วิธีเลือกบริษัทแปลเอกสารรับรอง — เกณฑ์ตัดสินใจฉบับใช้งานจริง

เลือกบริษัทแปลจาก 3 อย่างตามลำดับ: ผู้แปลต้องเป็นคนที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ (กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล สำหรับงานในไทย หรือ NAATI สำหรับงานออสเตรเลีย) ต้องมีข้อผูกพันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าถ้าถูกตีกลับเพราะคำแปลจะแก้ให้ฟรี และต้องเดินงานต่อได้จนถึงรับรองปลายทาง ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง ความเสี่ยงจะตกกับผู้ยื่นเอกสารเสมอ

ทำไม 'แปลถูก' กับ 'แปลผ่าน' ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

คำแปลที่ถูกต้องตามภาษาศาสตร์อาจยังไม่ผ่านการรับรอง เพราะหน่วยงานราชการไม่ได้ตรวจเฉพาะความหมาย แต่ตรวจรูปแบบด้วย เช่น การถอดชื่อบุคคลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางตัวอักษรต่อตัวอักษร เลขที่เอกสารและวันที่ต้องอยู่ในรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางใช้ และคำเรียกหน่วยงานต้องใช้ชื่อทางการที่หน่วยงานนั้นใช้เรียกตัวเอง ไม่ใช่คำแปลตามพจนานุกรม

ในทางปฏิบัติ สาเหตุการตีกลับที่พบมากที่สุดไม่ใช่คำแปลผิดความหมาย แต่เป็นความไม่สอดคล้องระหว่างเอกสารชุดเดียวกัน เช่น ทะเบียนบ้านสะกดชื่อแบบหนึ่ง ใบสมรสสะกดอีกแบบหนึ่ง ผู้ให้บริการที่ทำงานเป็นระบบจะสร้างรายการคำศัพท์ประจำเคส (glossary) ก่อนเริ่มแปล และใช้รายการนั้นกับทุกฉบับในชุด

เอกสารแต่ละประเภทต้องการผู้แปลคนละแบบ

เอกสารราชการไทยที่จะไปใช้ต่างประเทศ (ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองความประพฤติ) ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ซึ่งกำหนดให้คำแปลอยู่ในรูปแบบเฉพาะและใช้ถ้อยคำมาตรฐาน ส่วนเอกสารเชิงพาณิชย์และสัญญามักไม่ต้องผ่านกงสุล แต่ต้องการผู้แปลที่เข้าใจศัพท์กฎหมายและโครงสร้างสัญญา

งานที่จะยื่นในออสเตรเลีย (วีซ่า ทะเบียนสมรส การรับรองวุฒิ) ต้องใช้นักแปล NAATI certified เท่านั้น หน่วยงานออสเตรเลียตรวจหมายเลขทะเบียนและวันหมดอายุของนักแปลได้โดยตรง จึงควรขอชื่อและหมายเลขทะเบียนก่อนตกลงจ้าง ไม่ใช่หลังรับงานเสร็จ

เอกสารทางการแพทย์และวุฒิการศึกษามักถูกส่งต่อไปยังองค์กรวิชาชีพ (สภาวิชาชีพ หน่วยงานประเมินวุฒิ) ที่มีแบบฟอร์มรับรองของตัวเอง ให้ถามผู้ให้บริการตรง ๆ ว่าเคยส่งงานเข้าองค์กรนั้นแล้วผ่านหรือไม่

อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ใบเสนอราคาที่ใช้ตัดสินใจได้จริงต้องแยกให้เห็นสามก้อน: ค่าแปล ค่ารับรอง (โนตารี/กงสุล/สถานทูต) และค่าธรรมเนียมราชการที่จ่ายตามจริง เมื่อทั้งสามก้อนถูกรวมเป็นตัวเลขเดียว ผู้ว่าจ้างจะเปรียบเทียบข้อเสนอไม่ได้และมักเจอค่าใช้จ่ายเพิ่มกลางทาง

ควรขอให้ระบุจำนวนชุดสำเนารับรองที่รวมอยู่ในราคา เพราะหลายหน่วยงานปลายทางขอมากกว่าหนึ่งชุด และการขอเพิ่มภายหลังมักคิดเป็นงานใหม่ทั้งรอบ

กำหนดส่งมอบควรระบุเป็นวันทำการที่ชัดเจน และแยกให้เห็นว่าคิวของหน่วยงานราชการรวมอยู่ในกำหนดนั้นหรือไม่ เพราะเวลาที่ควบคุมไม่ได้คือคิวราชการ ไม่ใช่เวลาที่ใช้แปล

สัญญาณว่าผู้ให้บริการทำงานเป็นระบบ

ผู้ให้บริการที่ทำงานซ้ำ ๆ กับหน่วยงานเดิมจะถามคำถามกลับก่อนเสนอราคา เช่น ยื่นที่ไหน ใช้ทำอะไร ปลายทางขอฉบับแปลกี่ชุด และมีกำหนดวันนัดหรือไม่ คำถามเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดประสบการณ์ที่ดีกว่าคำโฆษณาใด ๆ

ระบบติดตามงานที่ระบุสถานะได้เป็นขั้น (รับเอกสาร ตรวจต้นฉบับ แปล ตรวจทาน รับรอง ส่งคืน) ช่วยให้รู้ล่วงหน้าเมื่อมีจุดติด ซึ่งสำคัญมากกับงานที่ผูกกับวันนัดสัมภาษณ์วีซ่าหรือวันจดทะเบียน

คู่มือการตัดสินใจ · อ้างอิงระเบียบหน่วยงานราชการ

ก่อนจ้าง: เช็กลิสต์เลือกผู้ให้บริการที่ใช้ได้จริง

เมื่อค้นหา “แนะนำแปลหลักฐานการถือครองหุ้นและกองทุน” สิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจไม่ใช่ลำดับผลการค้นหา แต่คือ ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ และ ระยะเวลาที่ผูกพันได้จริง ขอชื่อผู้รับผิดชอบงาน ใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการ และเงื่อนไขกรณีถูกตีกลับเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ให้บริการที่ตอบสามข้อนี้ได้ทันทีมักเป็นผู้ที่เดินงานบริการแปลเอกสารรับรองจริงทุกสัปดาห์

เกณฑ์การเลือก

ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ
เอกสารที่ต้องยื่นกรมการกงสุลต้องแปลโดยผู้แปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ยอมรับ ส่วนงานที่ยื่นในออสเตรเลียต้องเป็นนักแปล NAATI certified เท่านั้น ถามชื่อ-เลขทะเบียนผู้แปลได้ก่อนจ้างเสมอ
ระยะเวลาที่ผูกพันได้จริง
ขอวันส่งมอบเป็นวันทำการที่ระบุชัด ไม่ใช่คำว่า 'เร็ว' และถามแยกให้ชัดว่าคิวรับรองของหน่วยงานราชการรวมอยู่ในกำหนดนั้นหรือไม่
ทำต่อได้ครบสายจนถึงปลายทาง
งานแปลส่วนใหญ่ไม่จบที่คำแปล ยังต้องรับรองกงสุล สถานทูต หรือ notary ต่อ เลือกที่เดินงานต่อได้เองจะลดรอบวิ่งเอกสารและลดจุดที่ข้อมูลคลาดเคลื่อน
การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสารที่ส่งแปลมักมีเลขบัตรประชาชน เลขบัญชี และข้อมูลครอบครัว ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีนโยบายลบไฟล์ตามกำหนดและระบุผู้ควบคุมข้อมูลตาม PDPA
ความสม่ำเสมอของคำศัพท์เฉพาะ
ชื่อบุคคล ชื่อหน่วยงาน และคำเรียกเอกสาร ต้องสะกดตรงกันทุกฉบับและตรงกับหนังสือเดินทาง ความไม่ตรงกันเพียงตัวอักษรเดียวคือเหตุตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
รับผิดชอบเมื่อคำแปลถูกตีกลับ
ผู้ให้บริการที่มั่นใจในงานจะระบุชัดว่าถ้ากงสุลหรือสถานทูตตีกลับเพราะคำแปล จะแก้ไขและยื่นใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการซ้ำ ข้อนี้ควรอยู่ในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร

ธงแดงที่ควรเลี่ยง

  • เสนอราคาก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าบริการกับค่าธรรมเนียมราชการ
  • ไม่ยอมเปิดเผยว่าใครเป็นผู้แปลและขึ้นทะเบียนกับใคร
  • เร่งให้โอนเต็มจำนวนก่อนเห็นขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ไม่มีที่อยู่สำนักงานหรือช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
  • รับปากว่า 'ผ่านแน่นอน 100%' ทั้งที่การอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทาง

ลำดับการตัดสินใจ 4 ขั้น

  1. ขั้นที่ 1ระบุหน่วยงานปลายทางและกฎการรับรองของหน่วยงานนั้นก่อนเลือกผู้ให้บริการ
  2. ขั้นที่ 2ส่งภาพเอกสารให้ประเมินขอบเขต และขอใบเสนอราคาที่แยกค่าบริการกับค่าธรรมเนียมราชการ
  3. ขั้นที่ 3ตรวจสอบการสะกดชื่อในคำแปลให้ตรงกับหนังสือเดินทางก่อนส่งรับรอง
  4. ขั้นที่ 4ยืนยันวันส่งมอบเป็นวันทำการ และช่องทางติดตามสถานะ

คำถามที่พบบ่อยก่อนเลือกผู้ให้บริการ

แนะนำวิธีเลือกบริการแปลเอกสารรับรองอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

เริ่มจากหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ ระบุให้ได้ว่าใครเป็นผู้รับเอกสารและกฎของหน่วยงานนั้นคืออะไร แล้วจึงคัดผู้ให้บริการด้วยเกณฑ์ "ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ" เอกสารที่ต้องยื่นกรมการกงสุลต้องแปลโดยผู้แปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ยอมรับ ส่วนงานที่ยื่นในออสเตรเลียต้องเป็นนักแปล NAATI certified เท่านั้น ถามชื่อ-เลขทะเบียนผู้แปลได้ก่อนจ้างเสมอ

สัญญาณอันตรายที่ควรเลี่ยงเมื่อเลือกบริการแปลเอกสารรับรองมีอะไรบ้าง

ข้อที่ควรระวังที่สุดคือ เสนอราคาก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าบริการกับค่าธรรมเนียมราชการ นอกจากนี้ให้ระวังการเสนอราคาเป็นก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าธรรมเนียมราชการ และการหลีกเลี่ยงที่จะให้ขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร

ควรถามอะไรก่อนตกลงใช้บริการแปลเอกสารรับรอง

ถามสามข้อ: ใครรับผิดชอบงานของท่านโดยตรง, ค่าธรรมเนียมราชการจริงเท่าไรและแยกจากค่าบริการอย่างไร, และถ้าถูกตีกลับจะดำเนินการอย่างไรและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่ อ้างอิงแนวปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และมาตรฐาน NAATI สำหรับงานที่ใช้ในออสเตรเลีย

ทีมงานยินดีตรวจเอกสารเบื้องต้นให้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ท่านเห็นเส้นทางและระยะเวลาจริงก่อนเริ่มเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ อ้างอิงแนวปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และมาตรฐาน NAATI สำหรับงานที่ใช้ในออสเตรเลีย

คำถามที่พบบ่อย

แปลเองแล้วให้บริษัทรับรองอย่างเดียวได้ไหม

โดยหลักไม่ได้ เพราะผู้รับรองต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของคำแปลที่ตนลงนาม ผู้ให้บริการที่รับรองงานที่ตนไม่ได้ตรวจทานเองคือสัญญาณความเสี่ยง หากมีคำแปลเดิมอยู่แล้ว ให้ส่งเป็นเอกสารอ้างอิงเพื่อลดเวลาตรวจทานแทน

จำเป็นต้องใช้บริษัทที่อยู่ใกล้หน่วยงานที่จะยื่นไหม

ไม่จำเป็น สิ่งที่สำคัญกว่าคือผู้ให้บริการเดินเรื่องรับรองที่หน่วยงานนั้นได้จริงและมีรอบส่งงานสม่ำเสมอ งานส่วนใหญ่รับ-ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือขนส่งเอกชนได้ทั้งหมด

คำแปลมีอายุการใช้งานหรือไม่

ตัวคำแปลไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานปลายทางหลายแห่งกำหนดว่าเอกสารต้นฉบับและตรารับรองต้องออกไม่เกิน 3–6 เดือนก่อนวันยื่น จึงควรวางแผนให้รอบรับรองใกล้กับวันยื่นจริง

อ่านต่อ

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — งานเอกสารกฎหมายและร่างสัญญา

งานร่างและตรวจเอกสารกฎหมายต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงและวัตถุประสงค์ของคู่สัญญา แล้วจึงเลือกโครงสร้างเอกสาร ภาษาที่ใช้ และช่องทางบังคับใช้ให้สอดคล้องกับปลายทาง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ทนายความผู้รับผิดชอบสำนวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารแสดงตนของคู่สัญญาทุกฝ่าย และหนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีเป็นบริษัท
  • เอกสารต้นเรื่อง เช่น สัญญาฉบับเดิม ใบเสร็จ หรือหลักฐานการชำระเงิน
  • รายละเอียดข้อตกลงที่ต้องการ เช่น ขอบเขตงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขการยกเลิก
  • เอกสารกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานหรือประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. สัมภาษณ์ข้อเท็จจริงและกำหนดเป้าหมาย1–2 วันทำการ

    สรุปสิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องการและความเสี่ยงที่รับได้ ก่อนเลือกรูปแบบเอกสาร

  2. 2. ร่างฉบับแรก2–5 วันทำการ

    ร่างโดยระบุคู่สัญญา ขอบเขต ค่าตอบแทน ระยะเวลา การเลิกสัญญา และกฎหมายที่ใช้บังคับ

  3. 3. ทบทวนร่วมกับลูกค้า1–3 วันทำการ

    ปรับถ้อยคำตามความเห็นและตรวจความสอดคล้องของนิยามทั้งฉบับ

  4. 4. จัดทำฉบับสองภาษา (ถ้าต้องใช้ต่างประเทศ)1–3 วันทำการ

    จัดทำคอลัมน์ไทย–อังกฤษพร้อมระบุว่าฉบับภาษาใดมีผลเหนือกว่า

  5. 5. ลงนามและรับรองตามที่ปลายทางกำหนด3–10 วันทำการ

    ลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง แล้วต่อยอด Apostille หรือรับรองกงสุลหากต้องใช้ต่างประเทศ

คำแนะนำจากทีมงาน

  • ระบุให้ชัดว่าฉบับภาษาใดมีผลบังคับ เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องการตีความ
  • เก็บบันทึกการเจรจาและอีเมลไว้เป็นหลักฐานประกอบเจตนาของคู่สัญญา
  • สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัว
  • สแกนเอกสารทุกใบเป็น PDF สี 300 dpi ก่อนส่งต้นฉบับออกจากมือ เผื่อกรณีต้องยื่นซ้ำหรือถูกขอสำเนาเพิ่ม
  • รวบรวมเอกสารทั้งชุดให้ครบก่อนยื่นรอบเดียว ประหยัดกว่าการทยอยยื่นทีละใบ

ข้อควรระวัง

  • เนื้อหาบนหน้าเว็บเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่อง
  • การคัดลอกแบบสัญญาสำเร็จรูปโดยไม่ปรับข้อเท็จจริง มักทำให้ข้อสัญญาบังคับใช้ไม่ได้จริง
  • เอกสารที่ถ่ายสำเนาจากสำเนา มักถูกปฏิเสธ ให้ใช้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง
  • ห้ามเย็บ ถอด หรือแกะแม็กเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้ว เพราะถือว่าชุดเอกสารถูกแยกและอาจต้องเริ่มใหม่
  • อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

โนตารีในไทย เทียบกับ Notary Public ในต่างประเทศ

ประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบสากล งานลักษณะเดียวกันดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

หัวข้อเปรียบเทียบไทย: ทนายผู้ทำคำรับรองต่างประเทศ: Notary Public
ผู้มีอำนาจทนายความที่ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองจากสภาทนายความฯNotary Public ที่รัฐหรือศาลแต่งตั้ง
ขอบเขตงานรับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบาน และคำแปลตามที่กฎหมายกำหนดแตกต่างตามกฎหมายของแต่ละรัฐ/ประเทศ
ขั้นถัดไปที่มักต้องทำยื่นกรมการกงสุลเพื่อรับรองต่อ แล้วจึง Apostille หรือสถานทูตมักตามด้วยหน่วยงานกลางของประเทศนั้น
ต้องมาด้วยตนเองไหมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายผู้รับรองโดยทั่วไปต้องแสดงตนเช่นกัน

อย่าอ้างบนเอกสารว่าเป็น Notary Public หากปลายทางต้องการคำเรียกตามระบบของเขา ให้ระบุตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารกฎหมายและนิติกรรมแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก
จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภทบริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้นยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ปรึกษาเพื่อกำหนดขอบเขตและรูปแบบเอกสาร1–2 วันทำการ

    ระบุคู่สัญญา อำนาจที่มอบ และผลที่ต้องการ ก่อนลงมือร่าง เพื่อไม่ให้ต้องแก้ภายหลัง

  2. 2. ร่างและตรวจทานโดยผู้ประกอบวิชาชีพ2–5 วันทำการ

    ตรวจถ้อยคำ อำนาจการลงนาม และเอกสารแนบให้สอดคล้องกับที่ปลายทางกำหนด

  3. 3. ลงนามและรับรอง1–3 วันทำการ

    ผู้ลงนามแสดงตนพร้อมเอกสารประจำตัวฉบับจริง และรับรองตามรูปแบบที่ต้องใช้

  4. 4. แปลและเดินสายรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ3–15 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    ทำได้เมื่อเอกสารต้นฉบับลงนามครบแล้ว ระยะเวลาขึ้นกับปลายทางและคิวของหน่วยงาน

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

ค่าบริการ Certified Translation รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา
เริ่มต้น Certified Translation ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
Certified Translation ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
เอกสารจาก Certified Translation ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น

Certified Translation

งาน "Certified Translation" อยู่ในสายงานแปลเอกสารรับรองโดยนักแปลขึ้นทะเบียนของ NYC Legal Thailand โดยดูแลตั้งแต่ประเมินความเป็นไปได้ ตรวจต้นฉบับ จัดทำคำแปลรับรอง ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จนถึงส่งมอบเอกสารที่ใช้งานได้จริงปลายทาง เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

ภาพรวมบริการ Certified Translation

  • งาน "Certified Translation" อยู่ในสายงานแปลเอกสารรับรองโดยนักแปลขึ้นทะเบียนของ NYC Legal Thailand โดยดูแลตั้งแต่ประเมินความเป็นไปได้ ตรวจต้นฉบับ จัดทำคำแปลรับรอง ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จนถึงส่งมอบเอกสารที่ใช้งานได้จริงปลายทาง
  • เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต
  • ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

Certified Translation — เช็กลิสต์เอกสาร

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน Certified Translation (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

ขั้นตอนการดำเนินการ Certified Translation

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ Certified Translation ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

กรอบเวลาและค่าธรรมเนียมของ Certified Translation

  • บริการมาตรฐานสำหรับ Certified Translation: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

สาเหตุที่ต้องยื่น Certified Translation ซ้ำ

  • ใช้บริการแปลที่ไม่มีตราประทับนักแปลรับรอง — กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตจะไม่ยอมรับ ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
  • ยื่นสำเนาแทนต้นฉบับโดยไม่ได้รับรองสำเนา — หน่วยงานผู้รับจะไม่รับพิจารณาและต้องเริ่มคิวใหม่
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — ส่งผลให้สถานทูตปฏิเสธ ต้องแก้ไขที่อำเภอ/เขต ก่อนนำมาแปล
  • ข้อมูลวันเดือนปีในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน — ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกก่อน ไม่สามารถแก้ในขั้นตอนแปลได้

FAQ

ค่าบริการ Certified Translation รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา
เริ่มต้น Certified Translation ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
Certified Translation ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
เอกสารจาก Certified Translation ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น

แปลรับรองเอกสาร — คู่มือเลือกนักแปลที่ปลายทางยอมรับ

ภาพถ่ายบรรณาธิการโต๊ะทำงานนักแปลรับรอง
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

  • กระทรวงยุติธรรมทะเบียนนักแปลผู้ให้บริการแก่ศาลและหน่วยงานยุติธรรม [แหล่งข้อมูล]
  • ISO 17100:2015Translation services — Requirements for translation services

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

  • ใช้ Machine Translation ยื่นราชการ — ถูกปฏิเสธทันที
  • ไม่ตรวจว่าเอกสารต้นทางถูกต้องก่อนแปล — ต้องแก้ทั้งชุด

แผนภูมิการตัดสินใจ

ใช้กับศาล/ราชการไทย?
ใช่ → เลือกนักแปลทะเบียน MoJ
ไม่ → เลือกตามผู้รับ (NAATI สำหรับออสเตรเลีย, ATA สำหรับสหรัฐฯ)

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
แปลรับรองทั่วไป (Certified)ยื่นสถานทูต / ธุรกิจ1–3 วัน500–1,200 / หน้า
แปลนักแปล MoJศาลไทย / หน่วยงานยุติธรรม2–5 วัน800–2,000 / หน้า

ขอบเขตงาน: แปลเอกสารรับรอง (Certified Translation)

งานแปลเอกสารราชการ เอกสารบริษัท และเอกสารกฎหมาย พร้อมหนังสือรับรองคำแปล ให้ผ่านการตรวจของหน่วยงานปลายทางตั้งแต่ครั้งแรก

บริการนี้เหมาะกับคุณเมื่อ

  • ต้องยื่นเอกสารไทยกับหน่วยงานต่างประเทศ หรือเอกสารต่างประเทศกับหน่วยงานไทย
  • หน่วยงานระบุว่าต้องเป็น certified / sworn / official translation
  • ต้องแปลชื่อ-สกุล และคำเฉพาะให้ตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารชุดเดิม
  • ต้องแปลเพื่อต่อยอดรับรองกรมการกงสุล สถานทูต หรือศาล

กรณีที่ควรใช้เส้นทางอื่น (เราแนะนำให้ก่อน)

  • ถ้าปลายทางออสเตรเลียขอ NAATI ต้องใช้นักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI เท่านั้น
  • ถ้าเป็นการยื่นศาล อาจต้องมีคำรับรองผู้แปลในรูปแบบเฉพาะ เราจัดให้ตรงรูปแบบ
  • ถ้าต้องการเพียงคำแปลเพื่อความเข้าใจภายใน ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดรับรอง เราจะแจ้งตามตรงเพื่อประหยัดงบ

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

  • เทียบการสะกดชื่อกับหนังสือเดินทางและเอกสารเก่า เพื่อไม่ให้ข้อมูลขัดกัน
  • จัดรูปแบบหน้าเอกสารให้ตรงกับต้นฉบับ รวมถึงตราประทับและลายเซ็น
  • ตรวจทานสองชั้นโดยผู้ตรวจอีกคนก่อนส่งมอบ
  • ออกหนังสือรับรองคำแปลพร้อมข้อมูลผู้แปลให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
  • แก้ไขให้ฟรีเมื่อเจ้าหน้าที่ปลายทางขอปรับถ้อยคำในสาระเดิม

สิ่งที่ไม่รวม (แจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้น)

  • ค่าธรรมเนียมราชการและค่าจัดส่งของหน่วยงานปลายทาง (เรียกเก็บตามจริง แจ้งก่อนดำเนินการทุกครั้ง)
  • การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ซึ่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • การจัดหาเอกสารต้นฉบับที่ต้องออกโดยตัวผู้ยื่นเอง เช่น เอกสารส่วนตัวที่ต้องแสดงตน

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณอยู่เส้นทางไหน? แจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดเวลามาได้เลย ทีมที่ปรึกษาของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี จะยืนยันลำดับขั้นตอนและรายการเอกสารที่ถูกต้องให้ก่อนคุณเริ่มเสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนงานแปลรับรองและเอกสารที่ต้องเตรียม

งานแปลรับรองมาตรฐานใช้เวลา 1–3 วันทำการ ขึ้นกับจำนวนหน้าและคู่ภาษา โดยต้องแปลจากเอกสารฉบับที่ปลายทางยอมรับเท่านั้น

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1ส่งไฟล์และแจ้งปลายทางส่งสแกนชัดเจนทุกหน้า พร้อมบอกประเทศ/หน่วยงานที่จะยื่น เพราะรูปแบบคำรับรองการแปลต่างกันตามปลายทาง
  2. 2ยืนยันการสะกดชื่อยืนยันการสะกดชื่อ–นามสกุลตามหนังสือเดินทาง และชื่อสถานที่/สถาบันตามเอกสารราชการ เพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธภายหลัง
  3. 3แปลและตรวจสองชั้นนักแปลเฉพาะทางแปล แล้วผู้ตรวจอีกคนเทียบต้นฉบับทีละบรรทัด ตรวจตัวเลข วันที่ และตราประทับให้ครบ
  4. 4ออกใบรับรองการแปลแนบใบรับรองความถูกต้องของคำแปลพร้อมลายมือชื่อผู้แปล/ผู้รับรอง และเย็บติดกับสำเนาต้นฉบับ
  5. 5ส่งต่อรับรองหน่วยงาน (ถ้าจำเป็น)หากต้องใช้กับราชการต่างประเทศ เราส่งต่อขั้นตอนกรมการกงสุลและสถานทูตให้ครบชุด

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • สแกนสีคมชัดทุกหน้า รวมหน้าที่มีตราประทับและลายเซ็น
  • หน้าหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันการสะกดชื่อ
  • ชื่อประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดวันยื่น
  • คำศัพท์เฉพาะหรือคำแปลเดิมที่เคยใช้ (ถ้ามี)

ข้อควรระวัง

  • หลายหน่วยงานไม่รับคำแปลจากสำเนาที่ไม่ได้รับรอง ควรตรวจก่อนแปล
  • การสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทางเป็นสาเหตุการถูกตีกลับอันดับหนึ่ง
  • เอกสารที่ออกนานแล้วบางประเภทมีอายุการยอมรับ ควรขอฉบับใหม่ก่อนแปล

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่อง กรอกแบบฟอร์ม หรือเสี่ยงถูกตีกลับเอง? ทีมงานของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราให้คำปรึกษาเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาได้เลย เราจะยืนยันรายการเอกสารที่ต้องใช้ตามเคสของคุณให้ชัดเจน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

5 ข้อผิดพลาดของงานแปลรับรองที่ทำให้ปลายทางไม่รับ

งานแปลที่ถูกตีกลับมักไม่ได้แปลผิด แต่ผิดที่รูปแบบการรับรอง การสะกดชื่อ และความไม่ตรงกันระหว่างเอกสารในชุดเดียวกัน

  1. 1. สะกดชื่อ-นามสกุลไม่ตรงกับพาสปอร์ต

    ทำไมถึงสำคัญ: ปลายทางเทียบชื่อกับพาสปอร์ตเป็นอันดับแรก ต่างแม้ตัวอักษรเดียวก็ถือว่าคนละคน

    วิธีป้องกัน: ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมงานแปลทุกครั้ง เพื่อยึดการสะกดเป็นมาตรฐานเดียว

  2. 2. ใช้คำแปลชื่อหน่วยงาน/วุฒิการศึกษาไม่ตรงกับที่หน่วยงานใช้จริง

    ทำไมถึงสำคัญ: ชื่อทางการของหน่วยงานและชื่อปริญญามีคำแปลที่ใช้อย่างเป็นทางการอยู่แล้ว

    วิธีป้องกัน: ยึดคำแปลตามเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานต้นทาง และระบุชื่อภาษาไทยกำกับ

  3. 3. แปลจากไฟล์ที่อ่านตราประทับหรือลายเซ็นไม่ออก

    ทำไมถึงสำคัญ: ผู้แปลต้องระบุข้อความในตราประทับด้วย หากอ่านไม่ออกจะต้องใส่ [illegible] ซึ่งบางปลายทางไม่รับ

    วิธีป้องกัน: สแกนสีความละเอียดสูงจากต้นฉบับ ไม่ใช้ภาพถ่ายเอียงหรือมีเงา

  4. 4. ไม่ทราบว่าปลายทางต้องการรับรองระดับใด

    ทำไมถึงสำคัญ: แต่ละปลายทางต่างกัน ตั้งแต่รับรองโดยผู้แปล ไปจนถึงรับรองกรมการกงสุลและสถานทูต

    วิธีป้องกัน: ยืนยันข้อกำหนดปลายทางก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ต้องแปลหรือรับรองซ้ำ

  5. 5. แปลไม่ครบทั้งหน้า เช่น ตัดหลังเอกสารหรือหมายเหตุท้ายหน้า

    ทำไมถึงสำคัญ: เอกสารราชการต้องแปลครบทุกข้อความรวมถึงตราประทับด้านหลัง

    วิธีป้องกัน: ส่งสแกนครบทุกหน้า ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แม้หน้าที่ดูเหมือนว่าง

ไม่อยากมานั่งตรวจรายละเอียดเหล่านี้เองใช่ไหมครับ? ทีมงานของเราให้คำปรึกษาและดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราจะยืนยันเส้นทางที่ถูกต้องให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาสอบถามได้เลย เราจะสรุปรายการเอกสารเฉพาะเคสของคุณให้ชัดเจน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานแปลเอกสารพร้อมรับรองแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ประเมินต้นฉบับและกำหนดรูปแบบคำแปลภายใน 1 วันทำการ

    นับจำนวนหน้า ตรวจความชัดของตราประทับ และยืนยันว่าปลายทางรับคำแปลรูปแบบใด

  2. 2. แปลและตรวจทานสองชั้น1–3 วันทำการ

    ผู้แปลจัดทำคำแปล แล้วผู้ตรวจทานเทียบชื่อ วันที่ ตัวเลข และคำเฉพาะกับต้นฉบับทีละบรรทัด

  3. 3. ยืนยันการสะกดชื่อกับผู้ใช้บริการภายในวันเดียวกันเดินคู่ขนานได้

    ส่งฉบับร่างให้ตรวจการสะกดตามพาสปอร์ตก่อนออกฉบับจริง ขั้นนี้ตัดปัญหาแก้งานย้อนหลังได้มากที่สุด

  4. 4. รับรองคำแปลและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ออกคำรับรองแนบท้าย เย็บติดกับต้นฉบับหรือสำเนาตามที่ปลายทางกำหนด

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีศึกษาจริงจากงานที่เราดูแล

ตัวอย่างเคสจริงที่ทีมงานของเรารับผิดชอบ (ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด) เพื่อให้เห็นภาพว่าเราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสาร แต่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่วางเส้นทางเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงถูกตีกลับและประหยัดเวลาของคุณ

🇦🇺 ออสเตรเลีย · Q2 2025

ยื่น PR ออสเตรเลีย — NAATI 10 ภาษาในชุดเดียว

โจทย์ของลูกค้า

AHPRA require ใบรับรองแพทย์ ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส ใบหย่า สูติบัตรลูก 2 คน — ทั้งหมดต้อง NAATI Certified Translator (ไม่ใช่แค่แปล + รับรอง)

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1Audit เอกสาร 14 ฉบับ จัดลำดับความเร่งด่วนตาม AHPRA checklist
  2. 2NAATI translator TH→EN พร้อม CPN stamp + certification statement
  3. 3Cross-check ชื่อ-นามสกุล Romanization ทุกฉบับให้ตรงกัน 100%
  4. 4ส่ง scan + hard copy พร้อม tracking number ทาง DHL Express

ผลลัพธ์

AHPRA registration approved ภายใน 8 สัปดาห์ — visa 189 grant ตามมาในเดือนถัดไป

เอกสาร
14 ฉบับ
Timeline
10 วันทำการ
ผลลัพธ์
PR Approved

บริการที่ใช้ในเคสนี้: NAATI Translation · Notary · Document Audit

🇫🇷 ฝรั่งเศส · Q2 2025

Schengen Student Visa ฝรั่งเศส — ทรานสคริปต์ผ่าน Campus France

โจทย์ของลูกค้า

Campus France require sworn translation FR ของทรานสคริปต์ปริญญาตรี + ใบรับรองภาษาฝรั่งเศส DALF + financial guarantee จากผู้ปกครอง + Apostille

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1Sworn translator TH→FR ที่ Campus France ยอมรับ (notarized)
  2. 2Apostille MFA นิติกรณ์ + Embassy France stamp
  3. 3Financial affidavit ผู้ปกครอง + bank statement 6 เดือน
  4. 4ตามคิว Campus France interview + ใบยืนยันที่พักจากมหาวิทยาลัย

ผลลัพธ์

Visa long séjour études approved· ออกบินตามตารางเรียน

Timeline
5 สัปดาห์
Campus France
Approved
Visa
1 ปี

บริการที่ใช้ในเคสนี้: Sworn Translation FR · MFA Apostille · Embassy France

ทุกเคสเริ่มจากการปรึกษาก่อนลงมือ — ทีมงานประสบการณ์กว่า 15 ปีจะตรวจเอกสารของคุณ บอกเส้นทางที่ถูกต้อง แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทักมาปรึกษาได้ทันทีดูกรณีศึกษาทั้งหมด

ศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนยื่นเอกสาร

คำศัพท์เหล่านี้คือจุดที่ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่เอกสารถูกตีกลับ ทีมที่ปรึกษาของเราอธิบายให้ฟังก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — ไม่ต้องตีความเอง

Back Translation(เทียบภาษาอังกฤษ: Back Translation)
การแปลกลับจากภาษาเป้าหมายเป็นภาษาต้นทาง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในงานการแพทย์/กฎหมาย
Affidavit(เทียบภาษาอังกฤษ: Sworn Statement)
คำให้การที่ลงนามต่อหน้า Notary โดยผู้ให้การสาบานว่าข้อความเป็นจริง ใช้ในศาลและหน่วยงานราชการต่างประเทศ
Translation Affidavit(เทียบภาษาอังกฤษ: Translator Affidavit)
คำรับรองของนักแปลที่ลงนามต่อ Notary ยืนยันว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ
Notary Seal(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Seal)
ตราประทับของ Notary ที่ขึ้นทะเบียน ระบุชื่อ เลขใบอนุญาต และวันหมดอายุ
ATA Certification(เทียบภาษาอังกฤษ: ATA)
การรับรองนักแปลของ American Translators Association ใช้กับ USCIS และศาลสหรัฐได้
แปลรับรอง(เทียบภาษาอังกฤษ: Certified Translation)
คำแปลที่มีตราประทับและคำรับรองจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน ใช้กับหน่วยงานทางการได้

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้ขั้นตอนไหน ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี แล้วเราดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

ดูอภิธานศัพท์ทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้องที่คุณมักต้องใช้ต่อ

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบในขั้นตอนเดียว ด้านล่างคือส่วนงานที่มักต่อเนื่องกัน เพื่อให้คุณวางแผนได้ทั้งสาย ไม่ต้องมารู้ทีหลังว่าขาดการรับรองขั้นใดขั้นหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้อันไหนบ้าง? นี่คือสิ่งที่ทีมที่ปรึกษาของเราทำให้ครับ — ด้วยประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศกว่า 15 ปี เราจะวางเส้นทางทั้งสายตามประเทศปลายทางให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้น ไม่ให้ยื่นผิดลำดับ

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ใครเขียนและตรวจทานหน้านี้

เรียบเรียงโดย
ทีมนักแปลเอกสารราชการ NYC Legal
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายตรวจทาน (proofreader) เอกสารกงสุล/สถานทูต
ทบทวนล่าสุด

ตรวจคำแปลชื่อ วันเดือนปี เลขที่เอกสาร และถ้อยคำเฉพาะของหน่วยงานปลายทาง เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสารเท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณทราบเส้นทางที่ถูกต้อง รายการเอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาจริงก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราทบทวนเนื้อหาแต่ละหน้าเทียบกับแนวปฏิบัติปัจจุบันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเคสของคุณมีกำหนดเวลาเร่งด่วน ทักมาให้เรายืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม