รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ทนายความผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ตามข้อบังคับสภาทนายความ รับรองลายมือชื่อผู้ลงนามต่อหน้า พร้อมตราประทับและสมุดทะเบียน
- ค่าบริการ
- สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่
- ระยะเวลาโดยประมาณ
- ภายในวันเดียว – 2 วันทำการ
ต่อเอกสาร· รวมรับรองลายเซ็น/สำเนา/Affidavit/POA
สิ่งที่ท่านจะได้รับ
- เอกสารที่ลงนามพร้อมคำรับรองและตราประทับ
- สำเนาบันทึกทะเบียนคำรับรอง
- คำแนะนำขั้นตอนต่อกงสุล/สถานทูต หากต้องใช้ต่างประเทศ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงของผู้ลงนาม
- เอกสารต้นฉบับที่ยังไม่ได้ลงนาม
- หนังสือรับรองบริษัท (กรณีลงนามในนามนิติบุคคล)
แหล่งอ้างอิงราชการ: สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (Lawyers Council of Thailand) · ตรวจทานล่าสุด:
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลอยู่ที่ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบปกติ) และ 400 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมราชการ แยกจากค่าบริการของเรา
รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — ทนายรับรองเอกสาร (Notarial Services Attorney)
ในประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบคอมมอนลอว์ แต่ใช้ 'ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร' (Notarial Services Attorney) ที่ผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความฯ ซึ่งเป็นผู้รับรองที่หน่วยงานต่างประเทศส่วนใหญ่ยอมรับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนตัวจริงของผู้ลงนาม (ต้องแสดงต่อหน้าทนาย)
- เอกสารต้นฉบับที่ต้องการรับรอง ครบทุกหน้า
- สำเนาเอกสารที่จะให้รับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้าต้องการรับรองสำเนา)
- หนังสือมอบอำนาจ/แบบฟอร์มปลายทาง หากหน่วยงานปลายทางกำหนดแบบฟอร์มเฉพาะ
- หนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือน และบัตรประชาชนกรรมการ (กรณีนิติบุคคล)
- คำแปลภาษาอังกฤษ หากเอกสารต้นฉบับเป็นภาษาไทยและปลายทางต้องการฉบับอังกฤษ
ขั้นตอนและวิธีการ
- 1. ตรวจเอกสารและระบุประเภทคำรับรองภายในวันเดียว
ระบุว่าต้องการรับรองลายมือชื่อ รับรองสำเนาถูกต้อง คำสาบาน หรือรับรองคำแปล เพราะถ้อยคำในใบรับรองต่างกันตามประเภท
- 2. นัดหมายและแสดงตนต่อทนาย15–30 นาที
ผู้ลงนามต้องลงนามต่อหน้าทนายพร้อมแสดงเอกสารแสดงตนตัวจริง กรณีนิติบุคคลต้องมีผู้มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรอง
- 3. ทนายลงนาม ประทับตรา และบันทึกสมุดทะเบียนภายในวันเดียว
ทนายออกใบรับรอง (Certificate) แนบกับเอกสาร พร้อมลงเลขทะเบียนในสมุดบันทึกตามระเบียบสภาทนายความฯ
- 4. ตรวจทานก่อนนำไปใช้1 วันทำการ
ตรวจชื่อ วันที่ จำนวนหน้า และการเย็บชุดเอกสารให้ตรงกับที่ปลายทางกำหนด
- 5. ต่อยอดรับรองกงสุล/สถานทูต (ถ้าจำเป็น)3–10 วันทำการ
หากปลายทางต้องการเอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลหรือสถานทูต ให้ส่งต่อทันทีเพื่อไม่ให้เอกสารเก่าเกินกำหนด
คำแนะนำจากทีมงาน
- ถามปลายทางว่ายอมรับ 'Notarial Services Attorney' ของไทยโดยตรง หรือขอให้ผ่านกรมการกงสุลด้วย
- ถ้าเอกสารมีหลายฉบับให้รับรองในคราวเดียว จะได้เลขทะเบียนต่อเนื่องและตรวจสอบย้อนหลังง่าย
- สแกนเอกสารทุกใบเป็น PDF สี 300 dpi ก่อนส่งต้นฉบับออกจากมือ เผื่อกรณีต้องยื่นซ้ำหรือถูกขอสำเนาเพิ่ม
- ถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการ 'ต้นฉบับ' หรือ 'สำเนารับรอง' เพราะสองอย่างนี้เดินคนละเส้นทาง
- รวบรวมเอกสารทั้งชุดให้ครบก่อนยื่นรอบเดียว ประหยัดกว่าการทยอยยื่นทีละใบ
ข้อควรระวัง
- ทนายจะไม่รับรองเอกสารที่ผู้ลงนามไม่ได้มาลงนามต่อหน้า
- การรับรองไม่ได้ยืนยันความถูกต้องของเนื้อหา แต่ยืนยันลายมือชื่อ/ความถูกต้องของสำเนาตามที่ระบุ
- ระยะเวลาที่ระบุเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและช่วงวันหยุดราชการ
- หากเอกสารมีหลายหน้า ต้องรับรองครบทุกหน้าตามที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก
- เอกสารที่ถ่ายสำเนาจากสำเนา มักถูกปฏิเสธ ให้ใช้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง
ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้
| หัวข้อ | ทำเอง | ให้เราดูแล |
|---|---|---|
| ตรวจเงื่อนไขปลายทาง | ต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบ | ทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว |
| เดินเรื่องหลายหน่วยงาน | ลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกัน | เรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว |
| คำแปลและคำรับรอง | หาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปล | แปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน |
| ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำ | ผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย | ตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ |
| การติดตามงาน | ต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะ | แจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร |
ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ
ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน
ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย
ความผิดพลาดในงานงานรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร
| ข้อผิดพลาด | สาเหตุ | เวลาที่เสียไป | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|---|
| จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภท | บริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่ | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้น | ยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ |
| สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทาง | หน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคน | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุด | ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ |
| ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจ | หน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลย | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบ | ทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ |
| เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุล | แต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสาย | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไป | ยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น |
| วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูต | สถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิด | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาว | ตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง |
ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง
ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด
- 1. ตรวจเอกสารและยืนยันรูปแบบคำรับรองภายในวันเดียวกัน
ตรวจว่าเอกสารต้องรับรองลายมือชื่อ รับรองสำเนาถูกต้อง หรือรับรองข้อเท็จจริง เพราะทั้งสามแบบใช้ถ้อยคำคนละแบบ
- 2. นัดลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้รับรอง1–2 วันทำการ
ผู้ลงนามต้องแสดงตัวพร้อมบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตฉบับจริง ณ เวลาที่ลงนาม
- 3. จัดทำคำรับรองและประทับตราภายในวันเดียวกัน
ออกคำรับรองพร้อมเลขทะเบียนและลงบันทึกไว้ตามระเบียบสภาทนายความ
- 4. เดินสายรับรองต่อ (ถ้าปลายทางกำหนด)3–10 วันทำการเดินคู่ขนานได้
กรณีต้องใช้ต่างประเทศ อาจต้องผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตตามลำดับ
หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ
โนตารีในไทย เทียบกับ Notary Public ในต่างประเทศ
ประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบสากล งานลักษณะเดียวกันดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ไทย: ทนายผู้ทำคำรับรอง | ต่างประเทศ: Notary Public |
|---|---|---|
| ผู้มีอำนาจ | ทนายความที่ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองจากสภาทนายความฯ | Notary Public ที่รัฐหรือศาลแต่งตั้ง |
| ขอบเขตงาน | รับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบาน และคำแปลตามที่กฎหมายกำหนด | แตกต่างตามกฎหมายของแต่ละรัฐ/ประเทศ |
| ขั้นถัดไปที่มักต้องทำ | ยื่นกรมการกงสุลเพื่อรับรองต่อ แล้วจึง Apostille หรือสถานทูต | มักตามด้วยหน่วยงานกลางของประเทศนั้น |
| ต้องมาด้วยตนเองไหม | ต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายผู้รับรอง | โดยทั่วไปต้องแสดงตนเช่นกัน |
อย่าอ้างบนเอกสารว่าเป็น Notary Public หากปลายทางต้องการคำเรียกตามระบบของเขา ให้ระบุตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด
เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต
ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เส้นทาง Apostille | เส้นทางรับรองสถานทูต |
|---|---|---|
| ใช้เมื่อใด | ประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille | ประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille |
| หน่วยงานสุดท้าย | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | สถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย |
| จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไป | น้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลาง | มากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต |
| กรอบเวลาโดยประมาณ | สั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน | ยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น |
| สิ่งที่มักทำให้ตีกลับ | คำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ | ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ |
ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย
ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา
| หัวข้อ | ยื่นเอง | ให้ NYC ดูแล |
|---|---|---|
| ตรวจเงื่อนไขปลายทาง | ต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ | ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ |
| การเดินทาง | เดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียว | รับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน |
| ความเสี่ยงถูกตีกลับ | พลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย | ตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง |
| การติดตามสถานะ | ต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเอง | แจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ |
| บทบาทที่ปรึกษา | ไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือ | ให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว |
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว
ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร
ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่
ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล
เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด
ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน
จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข
หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง
อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่
กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์
- เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
- ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
- ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
- เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการวางแผนเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด ๆ
