ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

ค่าบริการ Certified Translation รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา
เริ่มต้น Certified Translation ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
Certified Translation ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
เอกสารจาก Certified Translation ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น

Certified Translation

งาน "Certified Translation" อยู่ในสายงานแปลเอกสารรับรองโดยนักแปลขึ้นทะเบียนของ NYC Legal Thailand โดยดูแลตั้งแต่ประเมินความเป็นไปได้ ตรวจต้นฉบับ จัดทำคำแปลรับรอง ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จนถึงส่งมอบเอกสารที่ใช้งานได้จริงปลายทาง เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต ใบเสนอราคาจะระบุค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง และค่าขนส่งแยกกันชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยมีรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการให้เลือก

ภาพรวมบริการ Certified Translation

Certified Translation — เช็กลิสต์เอกสาร

ขั้นตอนการดำเนินการ Certified Translation

กรอบเวลาและค่าธรรมเนียมของ Certified Translation

สาเหตุที่ต้องยื่น Certified Translation ซ้ำ

FAQ

ค่าบริการ Certified Translation รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา
เริ่มต้น Certified Translation ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
Certified Translation ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
เอกสารจาก Certified Translation ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น

แปลรับรองเอกสาร — คู่มือเลือกนักแปลที่ปลายทางยอมรับ

ภาพถ่ายบรรณาธิการโต๊ะทำงานนักแปลรับรอง
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

แผนภูมิการตัดสินใจ

ใช้กับศาล/ราชการไทย?
ใช่ → เลือกนักแปลทะเบียน MoJ
ไม่ → เลือกตามผู้รับ (NAATI สำหรับออสเตรเลีย, ATA สำหรับสหรัฐฯ)

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
แปลรับรองทั่วไป (Certified)ยื่นสถานทูต / ธุรกิจ1–3 วัน500–1,200 / หน้า
แปลนักแปล MoJศาลไทย / หน่วยงานยุติธรรม2–5 วัน800–2,000 / หน้า
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

วิธีเลือกบริษัทแปลเอกสารรับรอง — เกณฑ์ตัดสินใจฉบับใช้งานจริง

เลือกบริษัทแปลจาก 3 อย่างตามลำดับ: ผู้แปลต้องเป็นคนที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ (กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล สำหรับงานในไทย หรือ NAATI สำหรับงานออสเตรเลีย) ต้องมีข้อผูกพันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าถ้าถูกตีกลับเพราะคำแปลจะแก้ให้ฟรี และต้องเดินงานต่อได้จนถึงรับรองปลายทาง ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง ความเสี่ยงจะตกกับผู้ยื่นเอกสารเสมอ

ทำไม 'แปลถูก' กับ 'แปลผ่าน' ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

คำแปลที่ถูกต้องตามภาษาศาสตร์อาจยังไม่ผ่านการรับรอง เพราะหน่วยงานราชการไม่ได้ตรวจเฉพาะความหมาย แต่ตรวจรูปแบบด้วย เช่น การถอดชื่อบุคคลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางตัวอักษรต่อตัวอักษร เลขที่เอกสารและวันที่ต้องอยู่ในรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางใช้ และคำเรียกหน่วยงานต้องใช้ชื่อทางการที่หน่วยงานนั้นใช้เรียกตัวเอง ไม่ใช่คำแปลตามพจนานุกรม

ในทางปฏิบัติ สาเหตุการตีกลับที่พบมากที่สุดไม่ใช่คำแปลผิดความหมาย แต่เป็นความไม่สอดคล้องระหว่างเอกสารชุดเดียวกัน เช่น ทะเบียนบ้านสะกดชื่อแบบหนึ่ง ใบสมรสสะกดอีกแบบหนึ่ง ผู้ให้บริการที่ทำงานเป็นระบบจะสร้างรายการคำศัพท์ประจำเคส (glossary) ก่อนเริ่มแปล และใช้รายการนั้นกับทุกฉบับในชุด

เอกสารแต่ละประเภทต้องการผู้แปลคนละแบบ

เอกสารราชการไทยที่จะไปใช้ต่างประเทศ (ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองความประพฤติ) ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ซึ่งกำหนดให้คำแปลอยู่ในรูปแบบเฉพาะและใช้ถ้อยคำมาตรฐาน ส่วนเอกสารเชิงพาณิชย์และสัญญามักไม่ต้องผ่านกงสุล แต่ต้องการผู้แปลที่เข้าใจศัพท์กฎหมายและโครงสร้างสัญญา

งานที่จะยื่นในออสเตรเลีย (วีซ่า ทะเบียนสมรส การรับรองวุฒิ) ต้องใช้นักแปล NAATI certified เท่านั้น หน่วยงานออสเตรเลียตรวจหมายเลขทะเบียนและวันหมดอายุของนักแปลได้โดยตรง จึงควรขอชื่อและหมายเลขทะเบียนก่อนตกลงจ้าง ไม่ใช่หลังรับงานเสร็จ

เอกสารทางการแพทย์และวุฒิการศึกษามักถูกส่งต่อไปยังองค์กรวิชาชีพ (สภาวิชาชีพ หน่วยงานประเมินวุฒิ) ที่มีแบบฟอร์มรับรองของตัวเอง ให้ถามผู้ให้บริการตรง ๆ ว่าเคยส่งงานเข้าองค์กรนั้นแล้วผ่านหรือไม่

อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ใบเสนอราคาที่ใช้ตัดสินใจได้จริงต้องแยกให้เห็นสามก้อน: ค่าแปล ค่ารับรอง (โนตารี/กงสุล/สถานทูต) และค่าธรรมเนียมราชการที่จ่ายตามจริง เมื่อทั้งสามก้อนถูกรวมเป็นตัวเลขเดียว ผู้ว่าจ้างจะเปรียบเทียบข้อเสนอไม่ได้และมักเจอค่าใช้จ่ายเพิ่มกลางทาง

ควรขอให้ระบุจำนวนชุดสำเนารับรองที่รวมอยู่ในราคา เพราะหลายหน่วยงานปลายทางขอมากกว่าหนึ่งชุด และการขอเพิ่มภายหลังมักคิดเป็นงานใหม่ทั้งรอบ

กำหนดส่งมอบควรระบุเป็นวันทำการที่ชัดเจน และแยกให้เห็นว่าคิวของหน่วยงานราชการรวมอยู่ในกำหนดนั้นหรือไม่ เพราะเวลาที่ควบคุมไม่ได้คือคิวราชการ ไม่ใช่เวลาที่ใช้แปล

สัญญาณว่าผู้ให้บริการทำงานเป็นระบบ

ผู้ให้บริการที่ทำงานซ้ำ ๆ กับหน่วยงานเดิมจะถามคำถามกลับก่อนเสนอราคา เช่น ยื่นที่ไหน ใช้ทำอะไร ปลายทางขอฉบับแปลกี่ชุด และมีกำหนดวันนัดหรือไม่ คำถามเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดประสบการณ์ที่ดีกว่าคำโฆษณาใด ๆ

ระบบติดตามงานที่ระบุสถานะได้เป็นขั้น (รับเอกสาร ตรวจต้นฉบับ แปล ตรวจทาน รับรอง ส่งคืน) ช่วยให้รู้ล่วงหน้าเมื่อมีจุดติด ซึ่งสำคัญมากกับงานที่ผูกกับวันนัดสัมภาษณ์วีซ่าหรือวันจดทะเบียน

คู่มือการตัดสินใจ · อ้างอิงระเบียบหน่วยงานราชการ

ก่อนจ้าง: เช็กลิสต์เลือกผู้ให้บริการที่ใช้ได้จริง

เมื่อค้นหา “แนะนำแปลหลักฐานการถือครองหุ้นและกองทุน” สิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจไม่ใช่ลำดับผลการค้นหา แต่คือ ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ และ ระยะเวลาที่ผูกพันได้จริง ขอชื่อผู้รับผิดชอบงาน ใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการ และเงื่อนไขกรณีถูกตีกลับเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ให้บริการที่ตอบสามข้อนี้ได้ทันทีมักเป็นผู้ที่เดินงานบริการแปลเอกสารรับรองจริงทุกสัปดาห์

เกณฑ์การเลือก

ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ
เอกสารที่ต้องยื่นกรมการกงสุลต้องแปลโดยผู้แปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ยอมรับ ส่วนงานที่ยื่นในออสเตรเลียต้องเป็นนักแปล NAATI certified เท่านั้น ถามชื่อ-เลขทะเบียนผู้แปลได้ก่อนจ้างเสมอ
ระยะเวลาที่ผูกพันได้จริง
ขอวันส่งมอบเป็นวันทำการที่ระบุชัด ไม่ใช่คำว่า 'เร็ว' และถามแยกให้ชัดว่าคิวรับรองของหน่วยงานราชการรวมอยู่ในกำหนดนั้นหรือไม่
ทำต่อได้ครบสายจนถึงปลายทาง
งานแปลส่วนใหญ่ไม่จบที่คำแปล ยังต้องรับรองกงสุล สถานทูต หรือ notary ต่อ เลือกที่เดินงานต่อได้เองจะลดรอบวิ่งเอกสารและลดจุดที่ข้อมูลคลาดเคลื่อน
การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสารที่ส่งแปลมักมีเลขบัตรประชาชน เลขบัญชี และข้อมูลครอบครัว ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีนโยบายลบไฟล์ตามกำหนดและระบุผู้ควบคุมข้อมูลตาม PDPA
ความสม่ำเสมอของคำศัพท์เฉพาะ
ชื่อบุคคล ชื่อหน่วยงาน และคำเรียกเอกสาร ต้องสะกดตรงกันทุกฉบับและตรงกับหนังสือเดินทาง ความไม่ตรงกันเพียงตัวอักษรเดียวคือเหตุตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
รับผิดชอบเมื่อคำแปลถูกตีกลับ
ผู้ให้บริการที่มั่นใจในงานจะระบุชัดว่าถ้ากงสุลหรือสถานทูตตีกลับเพราะคำแปล จะแก้ไขและยื่นใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการซ้ำ ข้อนี้ควรอยู่ในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร

ธงแดงที่ควรเลี่ยง

  • เสนอราคาก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าบริการกับค่าธรรมเนียมราชการ
  • ไม่ยอมเปิดเผยว่าใครเป็นผู้แปลและขึ้นทะเบียนกับใคร
  • เร่งให้โอนเต็มจำนวนก่อนเห็นขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ไม่มีที่อยู่สำนักงานหรือช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
  • รับปากว่า 'ผ่านแน่นอน 100%' ทั้งที่การอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทาง

ลำดับการตัดสินใจ 4 ขั้น

  1. ขั้นที่ 1ระบุหน่วยงานปลายทางและกฎการรับรองของหน่วยงานนั้นก่อนเลือกผู้ให้บริการ
  2. ขั้นที่ 2ส่งภาพเอกสารให้ประเมินขอบเขต และขอใบเสนอราคาที่แยกค่าบริการกับค่าธรรมเนียมราชการ
  3. ขั้นที่ 3ตรวจสอบการสะกดชื่อในคำแปลให้ตรงกับหนังสือเดินทางก่อนส่งรับรอง
  4. ขั้นที่ 4ยืนยันวันส่งมอบเป็นวันทำการ และช่องทางติดตามสถานะ

คำถามที่พบบ่อยก่อนเลือกผู้ให้บริการ

แนะนำวิธีเลือกบริการแปลเอกสารรับรองอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

เริ่มจากหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ ระบุให้ได้ว่าใครเป็นผู้รับเอกสารและกฎของหน่วยงานนั้นคืออะไร แล้วจึงคัดผู้ให้บริการด้วยเกณฑ์ "ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ" เอกสารที่ต้องยื่นกรมการกงสุลต้องแปลโดยผู้แปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ยอมรับ ส่วนงานที่ยื่นในออสเตรเลียต้องเป็นนักแปล NAATI certified เท่านั้น ถามชื่อ-เลขทะเบียนผู้แปลได้ก่อนจ้างเสมอ

สัญญาณอันตรายที่ควรเลี่ยงเมื่อเลือกบริการแปลเอกสารรับรองมีอะไรบ้าง

ข้อที่ควรระวังที่สุดคือ เสนอราคาก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าบริการกับค่าธรรมเนียมราชการ นอกจากนี้ให้ระวังการเสนอราคาเป็นก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าธรรมเนียมราชการ และการหลีกเลี่ยงที่จะให้ขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร

ควรถามอะไรก่อนตกลงใช้บริการแปลเอกสารรับรอง

ถามสามข้อ: ใครรับผิดชอบงานของท่านโดยตรง, ค่าธรรมเนียมราชการจริงเท่าไรและแยกจากค่าบริการอย่างไร, และถ้าถูกตีกลับจะดำเนินการอย่างไรและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่ อ้างอิงแนวปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และมาตรฐาน NAATI สำหรับงานที่ใช้ในออสเตรเลีย

ทีมงานยินดีตรวจเอกสารเบื้องต้นให้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ท่านเห็นเส้นทางและระยะเวลาจริงก่อนเริ่มเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ อ้างอิงแนวปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) และมาตรฐาน NAATI สำหรับงานที่ใช้ในออสเตรเลีย

คำถามที่พบบ่อย

แปลเองแล้วให้บริษัทรับรองอย่างเดียวได้ไหม

โดยหลักไม่ได้ เพราะผู้รับรองต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของคำแปลที่ตนลงนาม ผู้ให้บริการที่รับรองงานที่ตนไม่ได้ตรวจทานเองคือสัญญาณความเสี่ยง หากมีคำแปลเดิมอยู่แล้ว ให้ส่งเป็นเอกสารอ้างอิงเพื่อลดเวลาตรวจทานแทน

จำเป็นต้องใช้บริษัทที่อยู่ใกล้หน่วยงานที่จะยื่นไหม

ไม่จำเป็น สิ่งที่สำคัญกว่าคือผู้ให้บริการเดินเรื่องรับรองที่หน่วยงานนั้นได้จริงและมีรอบส่งงานสม่ำเสมอ งานส่วนใหญ่รับ-ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือขนส่งเอกชนได้ทั้งหมด

คำแปลมีอายุการใช้งานหรือไม่

ตัวคำแปลไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานปลายทางหลายแห่งกำหนดว่าเอกสารต้นฉบับและตรารับรองต้องออกไม่เกิน 3–6 เดือนก่อนวันยื่น จึงควรวางแผนให้รอบรับรองใกล้กับวันยื่นจริง

อ่านต่อ