ชุดเอกสารประกอบการยื่นวีซ่า

จัดเตรียมและแปลรับรองเอกสารประกอบคำขอวีซ่า เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส สเตตเมนต์ธนาคาร หนังสือรับรองการทำงาน — เราไม่รับประกันผลการพิจารณาวีซ่า ซึ่งเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทาง

ค่าบริการ
สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่

ต่อหน้า· ภาษาอื่นๆ· ยังไม่รวมค่ารับรอง

083-249-4999· LINE @NYCLI· nyclegal@ilc.ltd

ระยะเวลาโดยประมาณ
2–7 วันทำการ

สิ่งที่ท่านจะได้รับ

  • ชุดคำแปลรับรองครบตามรายการ
  • เช็กลิสต์เอกสารตามประเภทวีซ่า
  • คำแนะนำลำดับการรับรอง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สแกนเอกสารต้นฉบับ
  • ประเภทวีซ่าและประเทศปลายทาง
  • สะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง

แหล่งอ้างอิงราชการ: สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง / Thai e-Visa (Immigration Bureau) · ตรวจทานล่าสุด:

ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลอยู่ที่ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบปกติ) และ 400 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมราชการ แยกจากค่าบริการของเรา

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — เอกสารประกอบวีซ่าและถิ่นที่อยู่

ชุดเอกสารวีซ่าประกอบด้วยเอกสารตัวบุคคล การเงิน ความสัมพันธ์ และวัตถุประสงค์การเดินทาง เอกสารไทยเกือบทั้งหมดต้องมีคำแปลรับรองและมักต้องผ่าน Apostille หรือรับรองกงสุลก่อนยื่น

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทาง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอตามเงื่อนไขปลายทาง
  • เอกสารทะเบียนราษฎร์ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส พร้อมคำแปลรับรอง
  • หลักฐานการเงินย้อนหลังตามจำนวนเดือนที่ปลายทางกำหนด
  • หนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองบริษัท
  • หลักฐานที่พักและแผนการเดินทาง
  • หนังสือรับรองความประพฤติและเอกสารทางการแพทย์ ตามประเภทวีซ่า

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. อ่านเช็กลิสต์ของสถานทูตฉบับล่าสุด1 วันทำการ

    ยึดตามเช็กลิสต์ทางการของประเภทวีซ่านั้นโดยตรง เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนได้ตลอดปี

  2. 2. คัดเอกสารราชการฉบับใหม่1–5 วันทำการ

    ขอฉบับคัดรับรองใหม่จากสำนักทะเบียนเพื่อให้อยู่ในกรอบอายุที่ปลายทางรับ

  3. 3. แปลและรับรองคำแปล1–3 วันทำการ

    แปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนดพร้อมคำรับรองผู้แปล

  4. 4. Apostille หรือรับรองกงสุล3–15 วันทำการ

    เลือกเส้นทางตามสถานะภาคีของประเทศปลายทาง แล้วดำเนินการตามลำดับ

  5. 5. จัดชุดและยื่นตามลำดับเช็กลิสต์1 วันทำการ

    เรียงเอกสารตามลำดับในเช็กลิสต์ ใส่สารบัญ และเก็บสำเนาทั้งชุดไว้อ้างอิง

คำแนะนำจากทีมงาน

  • ทำสารบัญและใส่แท็บแบ่งหมวด ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้เร็วและลดการขอเอกสารเพิ่ม
  • เก็บไฟล์สแกนทั้งชุดไว้ เพราะบางระบบให้อัปโหลดซ้ำในขั้นตอนออนไลน์
  • ถ่ายรูปหน้าเอกสารที่มีตราประทับทุกครั้งหลังผ่านแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องติดตามงาน
  • รวบรวมเอกสารทั้งชุดให้ครบก่อนยื่นรอบเดียว ประหยัดกว่าการทยอยยื่นทีละใบ
  • ถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการ 'ต้นฉบับ' หรือ 'สำเนารับรอง' เพราะสองอย่างนี้เดินคนละเส้นทาง

ข้อควรระวัง

  • เราไม่รับประกันผลการพิจารณาวีซ่า ซึ่งเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทางเท่านั้น
  • เอกสารที่ไม่ครบตามเช็กลิสต์ มักถูกคืนเรื่องโดยไม่พิจารณาเนื้อหา
  • หากเอกสารมีหลายหน้า ต้องรับรองครบทุกหน้าตามที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก
  • เอกสารที่ถ่ายสำเนาจากสำเนา มักถูกปฏิเสธ ให้ใช้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง
  • ระยะเวลาที่ระบุเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและช่วงวันหยุดราชการ

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารประกอบการยื่นวีซ่าและใบอนุญาตแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. อ่านเช็กลิสต์ของหน่วยงานที่จะยื่นจริง1 วันทำการ

    เช็กลิสต์ต่างกันตามประเภทคำขอและสำนักงานที่รับเรื่อง จึงต้องยึดฉบับที่ใช้กับเคสของคุณ

  2. 2. รวบรวมเอกสารและจัดทำคำแปล3–7 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    งานคัดเอกสารราชการกับงานแปลเดินคู่ขนานกันได้ ช่วยลดเวลารวมได้มากที่สุด

  3. 3. รับรองเอกสารตามที่กำหนด3–12 วันทำการ

    เฉพาะรายการที่หน่วยงานระบุว่าต้องผ่านการรับรอง ไม่จำเป็นต้องรับรองทั้งชุด

  4. 4. ยื่นคำขอและติดตามผลตามรอบนัดของหน่วยงาน

    ระยะพิจารณาเป็นดุลพินิจของหน่วยงาน ผู้ให้บริการเอกสารไม่สามารถกำหนดผลได้

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการวางแผนเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด ๆ

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มต้น Visa ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
เอกสารจาก Visa ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
Visa ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน

Visa

งาน "Visa" อยู่ในสายงานบริการขอวีซ่าและเตรียมเอกสารของ NYC Legal Thailand โดยดูแลตั้งแต่ประเมินความเป็นไปได้ ตรวจต้นฉบับ จัดทำคำแปลรับรอง ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จนถึงส่งมอบเอกสารที่ใช้งานได้จริงปลายทาง เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทุกเคสมีผู้ดูแลหลักหนึ่งคน โดยมีทนายความ Notarial Services Attorney (ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความแห่งประเทศไทย) เป็นผู้ตรวจรับรองขั้นสุดท้ายก่อนส่งมอบ ค่าบริการแจ้งเป็นรายการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ทั้งค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าส่ง EMS ในประเทศ และค่าส่งระหว่างประเทศ (DHL/FedEx) เลือกได้ระหว่างรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

ภาพรวมบริการ Visa

  • งาน "Visa" อยู่ในสายงานบริการขอวีซ่าและเตรียมเอกสารของ NYC Legal Thailand โดยดูแลตั้งแต่ประเมินความเป็นไปได้ ตรวจต้นฉบับ จัดทำคำแปลรับรอง ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จนถึงส่งมอบเอกสารที่ใช้งานได้จริงปลายทาง
  • เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทุกเคสมีผู้ดูแลหลักหนึ่งคน โดยมีทนายความ Notarial Services Attorney (ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความแห่งประเทศไทย) เป็นผู้ตรวจรับรองขั้นสุดท้ายก่อนส่งมอบ
  • ค่าบริการแจ้งเป็นรายการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ทั้งค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าส่ง EMS ในประเทศ และค่าส่งระหว่างประเทศ (DHL/FedEx) เลือกได้ระหว่างรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

Visa — เช็กลิสต์เอกสาร

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน Visa (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

เดินเรื่อง Visa อย่างไร

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ Visa ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

ระยะเวลาและโครงสร้างค่าบริการ Visa

  • บริการมาตรฐานสำหรับ Visa: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

สาเหตุที่ต้องยื่น Visa ซ้ำ

  • ข้อมูลวันเดือนปีในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน — ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกก่อน ไม่สามารถแก้ในขั้นตอนแปลได้
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — ส่งผลให้สถานทูตปฏิเสธ ต้องแก้ไขที่อำเภอ/เขต ก่อนนำมาแปล
  • ยื่นสำเนาแทนต้นฉบับโดยไม่ได้รับรองสำเนา — หน่วยงานผู้รับจะไม่รับพิจารณาและต้องเริ่มคิวใหม่
  • เอกสารต้นฉบับหมดอายุ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง

FAQ

เริ่มต้น Visa ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
เอกสารจาก Visa ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
Visa ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน

วีซ่าประเทศไทย — เลือกประเภทให้ตรงจุดประสงค์

ภาพถ่ายบรรณาธิการวีซ่าไทยในหนังสือเดินทาง
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และที่แก้ไข [แหล่งข้อมูล]

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

  • Overstay แม้ 1 วัน — เข้าไทยยากขึ้น 1–10 ปี

แผนภูมิการตัดสินใจ

จะทำงาน / มีรายได้ในไทย?
ใช่ → Non-B + Work Permit
ไม่ → Tourist / SMART / LTR / Retirement ตามคุณสมบัติ

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
Non-B (ธุรกิจ/ทำงาน)จ้างงาน3–7 วันทำการ2,000 (single) / 5,000 (multi)
LTR Visaผู้มีความสามารถสูง / เกษียณ20–30 วัน50,000 (10 ปี)

ขั้นตอนงานวีซ่าและเอกสารที่ต้องเตรียม

งานวีซ่าเริ่มจากเลือกประเภทให้ตรงวัตถุประสงค์ จัดชุดเอกสารตามเช็กลิสต์ของสถานทูต แล้วจองคิวยื่นตามระบบของแต่ละประเทศ

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1เลือกประเภทวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์ประเมินวัตถุประสงค์ ระยะเวลา และประวัติการเดินทาง เพื่อเลือกประเภทที่มีโอกาสผ่านสูงสุด
  2. 2ตรวจคุณสมบัติและช่องว่างเอกสารตรวจการเงิน การงาน ความผูกพันกับประเทศ และจุดอ่อนที่ควรอธิบายด้วยจดหมายชี้แจง
  3. 3จัดชุดเอกสารและคำแปลจัดเรียงตามลำดับเช็กลิสต์ พร้อมคำแปลรับรองสำหรับเอกสารภาษาไทย
  4. 4จองคิวและยื่นจองคิวศูนย์รับคำร้องหรือสถานทูต ยื่นเอกสาร เก็บข้อมูลชีวมาตร และติดตามสถานะ
  5. 5ติดตามผลและเตรียมสัมภาษณ์เตรียมคำตอบสำหรับสัมภาษณ์และเอกสารเพิ่มเติมกรณีถูกร้องขอ

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • หนังสือเดินทางอายุเหลือเพียงพอและหน้าว่าง
  • รูปถ่ายตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ
  • หลักฐานการเงินย้อนหลังและหนังสือรับรองการทำงาน/การศึกษา
  • แผนการเดินทาง ที่พัก และเอกสารผู้เชิญ (ถ้ามี)
  • คำแปลรับรองของเอกสารภาษาไทย

ข้อควรระวัง

  • เอกสารการเงินที่มีเงินเข้าก้อนใหญ่กะทันหันมักถูกตั้งคำถาม
  • ข้อมูลในแบบฟอร์มต้องตรงกับเอกสารแนบทุกจุด
  • ควรยื่นล่วงหน้าตามระยะเวลาที่แต่ละสถานทูตแนะนำ

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่อง กรอกแบบฟอร์ม หรือเสี่ยงถูกตีกลับเอง? ทีมงานของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราให้คำปรึกษาเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาได้เลย เราจะยืนยันรายการเอกสารที่ต้องใช้ตามเคสของคุณให้ชัดเจน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม