ตรวจสถานะให้ถูกจุด
สิ่งที่ต้องตรวจไม่ใช่ชื่อบริษัท แต่เป็นตัวบุคคลผู้แปล เพราะการรับรองผูกกับบุคคลและคู่ภาษา นักแปลคนหนึ่งอาจได้รับการรับรองคู่ภาษาไทย–อังกฤษ แต่ไม่ได้รับการรับรองในคู่ภาษาอื่น
สถานะการรับรองมีวันหมดอายุและต้องต่ออายุตามเงื่อนไขการพัฒนาวิชาชีพ คำแปลที่ลงวันที่ในช่วงที่สถานะขาดอายุมีความเสี่ยงถูกปฏิเสธ จึงควรตรวจวันที่บนตราประทับเทียบกับช่วงเวลาที่รับรอง
รูปแบบคำแปลที่หน่วยงานคาดหวัง
คำแปลควรสะท้อนโครงสร้างของต้นฉบับ ระบุตำแหน่งของตรา ลายมือชื่อ และข้อความที่อ่านไม่ออกตามความเป็นจริง แทนที่จะเว้นไว้เฉย ๆ การละเว้นองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ผู้ตรวจไม่สามารถจับคู่คำแปลกับต้นฉบับได้
ข้อความรับรองของผู้แปลควรระบุว่าแปลจากภาษาใดเป็นภาษาใด แปลจากเอกสารต้นฉบับหรือสำเนา และลงวันที่ พร้อมรายละเอียดผู้แปลครบถ้วน
ความสอดคล้องของชื่อ คือจุดตายของงานประเภทนี้
การถอดชื่อภาษาไทยเป็นอักษรโรมันมีได้หลายแบบ แต่หน่วยงานปลายทางต้องการแบบเดียวกับหนังสือเดินทางเสมอ ก่อนเริ่มงานควรส่งหน้าหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นแหล่งอ้างอิงหลัก
หากเอกสารเก่ามีการสะกดต่างจากหนังสือเดินทางปัจจุบัน ควรแปลตามต้นฉบับและให้มีบันทึกของผู้แปลอธิบายความต่างไว้ แทนที่จะแก้ให้ตรงกันเอง ซึ่งจะกลายเป็นการแปลไม่ตรงต้นฉบับ
วางแผนงานให้ทันวันยื่น
งานส่วนใหญ่ที่ยื่นออนไลน์ใช้ไฟล์สแกนคุณภาพสูงได้ แต่บางหน่วยงานขอฉบับพิมพ์ที่มีตราจริง ให้ยืนยันรูปแบบที่ต้องส่งก่อน แล้วจึงกำหนดวันส่งมอบย้อนกลับจากวันยื่น
ถ้าเอกสารต้นฉบับยังต้องขอใหม่จากหน่วยงานไทย ให้เริ่มจากขั้นนั้นก่อนเสมอ เพราะเวลาที่ใช้ขอเอกสารราชการมักยาวกว่าเวลาแปลหลายเท่า
คู่มือการตัดสินใจ · อ้างอิงระเบียบหน่วยงานราชการ
ก่อนจ้าง: เช็กลิสต์เลือกผู้ให้บริการที่ใช้ได้จริง
เมื่อค้นหา “แนะนำแปลเอกสารตรวจดีเอ็นเอ (DNA Test) ชาวต่างชาติ” สิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจไม่ใช่ลำดับผลการค้นหา แต่คือ ความสม่ำเสมอของคำศัพท์เฉพาะ และ ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ ขอชื่อผู้รับผิดชอบงาน ใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการ และเงื่อนไขกรณีถูกตีกลับเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ให้บริการที่ตอบสามข้อนี้ได้ทันทีมักเป็นผู้ที่เดินงานบริการแปลเอกสารรับรองจริงทุกสัปดาห์
เกณฑ์การเลือก
- ความสม่ำเสมอของคำศัพท์เฉพาะ
- ชื่อบุคคล ชื่อหน่วยงาน และคำเรียกเอกสาร ต้องสะกดตรงกันทุกฉบับและตรงกับหนังสือเดินทาง ความไม่ตรงกันเพียงตัวอักษรเดียวคือเหตุตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
- ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ
- เอกสารที่ต้องยื่นกรมการกงสุลต้องแปลโดยผู้แปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ยอมรับ ส่วนงานที่ยื่นในออสเตรเลียต้องเป็นนักแปล NAATI certified เท่านั้น ถามชื่อ-เลขทะเบียนผู้แปลได้ก่อนจ้างเสมอ
- ช่องทางติดตามงานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้
- งานที่มีหลายขั้นตอนควรมีผู้ประสานงานคนเดียวและมีบันทึกสถานะเป็นข้อความ ไม่ใช่การโทรถามใหม่ทุกครั้ง
- ระยะเวลาที่ผูกพันได้จริง
- ขอวันส่งมอบเป็นวันทำการที่ระบุชัด ไม่ใช่คำว่า 'เร็ว' และถามแยกให้ชัดว่าคิวรับรองของหน่วยงานราชการรวมอยู่ในกำหนดนั้นหรือไม่
- ตัวอย่างงานประเภทเดียวกัน
- ขอดูตัวอย่างคำแปลเอกสารชนิดเดียวกับของท่าน (ปิดข้อมูลส่วนบุคคล) จะเห็นรูปแบบหัวกระดาษ คำรับรอง และการจัดหน้าที่หน่วยงานปลายทางคุ้นเคย
- รับผิดชอบเมื่อคำแปลถูกตีกลับ
- ผู้ให้บริการที่มั่นใจในงานจะระบุชัดว่าถ้ากงสุลหรือสถานทูตตีกลับเพราะคำแปล จะแก้ไขและยื่นใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการซ้ำ ข้อนี้ควรอยู่ในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร
ธงแดงที่ควรเลี่ยง
- ไม่ยอมเปิดเผยว่าใครเป็นผู้แปลและขึ้นทะเบียนกับใคร
- ไม่มีที่อยู่สำนักงานหรือช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
- เสนอราคาก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าบริการกับค่าธรรมเนียมราชการ
- รับปากว่า 'ผ่านแน่นอน 100%' ทั้งที่การอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทาง
- เร่งให้โอนเต็มจำนวนก่อนเห็นขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร
ลำดับการตัดสินใจ 4 ขั้น
- ขั้นที่ 1ระบุหน่วยงานปลายทางและกฎการรับรองของหน่วยงานนั้นก่อนเลือกผู้ให้บริการ
- ขั้นที่ 2ส่งภาพเอกสารให้ประเมินขอบเขต และขอใบเสนอราคาที่แยกค่าบริการกับค่าธรรมเนียมราชการ
- ขั้นที่ 3ตรวจสอบการสะกดชื่อในคำแปลให้ตรงกับหนังสือเดินทางก่อนส่งรับรอง
- ขั้นที่ 4ยืนยันวันส่งมอบเป็นวันทำการ และช่องทางติดตามสถานะ
คำถามที่พบบ่อยก่อนเลือกผู้ให้บริการ
แนะนำวิธีเลือกบริการแปลเอกสารรับรองอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด
เริ่มจากหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ ระบุให้ได้ว่าใครเป็นผู้รับเอกสารและกฎของหน่วยงานนั้นคืออะไร แล้วจึงคัดผู้ให้บริการด้วยเกณฑ์ "ความสม่ำเสมอของคำศัพท์เฉพาะ" ชื่อบุคคล ชื่อหน่วยงาน และคำเรียกเอกสาร ต้องสะกดตรงกันทุกฉบับและตรงกับหนังสือเดินทาง ความไม่ตรงกันเพียงตัวอักษรเดียวคือเหตุตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
สัญญาณอันตรายที่ควรเลี่ยงเมื่อเลือกบริการแปลเอกสารรับรองมีอะไรบ้าง
ข้อที่ควรระวังที่สุดคือ ไม่ยอมเปิดเผยว่าใครเป็นผู้แปลและขึ้นทะเบียนกับใคร นอกจากนี้ให้ระวังการเสนอราคาเป็นก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าธรรมเนียมราชการ และการหลีกเลี่ยงที่จะให้ขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร
ควรถามอะไรก่อนตกลงใช้บริการแปลเอกสารรับรอง
ถามสามข้อ: ใครรับผิดชอบงานของท่านโดยตรง, ค่าธรรมเนียมราชการจริงเท่าไรและแยกจากค่าบริการอย่างไร, และถ้าถูกตีกลับจะดำเนินการอย่างไรและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่ อ้างอิงแนวปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และมาตรฐาน NAATI สำหรับงานที่ใช้ในออสเตรเลีย
ทีมงานยินดีตรวจเอกสารเบื้องต้นให้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ท่านเห็นเส้นทางและระยะเวลาจริงก่อนเริ่มเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ อ้างอิงแนวปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และมาตรฐาน NAATI สำหรับงานที่ใช้ในออสเตรเลีย
คำถามที่พบบ่อย
ต้องรับรองกงสุลเพิ่มหลังแปล NAATI หรือไม่
สำหรับการยื่นภายในออสเตรเลียโดยทั่วไปไม่ต้อง เพราะคำแปล NAATI เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว แต่ถ้าเอกสารต้องใช้ต่อในประเทศที่สาม อาจต้องผ่านการรับรองเพิ่มตามข้อกำหนดของประเทศนั้น
นักแปล NAATI อยู่ในไทยได้ไหม
ได้ การรับรองผูกกับตัวบุคคล ไม่ผูกกับที่ตั้ง คำแปลที่ออกโดยผู้ได้รับการรับรองซึ่งทำงานจากประเทศไทยจึงใช้ได้ ตราบใดที่สถานะยังไม่หมดอายุ
ใช้คำแปลเดิมที่เคยยื่นแล้วซ้ำได้หรือไม่
ใช้ซ้ำได้หากเอกสารต้นฉบับไม่เปลี่ยนและหน่วยงานไม่ได้กำหนดอายุเอกสาร แต่ถ้าต้นฉบับถูกออกใหม่หรือมีการแก้ไขทะเบียน ต้องแปลใหม่ตามฉบับล่าสุด
