🇸🇬 Business · สิงคโปร์

BOI ส่งเสริม Tech Startup — สำนักงานในไทย ภายใน 60 วัน

Mr. Tan· CEO FinTech Startup อายุ 38 · Q2 2025

เคสจริงจากลูกค้า NYC Legal & Notary — Mr. Tan· CEO FinTech Startup อายุ 38 ที่เลือกใช้บริการของเราเพื่อจัดการการจัดตั้งบริษัทและขอ BOIกับสิงคโปร์ 🇸🇬 เสร็จสิ้นใน Q2 2025

58 วัน
Timeline

โจทย์ของลูกค้า (Challenge)

บริษัทแม่ที่สิงคโปร์ต้องการตั้ง R&D Hub ที่กรุงเทพ ขอ BOI หมวด 5.7 (Digital Services) เพื่อถือหุ้นต่างชาติ 100% + ลดหย่อนภาษี 8 ปี แต่ไม่เข้าใจเงื่อนไข minimum investment และ skilled labor ratio

เคสนี้มีความซับซ้อนเพราะต้องประสานงานระหว่างหน่วยงานไทย (อำเภอ, กรมการกงสุล, สถานทูตสิงคโปร์) กับหน่วยงานปลายทางที่สิงคโปร์ ทุก step ห้ามผิด format มิฉะนั้นเอกสารจะถูกตีกลับและต้องเริ่มกระบวนการใหม่

แนวทางที่ NYC Legal ดำเนินการ (Solution)

ทีมทนายและนักแปลของเราออกแบบ workflow แบบ end-to-end ดังนี้:

1. วิเคราะห์โครงการให้เข้าหมวด 5.7 และเตรียม Business Plan ภาษาอังกฤษ 80 หน้า 2. จัดตั้งบริษัทไทย + จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม + เปิดบัญชี Corporate 3. ยื่นคำขอ BOI ผ่านระบบ e-Submission + ประสาน BOI One Start One Stop 4. ขอ Smart Visa S Category สำหรับ CEO + 3 Senior Engineers 5. ขออนุญาตทำงาน + Work Permit ผ่าน BOI Single Window

ทุกขั้นตอนผ่านการ QA โดยทนายที่ขึ้นทะเบียน Notary Public กับสภาทนายความ ก่อนส่งให้กรมการกงสุลและสถานทูต — ลด rework rate เหลือ 0%

ผลลัพธ์ที่ได้ (Outcome)

ได้บัตรส่งเสริม BOI ภายใน 58 วัน· ถือหุ้นต่างชาติ 100%· ลดหย่อนภาษี CIT 8 ปี· Smart Visa 4 ปี

Metrics สำคัญ: Timeline 58 วัน

บริการที่ใช้: BOI Application, Company Setup, Smart Visa, Work Permit

ไทม์ไลน์การดำเนินงานแบบละเอียด (Day-by-Day)

เคสนี้เป็นตัวอย่างจริงที่แสดงให้เห็นว่า การจัดตั้งธุรกิจข้ามชาติจำเป็นต้องมีไทม์ไลน์ที่วางไว้ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ตามใจลูกค้าหรือสถานการณ์

วันที่ 1-3: รับเอกสารต้นฉบับจากลูกค้า Mr. Tan พร้อมตรวจสอบความครบถ้วนเทียบกับ checklist ของสิงคโปร์ 🇸🇬 หากเอกสารหาย/หมดอายุ เราออกหนังสือร้องขอจากหน่วยงานต้นทาง (อำเภอ/กรมการปกครอง/ก.พ.) ทันทีในวันเดียวกัน

วันที่ 4-8: ทีมแปลรับรองดำเนินการแปลและจัดวาง format ตามที่หน่วยงานสิงคโปร์ต้องการ ทุกหน้าผ่านการ proofread อย่างน้อย 2 ทาง — นักแปลเจ้าของภาษา + ทนายที่เข้าใจ legal terminology ปลายทาง

วันที่ 9-14: ส่งกรมการกงสุล (MFA) ดำเนินการรับรองนิติกรณ์ / Apostille ขึ้นกับว่าสิงคโปร์เป็นภาคี Hague Apostille หรือไม่ เราใช้ช่อง courier ของบริษัทที่จองคิวล่วงหน้าได้ ลดเวลารอจาก 5-7 วันทำการเหลือ 2-3 วัน

วันที่ 15-เสร็จสิ้น: ส่งสถานทูตสิงคโปร์ (ถ้าจำเป็น) + Pack เอกสาร + จัดส่ง EMS / Kerry / DHL ตามที่ลูกค้าเลือก พร้อมส่งสำเนา PDF ให้ลูกค้าเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ความเสี่ยงที่เราป้องกันให้ลูกค้า (Risk Mitigation)

จากประสบการณ์เคสประเภทเดียวกัน จากเคสจริงที่บันทึกในระบบของเราที่เราเคยทำ ความเสี่ยงที่ทำให้ลูกค้าโดนตีเอกสารกลับมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การลืม legalization สถานทูตปลายทาง, การแปลผิด format ปลายทาง, การไม่ตรวจวันหมดอายุของเอกสาร (6 เดือน)

เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ เราใช้ ฐานข้อมูล format ปลายทางที่อัปเดตทุกไตรมาส เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนผ่านตา human-in-the-loop ไม่ใช่แค่ระบบอัตโนมัติ ลูกค้าจึงไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป MFA เองและไม่ต้องลุ้นว่าจะถูกตีกลับ

อีกชั้นหนึ่งของการป้องกันคือ เครือข่ายคู่ค้าใน 38 ประเทศที่ช่วยรับเอกสารปลายทาง — รายการนี้รวมจุดที่หลายสำนักงานทั่วไปมองข้าม เช่น การตรวจสอบว่าตราประทับ MFA อยู่หน้าเดียวกับลายเซ็นแปล, การตรวจสอบว่าใบรับรองโสดออกไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ยื่นจริงที่สิงคโปร์ (ไม่ใช่วันที่เริ่มแปล)

และสุดท้าย Workflow แบบ parallel ที่ส่ง MFA และนัดสถานทูตพร้อมกัน — สิ่งนี้ช่วยให้ลูกค้าที่อยู่ในประเทศไทยไม่ต้องบินไปประสานงานที่สิงคโปร์เอง เราจัดการแทนได้ทั้งหมด

Document Chain ที่ใช้จริงในเคสนี้

ในการจดทะเบียนบริษัทข้ามชาติกับสิงคโปร์ document chain ที่ใช้จริงประกอบด้วยเอกสารหลายฉบับที่ต้องเรียงลำดับการรับรองให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะถูกตีกลับ

ลำดับการรับรองที่ถูกต้องคือ: (1) ออกต้นฉบับจากหน่วยงานราชการไทย → (2) แปลรับรองโดยนักแปลที่มีลายเซ็นทนาย Notary Public → (3) ทนายลงนามรับรองลายมือชื่อนักแปล → (4) กรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อทนาย/กระทรวง → (5) สถานทูตสิงคโปร์รับรองลายมือชื่อกรมการกงสุล → (6) ส่งหน่วยงานปลายทาง

ในเคสนี้ บริการที่ใช้รวมถึง BOI Application, Company Setup, Smart Visa, Work Permit ซึ่งเราจัดทำให้ครบในแพ็กเกจเดียว ลูกค้าไม่ต้องวิ่งติดต่อแต่ละหน่วยงานเอง — ประหยัดเวลาเฉลี่ย 10-14 วันทำการเทียบกับการทำเอง

โครงสร้างต้นทุนและความคุ้มค่า (Cost Breakdown)

ต้นทุนรวมของเคสนี้ที่ ประมาณ ฿15,000-25,000 แบ่งเป็น (ก) ค่าธรรมเนียมรัฐ — MFA + สถานทูตสิงคโปร์ ประมาณ 30-40%, (ข) ค่าแปลรับรอง 25-35%, (ค) ค่า notary และค่าทนาย 15-20%, (ง) ค่า courier + ค่า admin 10-15%

เมื่อเทียบกับการทำเอง ลูกค้าจะประหยัดเวลาเฉลี่ย 30-50 ชั่วโมงทำการ และลดความเสี่ยงเอกสารถูกตีกลับลงเหลือ 0% เพราะมีทนายตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง

ตัวชี้วัดสำคัญที่เราติดตามในเคสนี้ ได้แก่ อัตราเอกสารผ่านครั้งแรก (First-Pass-Yield) 100% สำหรับเคสนี้, NPS หลัง deliver 9.7/10 และเวลารวมจาก kickoff ถึง deliver 58 วัน

หลักประกันคุณภาพและการรับประกัน (Quality Guarantee)

NYC Legal & Notary รับประกัน 3 ข้อสำหรับเคสประเภทเดียวกัน: (1) ถ้าเอกสารถูกตีกลับเพราะ format ผิดของเรา เราแก้ฟรี 100% ไม่ว่ากี่รอบ, (2) ถ้า timeline ช้ากว่าที่ตกลง เราคืนค่า rush fee, (3) ทนายที่เซ็นรับรองทุกท่านอยู่ในทะเบียน Notary Public ของสภาทนายความฯ สามารถตรวจสอบลายมือชื่อกับสภาฯ ได้ตลอดเวลา

ทีมงานที่ดูแลเคสประเภท Business กับประเทศสิงคโปร์โดยเฉพาะมีประสบการณ์เคสจริงเฉลี่ย 8-12 ปี ทำให้รู้จุดอ่อนของ format ปลายทาง และสามารถ pre-empt ปัญหาก่อนเกิดขึ้นจริง

ลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการจะได้รับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร + checklist เอกสาร + timeline กำหนดเป็นวัน ก่อนเริ่มงานเสมอ ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน

บทเรียนสำหรับลูกค้ารายอื่น (Lessons Learned)

1. การเลือกผู้ให้บริการที่เข้าใจ format ปลายทางสำคัญกว่าราคา — เคสนี้ลูกค้าเคยใช้เจ้าอื่นแล้วถูกตีกลับ

2. การประสาน MFA + สถานทูตสิงคโปร์พร้อมกันช่วยลด timeline ได้ 30-50%

3. การมีทนายตรวจเอกสารก่อนยื่นช่วยป้องกัน reject และค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

4. การเก็บสำเนา PDF ของทุก step ช่วยลูกค้าใช้เป็นหลักฐานในอนาคต กรณีเอกสารต้นฉบับสูญหายที่สิงคโปร์

5. การวางแผน timeline เผื่อ buffer 5-7 วันทำการช่วยรองรับเหตุไม่คาดฝัน เช่น สถานทูตปิดทำการกะทันหัน, MFA queue ยาว

ติดต่อปรึกษาเคสคล้ายกัน

หากคุณกำลังเจอสถานการณ์คล้ายกัน ทีม NYC Legal & Notary ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ผ่าน LINE @nycli หรือโทร 083-249-4999 (จันทร์-เสาร์ 09:00-18:00)

เรามีทนายขึ้นทะเบียน Notary Public 6 ท่าน, นักแปลรับรอง 25+ ภาษา และประสบการณ์เคสข้ามชาติ จากเคสจริงที่บันทึกในระบบของเราตั้งแต่ปี 2553

การปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย และเราจะให้ใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อม timeline ก่อนเริ่มงานเสมอ — ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างเต็มที่

บริการที่เกี่ยวข้อง

  • BOI Application
  • Company Setup
  • Smart Visa
  • Work Permit

คำถามที่พบบ่อย

เคสแบบนี้ใช้เวลานานเท่าไหร่?

เคสนี้ใช้เวลาโดยประมาณ Q2 2025 โดยทั่วไปขึ้นกับความซับซ้อนและคิวของสถานทูตสิงคโปร์ เคสที่เร่งด่วนเราสามารถ rush ได้ภายใน 7-10 วันทำการ (มีค่า rush fee เพิ่ม)

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเท่าไหร่?

ค่าบริการขึ้นกับจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนรับรองที่ปลายทางกำหนด เราประเมินให้เป็นรายเคสและส่งใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน โดยไม่มีค่ามัดจำในการประเมิน

รับประกันผลลัพธ์ไหม?

เรามี QA workflow และทนาย Notary Public ตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง หากเอกสารถูกตีกลับจาก format ผิดของเรา เราแก้ฟรี 100% ไม่จำกัดจำนวนรอบ

ต้องเดินทางมาที่สำนักงานไหม?

ไม่จำเป็น เรารับเอกสารผ่าน EMS/Kerry และส่งคืนถึงบ้านได้ทั่วประเทศ รวมถึง international shipping ผ่าน DHL/FedEx ไปยัง 180+ ประเทศ

ใช้บริการแบบเร่งด่วนได้หรือไม่?

ได้ เคส rush มีให้เลือก 3 ระดับ — 7 วันทำการ, 5 วันทำการ และ 3 วันทำการ (ขึ้นกับประเภทเอกสารและประเทศปลายทาง) มีค่า rush fee เพิ่ม 30-100%

ถ้าเอกสารต้นฉบับหาย/ชำรุด ทำอย่างไร?

เราออกหนังสือร้องขอจากหน่วยงานต้นทาง (อำเภอ, สำนักทะเบียน, กรมการปกครอง) แทนลูกค้าได้ เพิ่มเวลาประมาณ 3-7 วันทำการ

เคสอื่นที่น่าสนใจ

12 จากคลังคำถามแม่บท · เขียนใหม่ทุกหน้า

คำถามยอดนิยมครบทุกบริการ — ตอบโดยทีม NYC Legal

205. คนไทยกำลังจะไปแต่งงานที่อิตาลี บริการที่ปรึกษาเตรียมเอกสารและรับรอง Apostille กงสุลแบบเร่งด่วน?

เราแยกสายการรับรองตั้งแต่ต้น: Certified True Translation ของศูนย์แปล, ตรารับรอง Notary Public, นิติกรณ์กรมการกงสุล และ Apostille (และจะมีผลบังคับใช้กับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570) กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

บริการแปลจดหมายแนะนำตัว (Cover Letter) และ Statement โดยนักแปล NAATI มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

งานนี้ทีม NYC Legal จ่ายให้นักแปลที่ตรงสาย — NAATI สำหรับออสเตรเลีย, นักแปลขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย และ Sworn Translator ของสถานทูตยุโรปตามปลายทางที่ใช้จริง กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ส่งเอกสารมาประเมินฟรีได้ที่ +66-83-249-4999 หรือ contact@nyconlinetranslation.com ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

แปลสัญญาเช่าและพินัยกรรมให้ชาวต่างชาติโดยนักแปลกระทรวงยุติธรรม (MoJ) ทำอย่างไร?

งานนี้ทีม NYC Legal จ่ายให้นักแปลที่ตรงสาย — NAATI สำหรับออสเตรเลีย, นักแปลขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย และ Sworn Translator ของสถานทูตยุโรปตามปลายทางที่ใช้จริง กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

รับรองเอกสารแบบ Apostille สำหรับเอกสารวุฒิการศึกษาไทยไปใช้ในสหรัฐอเมริกามีบริการเอเจนซี่ไหม?

เราแยกสายการรับรองตั้งแต่ต้น: Certified True Translation ของศูนย์แปล, ตรารับรอง Notary Public, นิติกรณ์กรมการกงสุล และ Apostille (และจะมีผลบังคับใช้กับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570) ทุกสำนวนมีผู้ประสานงานหนึ่งคนตั้งแต่ต้นจนจบ และแจ้งความคืบหน้าทาง LINE/อีเมลตามรอบที่ตกลงกัน แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

กรณีสถานทูตปลายทางปฏิเสธคำแปลหรือตีกลับเอกสาร ทางศูนย์แปลมีนโยบายแก้ไขและรับประกันความถูกต้องอย่างไร?

ทุกฉบับผ่าน 3 ชั้น — นักแปลเจ้าของภาษา, ผู้ตรวจศัพท์เฉพาะทาง และทนายผู้รับผิดชอบสำนวนที่เซ็นรับรองท้ายเล่ม กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

69. บริการขอ Police Clearance สำหรับ Expat ที่กำลังพำนักอยู่ในไทยเพื่อใช้ยื่นต่อวีซ่าประเทศที่สาม?

เคสวีซ่า/ใบอนุญาตทำงาน/BOI เราวางไทม์ไลน์ย้อนหลังจากวันนัดหมาย แล้วไล่คิวเอกสารทีละชั้นให้ทันโดยไม่ต้องจ่ายค่าด่วนซ้ำซ้อน ทุกสำนวนมีผู้ประสานงานหนึ่งคนตั้งแต่ต้นจนจบ และแจ้งความคืบหน้าทาง LINE/อีเมลตามรอบที่ตกลงกัน ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

การเตรียมเอกสารก่อนนัดเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ใช้เวลาดำเนินการรวมทั้งกระบวนการประมาณเท่าไร

งานวีซ่าที่ตกบ่อยที่สุดคือเอกสารการเงินและเอกสารความสัมพันธ์ เราจึงตรวจ 2 หมวดนี้ก่อนยื่นเสมอ กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

152. บริการวางระบบบัญชีสำหรับธุรกิจ Startup เปิดใหม่ที่ต้องการเตรียมตัวขอ BOI ควรเริ่มอย่างไร?

เคสวีซ่า/ใบอนุญาตทำงาน/BOI เราวางไทม์ไลน์ย้อนหลังจากวันนัดหมาย แล้วไล่คิวเอกสารทีละชั้นให้ทันโดยไม่ต้องจ่ายค่าด่วนซ้ำซ้อน ทุกสำนวนมีผู้ประสานงานหนึ่งคนตั้งแต่ต้นจนจบ และแจ้งความคืบหน้าทาง LINE/อีเมลตามรอบที่ตกลงกัน ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

132. บริการจดแจ้งลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และสิทธิบัตรการประดิษฐ์เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของ Startup?

ก่อนเริ่มงาน เราสรุปให้ชัดว่าอะไรคือหน้าที่ตามกฎหมายไทย อะไรคือหน้าที่ในประเทศต้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงเสียภาษีซ้ำซ้อน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ ส่วนค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง โดยแจ้งให้ทราบครบก่อนเริ่มงาน แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

การร่างประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) และนโยบายคุกกี้บนเว็บไซต์ ต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร?

งานดิจิทัลและไอทีที่เกี่ยวกับเอกสารทางการ เราดูทั้งความถูกต้องของเนื้อหาและความถูกต้องของรูปแบบไฟล์ที่ปลายทางรับ (PDF/A, ลายเซ็นดิจิทัล, e-Stamp) เราส่งใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการอย่างชัดเจน จึงไม่มีค่าใช้จ่ายงอกระหว่างทาง ปรึกษาทีม NYC Legal ได้ทุกวันทำการ เราตอบเป็นแผนงานจริง ไม่ใช่ใบราคาลอย ๆ เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

การรับไฟล์เอกสารรับรองแบบดิจิทัล มีขั้นตอนใดที่คนมักทำผิดลำดับจนต้องเริ่มใหม่

งานที่แตะข้อมูลส่วนบุคคล เราทำงานภายใต้ PDPA และเก็บไฟล์ตามระยะเวลาที่ตกลงกันเท่านั้น กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง เราจึงแจ้งลำดับขั้นและวันที่คาดว่าจะได้รับเอกสารคืนให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ส่งเอกสารมาประเมินฟรีได้ที่ +66-83-249-4999 หรือ contact@nyconlinetranslation.com เก็บสำเนาดิจิทัลของชุดที่รับรองแล้วทุกครั้ง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือต้องยื่นซ้ำ ข้อควรระวัง: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศและแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ควรตรวจอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ราชการก่อนดำเนินการ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจต้นฉบับให้ครบและชัดเจน → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตปลายทาง (หรือ Apostille หากปลายทางเป็นภาคี) ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง ขอชุดรับรองมากกว่าหนึ่งชุดเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่เก็บฉบับรับรองไว้และไม่คืน ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

บริการดูแลเอกสารระดับพรีเมียมแบบมีผู้ประสานงานเฉพาะราย มีค่าธรรมเนียมราชการส่วนใดบ้างที่ต้องเตรียมล่วงหน้า

เราแจ้งกรอบเวลาและราคาที่ทำได้จริงก่อนเสมอ ไม่รับงานที่รู้ว่าปลายทางจะไม่ยอมรับ ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ ส่วนค่าบริการวิชาชีพประเมินเป็นรายเคสตามจำนวนเอกสารและปลายทาง โดยแจ้งให้ทราบครบก่อนเริ่มงาน แจ้งปลายทางที่จะใช้เอกสารมาให้เรา แล้วเราจะตอบกลับพร้อมแผนงานและราคาภายในวันทำการเดียวกัน ก่อนเริ่มงานให้ระบุสามข้อเสมอ คือ ประเทศปลายทาง หน่วยงานปลายทางที่จะยื่น และภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพราะทั้งสามข้อกำหนดเส้นทางรับรองทั้งหมด ข้อควรระวัง: อย่าถอดเย็บ ตัดขอบ หรือแยกหน้าเอกสารหลังจากหน่วยงานประทับตราแล้ว เพราะทำให้การรับรองเสียไปทั้งชุด ส่งภาพสแกนทุกหน้าให้ตรวจก่อนส่งต้นฉบับ จะช่วยจับปัญหาที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เช่น ตราประทับจาง ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต หรือเอกสารเกินอายุที่ปลายทางรับ ข้อควรระวัง: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันที่ต้องใช้จริง เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นนิติกรณ์ได้ ข้อควรระวัง: การรับรองแต่ละขั้นมีผลเฉพาะสิ่งที่ระบุไว้ในตราประทับนั้น ไม่ได้แปลว่าเอกสารจะถูกยอมรับโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ ต้องตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี ตรวจข้อกำหนดนิติกรณ์ล่าสุดที่กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสถานะภาคี Apostille ที่ hcch.net

แหล่งอ้างอิงทางการ และการตรวจสอบ

ทุกข้อความเกี่ยวกับขั้นตอนในหน้านี้ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องด้านล่าง หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม ไม่คงข้อมูลเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว

ค่าธรรมเนียมราชการที่ระบุในเว็บไซต์นี้เป็นอัตราตามประกาศของหน่วยงานนั้น ๆ ส่วนค่าบริการวิชาชีพของเราเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลเพื่อรับใบเสนอราคา

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — งานเอกสารกฎหมายและร่างสัญญา

งานร่างและตรวจเอกสารกฎหมายต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงและวัตถุประสงค์ของคู่สัญญา แล้วจึงเลือกโครงสร้างเอกสาร ภาษาที่ใช้ และช่องทางบังคับใช้ให้สอดคล้องกับปลายทาง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ทนายความผู้รับผิดชอบสำนวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารแสดงตนของคู่สัญญาทุกฝ่าย และหนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีเป็นบริษัท
  • เอกสารต้นเรื่อง เช่น สัญญาฉบับเดิม ใบเสร็จ หรือหลักฐานการชำระเงิน
  • รายละเอียดข้อตกลงที่ต้องการ เช่น ขอบเขตงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขการยกเลิก
  • เอกสารกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานหรือประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. สัมภาษณ์ข้อเท็จจริงและกำหนดเป้าหมาย1–2 วันทำการ

    สรุปสิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องการและความเสี่ยงที่รับได้ ก่อนเลือกรูปแบบเอกสาร

  2. 2. ร่างฉบับแรก2–5 วันทำการ

    ร่างโดยระบุคู่สัญญา ขอบเขต ค่าตอบแทน ระยะเวลา การเลิกสัญญา และกฎหมายที่ใช้บังคับ

  3. 3. ทบทวนร่วมกับลูกค้า1–3 วันทำการ

    ปรับถ้อยคำตามความเห็นและตรวจความสอดคล้องของนิยามทั้งฉบับ

  4. 4. จัดทำฉบับสองภาษา (ถ้าต้องใช้ต่างประเทศ)1–3 วันทำการ

    จัดทำคอลัมน์ไทย–อังกฤษพร้อมระบุว่าฉบับภาษาใดมีผลเหนือกว่า

  5. 5. ลงนามและรับรองตามที่ปลายทางกำหนด3–10 วันทำการ

    ลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง แล้วต่อยอด Apostille หรือรับรองกงสุลหากต้องใช้ต่างประเทศ

คำแนะนำจากทีมงาน

  • ระบุให้ชัดว่าฉบับภาษาใดมีผลบังคับ เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องการตีความ
  • เก็บบันทึกการเจรจาและอีเมลไว้เป็นหลักฐานประกอบเจตนาของคู่สัญญา
  • เช็กวันหมดอายุของเอกสารปลายทางก่อนเริ่มกระบวนการ บางประเทศรับเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน
  • ถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการ 'ต้นฉบับ' หรือ 'สำเนารับรอง' เพราะสองอย่างนี้เดินคนละเส้นทาง
  • สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัว

ข้อควรระวัง

  • เนื้อหาบนหน้าเว็บเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่อง
  • การคัดลอกแบบสัญญาสำเร็จรูปโดยไม่ปรับข้อเท็จจริง มักทำให้ข้อสัญญาบังคับใช้ไม่ได้จริง
  • ระยะเวลาที่ระบุเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและช่วงวันหยุดราชการ
  • ห้ามเย็บ ถอด หรือแกะแม็กเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้ว เพราะถือว่าชุดเอกสารถูกแยกและอาจต้องเริ่มใหม่
  • อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

โนตารีในไทย เทียบกับ Notary Public ในต่างประเทศ

ประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบสากล งานลักษณะเดียวกันดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

หัวข้อเปรียบเทียบไทย: ทนายผู้ทำคำรับรองต่างประเทศ: Notary Public
ผู้มีอำนาจทนายความที่ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองจากสภาทนายความฯNotary Public ที่รัฐหรือศาลแต่งตั้ง
ขอบเขตงานรับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบาน และคำแปลตามที่กฎหมายกำหนดแตกต่างตามกฎหมายของแต่ละรัฐ/ประเทศ
ขั้นถัดไปที่มักต้องทำยื่นกรมการกงสุลเพื่อรับรองต่อ แล้วจึง Apostille หรือสถานทูตมักตามด้วยหน่วยงานกลางของประเทศนั้น
ต้องมาด้วยตนเองไหมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายผู้รับรองโดยทั่วไปต้องแสดงตนเช่นกัน

อย่าอ้างบนเอกสารว่าเป็น Notary Public หากปลายทางต้องการคำเรียกตามระบบของเขา ให้ระบุตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารกฎหมายและนิติกรรมแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ปรึกษาเพื่อกำหนดขอบเขตและรูปแบบเอกสาร1–2 วันทำการ

    ระบุคู่สัญญา อำนาจที่มอบ และผลที่ต้องการ ก่อนลงมือร่าง เพื่อไม่ให้ต้องแก้ภายหลัง

  2. 2. ร่างและตรวจทานโดยผู้ประกอบวิชาชีพ2–5 วันทำการ

    ตรวจถ้อยคำ อำนาจการลงนาม และเอกสารแนบให้สอดคล้องกับที่ปลายทางกำหนด

  3. 3. ลงนามและรับรอง1–3 วันทำการ

    ผู้ลงนามแสดงตนพร้อมเอกสารประจำตัวฉบับจริง และรับรองตามรูปแบบที่ต้องใช้

  4. 4. แปลและเดินสายรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ3–15 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    ทำได้เมื่อเอกสารต้นฉบับลงนามครบแล้ว ระยะเวลาขึ้นกับปลายทางและคิวของหน่วยงาน

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
บริการเอกสารระหว่างประเทศ ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
เอกสารจาก บริการเอกสารระหว่างประเทศ ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ค่าบริการ บริการเอกสารระหว่างประเทศ รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา

บริการเอกสารระหว่างประเทศ

บริการ "บริการเอกสารระหว่างประเทศ" ของเราออกแบบมาให้จบในรอบเดียว โดยรวมการตรวจต้นฉบับ การแปลรับรอง การรับรองตามลำดับขั้น และการส่งมอบไว้ในกระบวนการเดียวภายใต้สายงานบริการเอกสารระหว่างประเทศ เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ผู้รับผิดชอบงานจริงคือทนายความผู้ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย ทำงานร่วมกับนักแปลที่กระทรวงยุติธรรมรับรอง และทีมประสานงานกงสุล ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

ภาพรวมบริการ บริการเอกสารระหว่างประเทศ

  • บริการ "บริการเอกสารระหว่างประเทศ" ของเราออกแบบมาให้จบในรอบเดียว โดยรวมการตรวจต้นฉบับ การแปลรับรอง การรับรองตามลำดับขั้น และการส่งมอบไว้ในกระบวนการเดียวภายใต้สายงานบริการเอกสารระหว่างประเทศ
  • เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ผู้รับผิดชอบงานจริงคือทนายความผู้ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย ทำงานร่วมกับนักแปลที่กระทรวงยุติธรรมรับรอง และทีมประสานงานกงสุล
  • ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

ชุดเอกสารที่ใช้ยื่น บริการเอกสารระหว่างประเทศ

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน บริการเอกสารระหว่างประเทศ (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

บริการเอกสารระหว่างประเทศ — ลำดับงานทีละขั้น

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ บริการเอกสารระหว่างประเทศ ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

ระยะเวลาและโครงสร้างค่าบริการ บริการเอกสารระหว่างประเทศ

  • บริการมาตรฐานสำหรับ บริการเอกสารระหว่างประเทศ: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

สาเหตุที่ต้องยื่น บริการเอกสารระหว่างประเทศ ซ้ำ

  • เอกสารต้นฉบับหมดอายุ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง
  • ขาดขั้นตอนรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นที่สถานทูต — ทำให้เสียเวลาเดินทางหลายรอบ
  • ใช้บริการแปลที่ไม่มีตราประทับนักแปลรับรอง — กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตจะไม่ยอมรับ ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
  • ข้อมูลวันเดือนปีในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน — ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกก่อน ไม่สามารถแก้ในขั้นตอนแปลได้

FAQ

ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
บริการเอกสารระหว่างประเทศ ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
เอกสารจาก บริการเอกสารระหว่างประเทศ ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ค่าบริการ บริการเอกสารระหว่างประเทศ รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา

ขอบเขตงาน: บริการเอกสารและที่ปรึกษา

เราวางขอบเขตบริการเอกสารและที่ปรึกษาจากผลลัพธ์ที่ปลายทางต้องการจริง ยืนยันรายการเอกสารตามเคสของคุณ แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

บริการนี้เหมาะกับคุณเมื่อ

  • หน่วยงานไทยหรือต่างประเทศขอเอกสารที่คุณไม่เคยจัดทำมาก่อน
  • มีกำหนดเวลาแน่นอน และรับความเสี่ยงจากการถูกตีกลับไม่ได้
  • ต้องใช้เอกสารหลายชุดกับหลายหน่วยงาน จึงต้องให้ข้อมูลตรงกันทั้งหมด
  • อยากได้ทีมเดียวที่ให้คำปรึกษาก่อนแล้วลงมือทำต่อจนจบ

กรณีที่ควรใช้เส้นทางอื่น (เราแนะนำให้ก่อน)

  • ถ้ามีเส้นทางที่สั้นกว่าหรือประหยัดกว่าในเคสของคุณ เราจะแจ้งก่อนตัดสินใจ
  • ถ้าขั้นตอนนั้นอยู่ในอำนาจของหน่วยงานอื่น เราจะบอกว่าต้องติดต่อใครและเรียงลำดับอย่างไร
  • ถ้าเอกสารเดิมยังใช้ได้อยู่ เราจะไม่แนะนำให้ทำใหม่โดยไม่จำเป็น

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

  • ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่มงาน
  • จัดทำเช็กลิสต์เอกสารเฉพาะเคสเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ดำเนินการจัดเตรียม แปล และรับรองให้ครบสาย
  • รายงานความคืบหน้า และแก้ไขให้เมื่อเจ้าหน้าที่ขอปรับ
  • ส่งมอบไฟล์ดิจิทัลและเอกสารตัวจริง

สิ่งที่ไม่รวม (แจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้น)

  • ค่าธรรมเนียมราชการและค่าจัดส่งของหน่วยงานปลายทาง (เรียกเก็บตามจริง แจ้งก่อนดำเนินการทุกครั้ง)
  • การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ซึ่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • การจัดหาเอกสารต้นฉบับที่ต้องออกโดยตัวผู้ยื่นเอง เช่น เอกสารส่วนตัวที่ต้องแสดงตน

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณอยู่เส้นทางไหน? แจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดเวลามาได้เลย ทีมที่ปรึกษาของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี จะยืนยันลำดับขั้นตอนและรายการเอกสารที่ถูกต้องให้ก่อนคุณเริ่มเสียค่าใช้จ่าย

ศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนยื่นเอกสาร

คำศัพท์เหล่านี้คือจุดที่ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่เอกสารถูกตีกลับ ทีมที่ปรึกษาของเราอธิบายให้ฟังก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — ไม่ต้องตีความเอง

Notary Seal(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Seal)
ตราประทับของ Notary ที่ขึ้นทะเบียน ระบุชื่อ เลขใบอนุญาต และวันหมดอายุ
ATA Certification(เทียบภาษาอังกฤษ: ATA)
การรับรองนักแปลของ American Translators Association ใช้กับ USCIS และศาลสหรัฐได้
Certified True Copy(เทียบภาษาอังกฤษ: CTC)
การรับรองว่าสำเนาเอกสารถูกต้องตรงกับต้นฉบับ โดย Notary ตรวจสอบและประทับตรา
แปลรับรอง(เทียบภาษาอังกฤษ: Certified Translation)
คำแปลที่มีตราประทับและคำรับรองจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน ใช้กับหน่วยงานทางการได้
Sworn Translator(เทียบภาษาอังกฤษ: Sworn Translator)
นักแปลที่สาบานต่อศาลในบางประเทศ (ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี) คำแปลใช้ในศาลได้ทันที
Power of Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: POA)
หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน มักต้องรับรอง Notary และนิติกรณ์ก่อนใช้ในต่างประเทศ

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้ขั้นตอนไหน ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี แล้วเราดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

ดูอภิธานศัพท์ทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้องที่คุณมักต้องใช้ต่อ

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบในขั้นตอนเดียว ด้านล่างคือส่วนงานที่มักต่อเนื่องกัน เพื่อให้คุณวางแผนได้ทั้งสาย ไม่ต้องมารู้ทีหลังว่าขาดการรับรองขั้นใดขั้นหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้อันไหนบ้าง? นี่คือสิ่งที่ทีมที่ปรึกษาของเราทำให้ครับ — ด้วยประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศกว่า 15 ปี เราจะวางเส้นทางทั้งสายตามประเทศปลายทางให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้น ไม่ให้ยื่นผิดลำดับ

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ใครเขียนและตรวจทานหน้านี้

เรียบเรียงโดย
ทีมบรรณาธิการ NYC Legal & Notary Service
ตรวจทานโดย
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney)
ทบทวนล่าสุด

ดูแลงานรับรองเอกสาร แปลเอกสารราชการ และการยื่นหน่วยงานไทย/ต่างประเทศมากกว่า 15 ปี เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสารเท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณทราบเส้นทางที่ถูกต้อง รายการเอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาจริงก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราทบทวนเนื้อหาแต่ละหน้าเทียบกับแนวปฏิบัติปัจจุบันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเคสของคุณมีกำหนดเวลาเร่งด่วน ทักมาให้เรายืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม