานงานแปลเอกสารพร้อมรับรองแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร
ข้อผิดพลาด สาเหตุ เวลาที่เสียไป วิธีป้องกัน แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรอง บางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทย เสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภท บริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่ เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้น ยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจ หน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลย เสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบ ทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุล แต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสาย เสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไป ยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้ว การรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์ เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมด ถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก
ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด
1. ประเมินต้นฉบับและกำหนดรูปแบบคำแปล ภายใน 1 วันทำการ
นับจำนวนหน้า ตรวจความชัดของตราประทับ และยืนยันว่าปลายทางรับคำแปลรูปแบบใด
2. แปลและตรวจทานสองชั้น 1–3 วันทำการ
ผู้แปลจัดทำคำแปล แล้วผู้ตรวจทานเทียบชื่อ วันที่ ตัวเลข และคำเฉพาะกับต้นฉบับทีละบรรทัด
3. ยืนยันการสะกดชื่อกับผู้ใช้บริการ ภายในวันเดียวกัน เดินคู่ขนานได้
ส่งฉบับร่างให้ตรวจการสะกดตามพาสปอร์ตก่อนออกฉบับจริง ขั้นนี้ตัดปัญหาแก้งานย้อนหลังได้มากที่สุด
4. รับรองคำแปลและส่งมอบ 1–2 วันทำการ
ออกคำรับรองแนบท้าย เย็บติดกับต้นฉบับหรือสำเนาตามที่ปลายทางกำหนด
หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว
ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่
ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด
ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข
หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่
กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์ เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ