ทำไม ปริญญาบัตร ต้องผ่าน legalization ก่อนใช้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
- เพื่อใช้ในการสมัครเรียน / ศึกษาต่อ
- เพื่อใช้ในธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ / มรดก
- เพื่อจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ
- เพื่อใช้ในการสมัครงาน / Work Permit
- เพื่อใช้ในการมอบอำนาจให้ทนาย/ตัวแทน
ขั้นตอน legalization ปริญญาบัตร สำหรับสหรัฐอเมริกา
- 1. ขอคัดต้นฉบับ ปริญญาบัตร
ขอคัดฉบับล่าสุดจากหน่วยงานที่ออกเอกสาร (เช่น อำเภอ/เขต) พร้อมตราประทับและลายเซ็นเจ้าหน้าที่
- 2. แปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง
แปล ปริญญาบัตร เป็นภาษาราชการของสหรัฐอเมริกา โดยใช้คำศัพท์กฎหมายและรูปแบบที่ MFA ยอมรับ
- 3. Notary Public รับรองคำแปล
ทนายความ Notary Public รับรองว่าคำแปลถูกต้องตรงตามต้นฉบับ — ใช้ดวงตราและเลขทะเบียนทนายความสภาทนายความ
- 4. รับรองที่กรมการกงสุล (MFA Thailand)
ยื่นต่อกรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ — Apostille ไม่ครอบคลุม ต้อง Legalisation · ระยะเวลา 3-5 วันทำการ
- 5. ยื่นต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกา
นำเอกสารที่ผ่าน MFA ไปยื่นต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงเทพ (ต้องนัดล่วงหน้า) · ค่าธรรมเนียมประมาณ ฿1,800-฿4,500
ค่าบริการรวมโดยประมาณ: คำแปล + Notary + MFA + ค่าธรรมเนียมสถานทูต — แตกต่างกันตามจำนวนหน้า (1 หน้าโดยเฉลี่ย) และความเร่งด่วน
จุดที่มักพลาดเมื่อยื่น ปริญญาบัตร ต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกา
- ลายเซ็นเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหมดอายุในระบบ MFA
- ไม่ได้นัดล่วงหน้า ทำให้สถานทูตไม่รับเรื่อง
- ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ควรเช็คก่อนวันยื่น
- ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษไม่ตรงกับ Passport เป๊ะ ทำให้ถูกตีกลับ
- ต้นฉบับเก่าเกิน 6 เดือน บางสถานทูตไม่รับ
เคล็ดลับเร่งงาน — ปริญญาบัตร → สถานทูตสหรัฐอเมริกา
- เก็บใบเสร็จและหมายเลขรับเรื่องทุกขั้นตอน
- ขอคัดสำเนาฉบับล่าสุดจากเขต/อำเภอเสมอ ไม่ใช้สำเนาเก่าเกิน 3 เดือน
- นัดสถานทูตล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการ
- เผื่อเวลาขั้นต่ำ 5-7 วันทำการสำหรับ MFA + สถานทูต
- เตรียมสำเนา passport ที่ชัดเจน เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง