ยื่นรับรองเอกสารกรมการกงสุล (MFA)
บริการเดินเอกสารยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ค่าธรรมเนียมราชการคิดตามอัตราต่อตราของกรมการกงสุลและแยกจากค่าบริการ ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และจะมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 — ก่อนวันนั้นยังต้องใช้ MFA + สถานทูตปลายทาง
- ค่าบริการ
- สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่
- ระยะเวลาโดยประมาณ
- 2–5 วันทำการ (ปกติ) · 1–2 วันทำการ (ด่วน)
ต่อท่าน· บริการยื่น+เดินเอกสาร MFA
สิ่งที่ท่านจะได้รับ
- เอกสารพร้อมตรานิติกรณ์กรมการกงสุล
- ใบเสร็จค่าธรรมเนียมราชการ
- จัดส่งกลับหรือส่งต่อสถานทูต
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ต้นฉบับหรือสำเนารับรองตามที่กรมการกงสุลกำหนด
- คำแปลที่ผ่านการตรวจ
- หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชน
แหล่งอ้างอิงราชการ: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Consular Affairs, MFA Thailand) · ตรวจทานล่าสุด:
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลอยู่ที่ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบปกติ) และ 400 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมราชการ แยกจากค่าบริการของเรา
รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — รับรองกงสุล / สถานทูต (Legalisation)
สำหรับประเทศที่ยังไม่รับ Apostille เอกสารไทยต้องผ่าน 'สายโซ่การรับรอง' คือ หน่วยงานต้นทาง → คำแปลรับรอง → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง ตามลำดับ ข้ามขั้นไม่ได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศปลายทาง
เอกสารที่ต้องเตรียม
- เอกสารต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย (หรือฉบับคัดรับรองใหม่)
- คำแปลภาษาอังกฤษพร้อมคำรับรองผู้แปล
- สำเนาหนังสือเดินทาง/บัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้รับมอบ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
- แบบฟอร์มคำร้องของกรมการกงสุล และแบบฟอร์มเพิ่มเติมของสถานทูตปลายทาง (ถ้ามี)
ขั้นตอนและวิธีการ
- 1. ตรวจสอบเงื่อนไขปลายทาง1 วันทำการ
ยืนยันว่าประเทศปลายทางต้องการ Apostille หรือ Legalisation และต้องการภาษาใด
- 2. คัดเอกสารต้นฉบับให้ใหม่1–3 วันทำการ
หน่วยงานหลายแห่งกำหนดอายุเอกสาร ให้คัดสำเนาใหม่จากสำนักทะเบียนหรือหน่วยงานผู้ออก
- 3. แปลและรับรองคำแปล1–3 วันทำการ
จัดทำคำแปลภาษาอังกฤษพร้อมคำรับรอง เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ของกรมการกงสุล
- 4. ยื่นกรมการกงสุล1–3 วันทำการ
ยื่นคำร้องพร้อมต้นฉบับและคำแปล มีทั้งบริการปกติและด่วนตามระเบียบของกรม
- 5. ยื่นสถานทูตปลายทาง3–15 วันทำการ
นำเอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลแล้วไปยื่นสถานทูต ซึ่งแต่ละแห่งมีคิว แบบฟอร์ม และวันรับเอกสารต่างกัน
คำแนะนำจากทีมงาน
- จองคิวหรือเช็กวันเปิดรับของสถานทูตล่วงหน้า หลายแห่งรับเฉพาะบางวันในสัปดาห์
- เผื่อเวลาช่วงวันหยุดของทั้งไทยและประเทศปลายทาง ซึ่งปิดทำการไม่ตรงกัน
- สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัว
- สแกนเอกสารทุกใบเป็น PDF สี 300 dpi ก่อนส่งต้นฉบับออกจากมือ เผื่อกรณีต้องยื่นซ้ำหรือถูกขอสำเนาเพิ่ม
- ถ่ายรูปหน้าเอกสารที่มีตราประทับทุกครั้งหลังผ่านแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องติดตามงาน
ข้อควรระวัง
- ข้ามขั้นตอนกรมการกงสุลแล้วไปสถานทูตโดยตรง มักถูกปฏิเสธทันที
- ลำดับการรับรองผิดขั้น ต้องเริ่มกระบวนการใหม่และเสียเวลาซ้ำ
- หากเอกสารมีหลายหน้า ต้องรับรองครบทุกหน้าตามที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก
- อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น
- ระยะเวลาที่ระบุเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและช่วงวันหยุดราชการ
ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้
| หัวข้อ | ทำเอง | ให้เราดูแล |
|---|---|---|
| ตรวจเงื่อนไขปลายทาง | ต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบ | ทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว |
| เดินเรื่องหลายหน่วยงาน | ลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกัน | เรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว |
| คำแปลและคำรับรอง | หาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปล | แปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน |
| ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำ | ผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย | ตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ |
| การติดตามงาน | ต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะ | แจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร |
ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ
ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน
ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย
ความผิดพลาดในงานงานรับรองเอกสารกรมการกงสุลและสถานทูตแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร
| ข้อผิดพลาด | สาเหตุ | เวลาที่เสียไป | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|---|
| ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่ | หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัด | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ | ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว |
| วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูต | สถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิด | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาว | ตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง |
| จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภท | บริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่ | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้น | ยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ |
| ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจ | หน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลย | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบ | ทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ |
| แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้ว | การรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์ | เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมด | ถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก |
ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง
ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด
- 1. ตรวจสายรับรองกับหน่วยงานปลายทาง1 วันทำการ
ยืนยันว่าต้องจบที่กรมการกงสุล หรือต้องต่อสถานทูตของประเทศปลายทางด้วย
- 2. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปล2–4 วันทำการเดินคู่ขนานได้
คัดเอกสารฉบับใหม่หากเกินอายุที่กำหนด และจัดทำคำแปลให้ตรงรูปแบบที่รับได้
- 3. ยื่นกรมการกงสุล2–5 วันทำการ
ระยะเวลาขึ้นกับประเภทบริการที่เลือกและปริมาณคิวของหน่วยงานในช่วงนั้น
- 4. ยื่นสถานทูตประเทศปลายทาง3–15 วันทำการ
แต่ละสถานทูตกำหนดเอกสาร วันรับเรื่อง และรอบรับคืนต่างกัน จึงต้องเผื่อเวลามากที่สุดในขั้นนี้
หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ
แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง
คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด
| หัวข้อเปรียบเทียบ | แปล + รับรองกงสุล (ไทย) | NAATI / sworn translator ต่างประเทศ |
|---|---|---|
| ผู้รับรอง | กรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปล | นักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง |
| ใช้กับใคร | หน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทย | หน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย |
| รูปแบบผลลัพธ์ | ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับ | คำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล |
| ต่อยอด Apostille ได้ไหม | ได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคี | ขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ |
| สิ่งที่ต้องตรวจก่อน | ปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่ | หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่ |
หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้
เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต
ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เส้นทาง Apostille | เส้นทางรับรองสถานทูต |
|---|---|---|
| ใช้เมื่อใด | ประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille | ประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille |
| หน่วยงานสุดท้าย | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | สถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย |
| จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไป | น้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลาง | มากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต |
| กรอบเวลาโดยประมาณ | สั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน | ยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น |
| สิ่งที่มักทำให้ตีกลับ | คำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ | ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ |
ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย
ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา
| หัวข้อ | ยื่นเอง | ให้ NYC ดูแล |
|---|---|---|
| ตรวจเงื่อนไขปลายทาง | ต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ | ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ |
| การเดินทาง | เดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียว | รับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน |
| ความเสี่ยงถูกตีกลับ | พลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย | ตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง |
| การติดตามสถานะ | ต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเอง | แจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ |
| บทบาทที่ปรึกษา | ไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือ | ให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว |
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว
ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร
ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่
ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล
เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด
ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน
จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข
หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง
อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่
กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์
- ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
- ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม
- เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
- ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการวางแผนเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด ๆ