ทรานสคริปต์ / ใบระเบียนแสดงผลการเรียน (มหาวิทยาลัย) → 🇨🇳 จีน

ตรวจผู้รับ → ตรวจต้นฉบับและคำแปล → ยืนยันหน่วยงานรับรองเฉพาะเคส

ภาพประกอบการตรวจเอกสารก่อนรับรอง
ภาพประกอบ ไม่ใช่ผลงานลูกค้าหรือการรับรองจากหน่วยงาน

ทรานสคริปต์ / ใบระเบียนแสดงผลการเรียน (มหาวิทยาลัย)สำหรับใช้ที่จีน: ก่อนนำทรานสคริปต์ / ใบระเบียนแสดงผลการเรียน (มหาวิทยาลัย)ไปใช้ต่างประเทศ ให้ระบุผู้รับและวัตถุประสงค์ แล้วขอรายการเอกสารล่าสุดจากผู้รับ การแปล การคัดรับรองสำเนา และการรับรองลายมือชื่อเป็นคนละงาน ไม่ควรสั่งทุกขั้นตอนเพียงเพราะจะใช้เอกสารนอกไทย

ระบุว่าจะยื่นด้านวีซ่า ทะเบียนครอบครัว หรือธุรกิจ เพราะผู้รับและคำแปลต่างกัน ตรวจเงื่อนไขเอกสารไทยก่อนข้ามขั้นรับรอง

ผู้รับอ้างอิงที่ต้องตรวจให้ตรงเรื่อง: PSB Exit-Entry / SAMR / Civil Affairs Bureau ขอรายการสำหรับทรานสคริปต์ / ใบระเบียนแสดงผลการเรียน (มหาวิทยาลัย)โดยเฉพาะ ไม่ใช้รายการสำหรับเอกสารชนิดอื่นแทน

หน่วยงานผู้ออกที่เกี่ยวข้อง: มหาวิทยาลัย / สำนักทะเบียนของสถาบัน ตรวจชื่อ เลขเอกสาร วันที่ และความครบถ้วนของหน้า หากต้องใช้ฉบับคัดรับรองใหม่ ให้สอบถามหน่วยงานที่เก็บทะเบียนว่าขอได้อย่างไรและใครมีสิทธิขอ

วัตถุประสงค์ที่ควรนำไปถามผู้รับ: สมัครเรียนต่อป.โท-เอกต่างประเทศ • Skills Assessment (VETASSESS, Engineers Australia, CPA) • สมัครงานต่างประเทศ • Credential Evaluation รายการนี้ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าเอกสารฉบับเดียวเพียงพอหรือผู้รับจะยอมรับโดยไม่ตรวจเพิ่ม

ผู้รับต้องการต้นฉบับ สำเนาคัดรับรอง หรือสำเนาที่ผู้ประกอบวิชาชีพรับรอง? กำหนดอายุเอกสาร ภาษา และผู้แปลอย่างไร? ต้องส่งจากหน่วยงานผู้ออกโดยตรงหรือไม่? ให้แนบคำสั่งหรือรายการของผู้รับมากับคำขอประเมิน

ส่งภาพเอกสารที่อ่านได้ครบทุกหน้าเพื่อประเมินเบื้องต้น โดยปิดเลขประจำตัวหรือข้อมูลที่ไม่จำเป็นได้ อย่าส่งพาสปอร์ตต้นฉบับทางไปรษณีย์จนกว่าจะได้รับคำยืนยันว่าจำเป็นและตกลงวิธีเก็บรักษา

คณะรัฐมนตรีอนุมัติการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 9 ธันวาคม 2568 และไทยได้ยื่นภาคยานุวัติสารต่อกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ในฐานะผู้เก็บรักษาเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 ตามข้อ 12 ของอนุสัญญา การเข้าเป็นภาคีมีผลในวันที่ 60 หลังพ้นกำหนดคัดค้าน 6 เดือน คือวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันมีผลยังใช้ Apostille จากไทยแทนการรับรองไม่ได้ ให้ผู้รับยืนยันว่าต้องใช้คำแปล การรับรองกรมการกงสุล หรือการรับรองสถานทูตหรือไม่ ไม่ใช่เอกสารทุกฉบับต้องผ่าน Notary หรือสถานทูต และหลังวันมีผลยังต้องตรวจขอบเขตอนุสัญญาและการใช้ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

การรับรองตราหรือลายมือชื่อไม่ใช่การรับประกันเนื้อหา ความเทียบเท่าคุณวุฒิ หรือผลอนุมัติคำร้อง ผู้รับอาจยังขอคำแปลหรือหลักฐานประกอบอื่นแม้เอกสารผ่านการรับรองแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่แยกค่าบริการ ค่าแปล ค่าธรรมเนียมหน่วยงาน และค่าจัดส่งในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรหลังตรวจงาน ไม่ใช้อัตราเหมาหรือจำนวนวันเดียวกับเอกสารทุกประเภท

ถ้าต้องดำเนินการแทน ให้ตรวจว่า มหาวิทยาลัย / สำนักทะเบียนของสถาบัน และหน่วยงานที่รับเรื่องอนุญาตหรือไม่ รวมถึงรูปแบบหนังสือมอบอำนาจ การยืนยันตัวตน และกรณีที่เจ้าของเอกสารต้องไปเอง

นัดหมายสำนักงานจริงได้ที่กรุงเทพฯ ซอยลาดพร้าว 95 หรือขอนแก่น ถนนหน้าเมือง การรับส่งพื้นที่อื่นต้องตกลงก่อน ไม่ใช่สำนักงาน BTS อโศกหรือสาขาประจำทุกจังหวัด

Step-by-step · How it works

ขั้นตอนการดำเนินงาน — ทรานสคริปต์ / ใบระเบียนแสดงผลการเรียน (มหาวิทยาลัย) → 🇨🇳 จีน

  1. ยืนยันผู้รับ

    ส่งประเทศ เมือง หน่วยงานผู้รับ และคำสั่งเอกสารล่าสุด

  2. ตรวจฉบับเอกสาร

    ตรวจทรานสคริปต์ / ใบระเบียนแสดงผลการเรียน (มหาวิทยาลัย)และสอบถามมหาวิทยาลัย / สำนักทะเบียนของสถาบันหากต้องคัดรับรองใหม่

  3. ยืนยันคำแปล

    ตรวจภาษา ผู้แปล และรูปแบบคำรับรองที่ผู้รับกำหนดก่อนเริ่มแปล

  4. ตรวจงานนิติกรณ์

    ยืนยันว่าต้องรับรองกรมการกงสุลหรือสถานทูตหรือไม่จากแหล่งทางการ ไม่ใช้ Apostille ไทยก่อนวันมีผล

  5. ตกลงงานและส่งคืน

    ยืนยันใบเสนอราคา แผนเวลา การมอบอำนาจ และการรับส่งเป็นลายลักษณ์อักษร

คำถามที่พบบ่อย

รับรองแล้วใช้ที่จีนได้ทันทีหรือไม่?

ไม่รับประกัน ให้ PSB Exit-Entry / SAMR / Civil Affairs Bureau ยืนยันชนิดเอกสาร คำแปล และการรับรองที่ต้องการ การเป็นภาคีของประเทศปลายทางไม่ใช่หลักฐานว่าไทยออก Apostille ได้แล้ว

ทรานสคริปต์ / ใบระเบียนแสดงผลการเรียน (มหาวิทยาลัย)ต้องผ่าน Notary ก่อนหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกกรณี เอกสารราชการอาจใช้การคัดรับรองจากผู้ออกหรือการรับรองหน่วยงานตามข้อกำหนดผู้รับ ตรวจชนิดเอกสารและคำรับรองก่อนเพิ่มขั้น Notary

ต้องขอเอกสารใหม่ภายในกี่เดือน?

ไม่มีอายุเดียวที่ใช้กับทุกเรื่อง ให้ผู้รับแจ้งเกณฑ์วันที่ออกเอกสารและถามผู้ออกว่าต้องคัดฉบับใหม่หรือไม่

เอกสารไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง?

คณะรัฐมนตรีอนุมัติการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 9 ธันวาคม 2568 และไทยได้ยื่นภาคยานุวัติสารต่อกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ในฐานะผู้เก็บรักษาเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 ตามข้อ 12 ของอนุสัญญา การเข้าเป็นภาคีมีผลในวันที่ 60 หลังพ้นกำหนดคัดค้าน 6 เดือน คือวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันมีผลยังใช้ Apostille จากไทยแทนการรับรองไม่ได้ ให้ผู้รับยืนยันว่าต้องใช้คำแปล การรับรองกรมการกงสุล หรือการรับรองสถานทูตหรือไม่ ไม่ใช่เอกสารทุกฉบับต้องผ่าน Notary หรือสถานทูต และหลังวันมีผลยังต้องตรวจขอบเขตอนุสัญญาและการใช้ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

รู้ราคาและวันส่งคืนเมื่อไร?

หลังตรวจเอกสาร ภาษา จำนวนชุด คิวหน่วยงาน และการจัดส่ง เจ้าหน้าที่จะแจ้งใบเสนอราคาและแผนเวลา ไม่รับประกันผลอนุมัติของผู้รับ

ให้ผู้อื่นยื่นแทนได้ไหม?

ต้องตรวจสิทธิและแบบมอบอำนาจของแต่ละหน่วยงาน บางขั้นตอนอาจต้องเจ้าของเอกสารไปเอง

บริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงทางการ

แหล่งเหล่านี้อ้างอิงสถานะอนุสัญญาและหน่วยงานไทย ไม่ใช่รายการเอกสารของผู้รับทุกแห่ง ต้องขอคำสั่งล่าสุดจากสำนักงานผู้รับเพิ่มเติม

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

เอกสารจาก Legalization ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
Legalization ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
ค่าบริการ Legalization รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา

Legalization

บริการ "Legalization" ของเราออกแบบมาให้จบในรอบเดียว โดยรวมการตรวจต้นฉบับ การแปลรับรอง การรับรองตามลำดับขั้น และการส่งมอบไว้ในกระบวนการเดียวภายใต้สายงานบริการเอกสารระหว่างประเทศ เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต เราแยกให้ชัดว่าส่วนใดคือค่าบริการของเรา และส่วนใดคือค่าธรรมเนียมที่ราชการเรียกเก็บ พร้อมค่าจัดส่งตามจริง ลูกค้าเลือกรอบทำงานได้สองแบบคือมาตรฐาน 5-7 วันทำการ หรือเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

ภาพรวมบริการ Legalization

  • บริการ "Legalization" ของเราออกแบบมาให้จบในรอบเดียว โดยรวมการตรวจต้นฉบับ การแปลรับรอง การรับรองตามลำดับขั้น และการส่งมอบไว้ในกระบวนการเดียวภายใต้สายงานบริการเอกสารระหว่างประเทศ
  • เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทีมงานประกอบด้วยทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย นักแปลที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ประสานงานสถานทูต
  • เราแยกให้ชัดว่าส่วนใดคือค่าบริการของเรา และส่วนใดคือค่าธรรมเนียมที่ราชการเรียกเก็บ พร้อมค่าจัดส่งตามจริง ลูกค้าเลือกรอบทำงานได้สองแบบคือมาตรฐาน 5-7 วันทำการ หรือเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

Legalization — เช็กลิสต์เอกสาร

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน Legalization (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ ตามอัตราที่หน่วยงานกำหนด
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

เดินเรื่อง Legalization อย่างไร

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ Legalization ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

Legalization — ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเท่าไร

  • บริการมาตรฐานสำหรับ Legalization: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

Legalization — จุดพลาดที่พบบ่อยและวิธีเลี่ยง

  • ใช้บริการแปลที่ไม่มีตราประทับนักแปลรับรอง — กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตจะไม่ยอมรับ ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
  • ยื่นสำเนาแทนต้นฉบับโดยไม่ได้รับรองสำเนา — หน่วยงานผู้รับจะไม่รับพิจารณาและต้องเริ่มคิวใหม่
  • ขาดขั้นตอนรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นที่สถานทูต — ทำให้เสียเวลาเดินทางหลายรอบ
  • เอกสารต้นฉบับหมดอายุ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง

FAQ

เอกสารจาก Legalization ใช้ในต่างประเทศได้ทุกที่หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศปลายทาง หากเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้โดยตรง ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกขั้น
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
Legalization ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
ค่าบริการ Legalization รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา

การรับรองนิติกรณ์เอกสารกับกรมการกงสุล — คู่มือเชิงลึก

ภาพถ่ายเชิงสารคดี: เคาน์เตอร์บริการราชการพร้อมที่นั่งรอคิวในแสงธรรมชาติ
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

  • กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — ระเบียบและแนวปฏิบัติการรับรองนิติกรณ์เอกสาร [แหล่งข้อมูล]
  • กระทรวงการต่างประเทศ — ข้อมูลสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลในประเทศไทย [แหล่งข้อมูล]
  • Hague Conference on Private International Law — Apostille Convention — status table of contracting parties [แหล่งข้อมูล]

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

  • นำสำเนาที่ไม่ได้รับรองจากหน่วยงานต้นเรื่องไปยื่น — กงสุลรับรองต่อจากเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการเท่านั้น
  • คำแปลไม่ตรงกับต้นฉบับแม้เพียงตัวสะกดชื่อ ทำให้ถูกตีกลับทั้งชุด
  • ข้ามลำดับขั้น เช่น ไปสถานทูตปลายทางก่อนผ่านกงสุลไทย
  • ไม่เผื่อเวลาสำหรับคิวของสถานทูตปลายทาง ซึ่งแต่ละแห่งกำหนดรอบรับเอกสารต่างกัน

แผนภูมิการตัดสินใจ

เอกสารออกโดยหน่วยงานราชการไทย?
ใช่ → ยื่นรับรองกับกรมการกงสุลได้
ไม่ → ต้องให้หน่วยงานต้นเรื่องออกหรือรับรองสำเนาก่อน
ปลายทางต้องใช้ภาษาอังกฤษ?
ใช่ → จัดทำคำแปลรับรองแล้วรับรองคำแปลไปพร้อมกัน
ไม่ → ยื่นต้นฉบับภาษาไทยได้
หน่วยงานปลายทางขอให้สถานทูตประทับตราด้วย?
ใช่ → ต่อด้วยขั้นตอนสถานทูตปลายทางหลังผ่านกงสุลไทย
ไม่ → จบที่การรับรองกงสุล

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
รับรองคำแปล (ไทย↔อังกฤษ)เอกสารราชการที่ต้องใช้ต่างประเทศตามรอบบริการของกรมการกงสุลสอบถามเจ้าหน้าที่ (โทร / LINE / อีเมล)
รับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่หนังสือรับรองจากหน่วยงานราชการตามรอบบริการของกรมการกงสุลสอบถามเจ้าหน้าที่ (โทร / LINE / อีเมล)
รับรองกงสุล + สถานทูตปลายทางวีซ่า สมรส ทำงาน หรือเรียนต่อบวกคิวของสถานทูตแต่ละแห่งสอบถามเจ้าหน้าที่ (โทร / LINE / อีเมล)

ขอบเขตงาน: งานกงสุลและสถานทูต

เราวางขอบเขตงานกงสุลและสถานทูตจากผลลัพธ์ที่ปลายทางต้องการจริง ยืนยันรายการเอกสารตามเคสของคุณ แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

บริการนี้เหมาะกับคุณเมื่อ

  • หน่วยงานไทยหรือต่างประเทศขอเอกสารที่คุณไม่เคยจัดทำมาก่อน
  • มีกำหนดเวลาแน่นอน และรับความเสี่ยงจากการถูกตีกลับไม่ได้
  • ต้องใช้เอกสารหลายชุดกับหลายหน่วยงาน จึงต้องให้ข้อมูลตรงกันทั้งหมด
  • อยากได้ทีมเดียวที่ให้คำปรึกษาก่อนแล้วลงมือทำต่อจนจบ

กรณีที่ควรใช้เส้นทางอื่น (เราแนะนำให้ก่อน)

  • ถ้ามีเส้นทางที่สั้นกว่าหรือประหยัดกว่าในเคสของคุณ เราจะแจ้งก่อนตัดสินใจ
  • ถ้าขั้นตอนนั้นอยู่ในอำนาจของหน่วยงานอื่น เราจะบอกว่าต้องติดต่อใครและเรียงลำดับอย่างไร
  • ถ้าเอกสารเดิมยังใช้ได้อยู่ เราจะไม่แนะนำให้ทำใหม่โดยไม่จำเป็น

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

  • ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่มงาน
  • จัดทำเช็กลิสต์เอกสารเฉพาะเคสเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ดำเนินการจัดเตรียม แปล และรับรองให้ครบสาย
  • รายงานความคืบหน้า และแก้ไขให้เมื่อเจ้าหน้าที่ขอปรับ
  • ส่งมอบไฟล์ดิจิทัลและเอกสารตัวจริง

สิ่งที่ไม่รวม (แจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้น)

  • ค่าธรรมเนียมราชการและค่าจัดส่งของหน่วยงานปลายทาง (เรียกเก็บตามจริง แจ้งก่อนดำเนินการทุกครั้ง)
  • การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ซึ่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • การจัดหาเอกสารต้นฉบับที่ต้องออกโดยตัวผู้ยื่นเอง เช่น เอกสารส่วนตัวที่ต้องแสดงตน

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณอยู่เส้นทางไหน? แจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดเวลามาได้เลย ทีมที่ปรึกษาของเราดูแลงานลักษณะนี้ จะยืนยันลำดับขั้นตอนและรายการเอกสารที่ถูกต้องให้ก่อนคุณเริ่มเสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนงานรับรองเอกสารสถานทูต/สถานกงสุล และเอกสารที่ต้องเตรียม

งานรับรองสถานทูตเป็น 'ห่วงโซ่' ที่ต้องเรียงลำดับให้ถูก: ต้นทางเอกสาร → แปลรับรอง → กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → สถานทูตปลายทาง ลำดับผิดเพียงขั้นเดียวมักถูกตีกลับทั้งชุด

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1ตรวจข้อกำหนดของสถานทูตปลายทางแต่ละสถานทูตกำหนดรูปแบบไม่เหมือนกัน ทั้งภาษาที่ยอมรับ จำนวนชุด อายุเอกสาร และแบบฟอร์มคำร้อง เราตรวจให้ก่อนเริ่มเพื่อไม่ให้เสียรอบ
  2. 2จัดหาต้นฉบับที่ใช้ยื่นได้จริงหลายกรณีต้องใช้ฉบับคัดรับรองใหม่จากอำเภอ/เขต หรือหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เราขอคัดให้แทนได้หากมอบอำนาจ
  3. 3แปลและรับรองคำแปลแปลโดยนักแปลของเราและจัดรูปแบบตามที่กรมการกงสุลรับได้ พร้อมตรวจการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกจุด
  4. 4ยื่นกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศยื่นรับรองเอกสาร/คำแปล ตามรอบบริการปกติหรือรอบด่วน แล้วแต่กรอบเวลาของลูกค้า
  5. 5ยื่นสถานทูตปลายทางและส่งคืนนำชุดที่ผ่าน MFA เข้าสถานทูต ติดตามคิว รับเอกสารคืน ตรวจความครบถ้วน แล้วจัดส่งถึงมือลูกค้าหรือส่งต่อไปต่างประเทศ

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • เอกสารต้นฉบับหรือฉบับคัดรับรองที่ยังไม่หมดอายุตามที่ปลายทางกำหนด
  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือเอกสาร (ใช้ตรวจการสะกดชื่อ)
  • หนังสือมอบอำนาจให้เราดำเนินการแทน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ
  • กรณีนิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุดและตราประทับ (ถ้ามี)
  • ข้อมูลประเทศ หน่วยงาน และวัตถุประสงค์การใช้เอกสาร

ข้อควรระวัง

  • อย่ายื่นสถานทูตก่อนผ่านกรมการกงสุล เอกสารจะไม่ถูกรับพิจารณา
  • ชื่อ-สกุลในคำแปลต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร มิฉะนั้นถูกตีกลับ
  • บางสถานทูตรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน ควรตรวจอายุก่อนแปล
  • ประเทศที่เข้าอนุสัญญา Apostille แล้วอาจไม่ต้องผ่านสถานทูต ควรตรวจเส้นทางก่อนเสียค่าใช้จ่ายซ้ำ

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่อง กรอกแบบฟอร์ม หรือเสี่ยงถูกตีกลับเอง? ทีมงานของเราดูแลงานลักษณะนี้ เราให้คำปรึกษาเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาได้เลย เราจะยืนยันรายการเอกสารที่ต้องใช้ตามเคสของคุณให้ชัดเจน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

5 ข้อผิดพลาดของงานรับรองกงสุล/สถานทูตที่พบบ่อยที่สุด

งานรับรองหลายชั้นมีจุดตายอยู่ที่ 'ลำดับ' และ 'ข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละสถานทูต' ซึ่งไม่เหมือนกันเลย

  1. 1. นำเอกสารไปสถานทูตก่อนผ่านการรับรองต้นทางที่กำหนด

    ทำไมถึงสำคัญ: สถานทูตส่วนใหญ่รับรองต่อจากหน่วยงานไทยเท่านั้น

    วิธีป้องกัน: ทำตามลำดับที่สถานทูตนั้นประกาศ อย่าอิงเส้นทางของประเทศอื่น

  2. 2. ใช้คำแปลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของสถานทูตนั้น

    ทำไมถึงสำคัญ: บางแห่งรับเฉพาะคำแปลที่ผ่านการรับรองรูปแบบเฉพาะ

    วิธีป้องกัน: ยืนยันรูปแบบคำแปลที่สถานทูตยอมรับก่อนส่งแปล

  3. 3. เอกสารไม่ใช่ฉบับคัดใหม่จากหน่วยงานผู้ออก

    ทำไมถึงสำคัญ: สำเนาถ่ายเอกสารทั่วไปมักไม่ผ่านชั้นแรก

    วิธีป้องกัน: คัดฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออกก่อนเข้ากระบวนการ

  4. 4. ไม่เผื่อวันหยุดของสถานทูตและคิวนัดล่วงหน้า

    ทำไมถึงสำคัญ: สถานทูตหยุดตามวันชาติของตนเองด้วย ทำให้แผนคลาดเคลื่อน

    วิธีป้องกัน: วางแผนเผื่อวันหยุดทั้งไทยและปลายทาง และจองคิวล่วงหน้า

  5. 5. กรอกข้อมูลผู้ยื่น/ผู้รับมอบอำนาจไม่ครบ

    ทำไมถึงสำคัญ: หากผู้ไปยื่นไม่ใช่เจ้าของเอกสาร ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง

    วิธีป้องกัน: เตรียมหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรทั้งสองฝ่ายให้ครบ

ไม่อยากมานั่งตรวจรายละเอียดเหล่านี้เองใช่ไหมครับ? ทีมงานของเราให้คำปรึกษาและดูแลงานลักษณะนี้ เราจะยืนยันเส้นทางที่ถูกต้องให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาสอบถามได้เลย เราจะสรุปรายการเอกสารเฉพาะเคสของคุณให้ชัดเจน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานรับรองเอกสารกรมการกงสุลและสถานทูตแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภทบริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้นยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ตรวจสายรับรองกับหน่วยงานปลายทาง1 วันทำการ

    ยืนยันว่าต้องจบที่กรมการกงสุล หรือต้องต่อสถานทูตของประเทศปลายทางด้วย

  2. 2. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปล2–4 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    คัดเอกสารฉบับใหม่หากเกินอายุที่กำหนด และจัดทำคำแปลให้ตรงรูปแบบที่รับได้

  3. 3. ยื่นกรมการกงสุล2–5 วันทำการ

    ระยะเวลาขึ้นกับประเภทบริการที่เลือกและปริมาณคิวของหน่วยงานในช่วงนั้น

  4. 4. ยื่นสถานทูตประเทศปลายทาง3–15 วันทำการ

    แต่ละสถานทูตกำหนดเอกสาร วันรับเรื่อง และรอบรับคืนต่างกัน จึงต้องเผื่อเวลามากที่สุดในขั้นนี้

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนยื่นเอกสาร

คำศัพท์เหล่านี้คือจุดที่ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่เอกสารถูกตีกลับ ทีมที่ปรึกษาของเราอธิบายให้ฟังก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — ไม่ต้องตีความเอง

MFA(เทียบภาษาอังกฤษ: Ministry of Foreign Affairs)
กระทรวงการต่างประเทศ ผู้รับรองเอกสารขั้นแรกก่อนส่งไปสถานทูตปลายทาง
Notarial Services Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Public)
ทนายความที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความฯ ให้รับรองลายมือชื่อและเอกสาร เทียบเท่า Notary Public ในต่างประเทศ
นิติกรณ์(เทียบภาษาอังกฤษ: Legalization)
การรับรองเอกสารโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อใช้ในต่างประเทศ
Power of Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: POA)
หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน มักต้องรับรอง Notary และนิติกรณ์ก่อนใช้ในต่างประเทศ
Notary Seal(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Seal)
ตราประทับของ Notary ที่ขึ้นทะเบียน ระบุชื่อ เลขใบอนุญาต และวันหมดอายุ
Apostille(เทียบภาษาอังกฤษ: Apostille)
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญาเฮก 1961 ใช้ได้ทันทีระหว่างประเทศภาคีกว่า 120 ประเทศ — ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ (มีผล 28 ก.พ. 2570) จึงยังต้องใช้ Consular Legalization

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้ขั้นตอนไหน ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี แล้วเราดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

ดูอภิธานศัพท์ทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้องที่คุณมักต้องใช้ต่อ

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบในขั้นตอนเดียว ด้านล่างคือส่วนงานที่มักต่อเนื่องกัน เพื่อให้คุณวางแผนได้ทั้งสาย ไม่ต้องมารู้ทีหลังว่าขาดการรับรองขั้นใดขั้นหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้อันไหนบ้าง? นี่คือสิ่งที่ทีมที่ปรึกษาของเราทำให้ครับ เราจะวางเส้นทางทั้งสายตามประเทศปลายทางให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้น ไม่ให้ยื่นผิดลำดับ

พื้นที่ให้บริการ

งานสถานทูตใกล้คุณ — พื้นที่ที่เราให้บริการ

เราให้บริการทั่วประเทศจากสำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ และสาขาขอนแก่น พร้อมเครือข่ายพาร์ทเนอร์ทุกจังหวัดและทุกเขตในกรุงเทพฯ มีบริการนัดรับเอกสารและส่งด่วน เลือกพื้นที่ใกล้คุณเพื่อดูหน่วยงานในพื้นที่ ระยะเวลาเดินทาง และวิธีรับ‑ส่งเอกสาร

ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มที่สำนักงานไหน? ส่งเอกสารมาให้ทีมที่ปรึกษาของเราดูก่อนได้เลย เราวางเส้นทางที่เร็วที่สุดและดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรอง ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ใครเขียนและตรวจทานหน้านี้

เรียบเรียงโดย
ทีมบรรณาธิการ NYC Legal & Notary Service
ตรวจทานโดย
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney)
ทบทวนล่าสุด

ดูแลงานรับรองเอกสาร แปลเอกสารราชการ และการยื่นหน่วยงานไทย/ต่างประเทศ เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสารเท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณทราบเส้นทางที่ถูกต้อง รายการเอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาจริงก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราทบทวนเนื้อหาแต่ละหน้าเทียบกับแนวปฏิบัติปัจจุบันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเคสของคุณมีกำหนดเวลาเร่งด่วน ทักมาให้เรายืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม