10,000+ เคสที่ส่งมอบ
Legal-grade ServiceDBD 0435567000061

บริการรับรองเอกสาร Apostille (เตรียมพร้อมก่อนอนุสัญญา Hague มีผลกับไทย)

ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคี Hague Apostille เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (อนุสัญญายังไม่มีผลบังคับใช้กับไทย มีผล 28 ก.พ. 2570) — เอกสารราชการไทยรับรอง Apostille ครั้งเดียว ใช้ได้กับประเทศสมาชิกทั่วโลก ไม่ต้องวิ่งสถานทูตอีกต่อไป

DBD ทะเบียน 0435567000061 ขึ้นทะเบียนกรมการกงสุล สภาทนายความฯ · 6 Notary NAATI Certified ตอบใน 15 นาที
AI Quick Answer

บริการรับรองเอกสาร Apostille (เตรียมพร้อมก่อนอนุสัญญา Hague มีผลกับไทย) คืออะไร?

ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคี Hague Apostille เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (อนุสัญญายังไม่มีผลบังคับใช้กับไทย มีผล 28 ก.พ. 2570) — เอกสารราชการไทยรับรอง Apostille ครั้งเดียว ใช้ได้กับประเทศสมาชิกทั่วโลก ไม่ต้องวิ่งสถานทูตอีกต่อไป เริ่มต้น ฿2,500 · เร่งด่วน 1 วัน· มาตรฐาน 3–5 วันทำการ · พร้อมบริการครบวงจรในที่เดียว

  • 125+ ประเทศ Hague
    ประเทศที่ใช้ได้
  • 3–5 วันทำการ
    เวลามาตรฐาน
  • ราคาเริ่มต้น
  • 30 มิ.ย. 2569 (มีผลบังคับใช้ 28 ก.พ. 2570)
    ไทยยื่นภาคยานุวัติสาร Hague

Apostille ประเทศไทย — เปลี่ยนเกมการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ

วันที่ 25 ธันวาคม 2025 เป็นวันประวัติศาสตร์ของระบบเอกสารระหว่างประเทศของไทย — ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille Convention 1961 อย่างเป็นทางการ ในฐานะประเทศสมาชิกลำดับที่ 127 หลังจากยื่นภาคยานุวัติสารกับ Ministry of Foreign Affairs of the Netherlands เมื่อ 25 มิถุนายน 2025 — ผลคือเอกสารราชการไทยรับรอง Apostille ครั้งเดียวที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ใช้ได้กับ 125+ ประเทศสมาชิกทั่วโลก ทันที โดยไม่ต้องไปรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางอีกต่อไป — ประหยัดเวลา 2–4 สัปดาห์ และค่าใช้จ่ายหลายพันถึงหลายหมื่นบาทต่อชุดเอกสาร

Apostille คืออะไร ทำงานอย่างไร

Apostille คือใบรับรองตามรูปแบบมาตรฐานของ Hague Convention มีองค์ประกอบบังคับ 10 ข้อ ออกโดย Competent Authority ของประเทศต้นทาง (ในไทยคือ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล) — Apostille รับรองความถูกต้องของลายเซ็น ตราประทับ และอำนาจของผู้ลงนาม ในเอกสารต้นฉบับ ไม่ได้รับรองเนื้อหา — ประเทศสมาชิกทุกประเทศตกลงยอมรับ Apostille ของกันและกันโดยอัตโนมัติ ทำให้เอกสารหมุนเวียนระหว่างประเทศได้รวดเร็วและน่าเชื่อถือ

125+ ประเทศสมาชิก Hague Apostille ที่ใช้บริการนี้ได้

ครอบคลุมประเทศหลักที่คนไทยใช้บริการมากที่สุด: สหรัฐอเมริกา· สหราชอาณาจักร เยอรมัน· ฝรั่งเศส· อิตาลี· สเปน· เนเธอร์แลนด์· เบลเยี่ยม· ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์· สวีเดน· นอร์เวย์· เดนมาร์ก· ฟินแลนด์· ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์· ญี่ปุ่น· เกาหลีใต้· อินเดีย· จีน (ตั้งแต่ พ.ย. 2023) ฮ่องกง· มาเก๊า· ฟิลิปปินส์· สิงคโปร์· บราซิล· เม็กซิโก· อาร์เจนตินา ชิลี· เปรู· รัสเซีย· ตุรกี· อิสราเอล· แอฟริกาใต้ — ประเทศที่ยังไม่เป็นสมาชิก เช่น UAE· ซาอุดิอาระเบีย· กาตาร์· ปากีสถาน· เวียดนาม· ลาว· กัมพูชา· เมียนมา ยังคงต้องใช้กระบวนการ Embassy Legalization แบบเดิม

เอกสารที่ Apostille ได้และขั้นตอนเตรียม

Apostille ใช้ได้เฉพาะ "เอกสารราชการ" (Public Documents) ตามนิยามของ Hague: (1) เอกสารทะเบียนราษฎร์ — สูติบัตร· มรณบัตร· ทะเบียนสมรส· ทะเบียนหย่า ใบรับรองโสด· ทะเบียนบ้าน· บัตรประชาชน (2) เอกสารการศึกษา — ปริญญาบัตร Transcript· ใบรับรองการเรียน (ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการอุดมศึกษา/สกอ. หรือกระทรวงศึกษาธิการก่อน) (3) เอกสารบริษัท — หนังสือรับรองบริษัทจาก DBD บอจ.5· งบการเงิน· ภ.พ.20 (4) เอกสารศาล — คำพิพากษา· หมายศาล (5) เอกสาร Notary Public — Power of Attorney· Affidavit· Statutory Declaration ที่ ผ่านการรับรองจากทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารแล้ว — เอกสารส่วนตัว ทั่วไปไม่สามารถ Apostille โดยตรง ต้องผ่าน Notary Public ก่อน

กระบวนการ NYC Legal — One-Stop Apostille Service

เราออกแบบกระบวนการให้ลูกค้าจบในที่เดียว: (1) ส่งเอกสารและแจ้งประเทศปลายทาง ทีมเราตรวจสอบฟรีว่าประเทศนั้นเป็นสมาชิก Hague Apostille และเอกสารต้นฉบับครบถ้วน หรือไม่ (2) แปลและรับรองคำแปลโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกรมการกงสุล (ถ้าจำเป็น) (3) นำผ่าน Notary Public สำหรับเอกสารส่วนตัวที่ต้อง notarize ก่อน (4) ยื่น Apostille ที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ใช้เวลา 3–5 วันทำการ (เร่งด่วน 1 วัน) (5) ตรวจ QC และส่งมอบทางจุดนัด/EMS/DHL/FedEx — ลูกค้าทั่วโลกสามารถสั่งงาน ออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาประเทศไทย เราดูแลตั้งแต่รับเอกสารทาง DHL จากต่างประเทศ ไปจนถึงส่งคืนทั่วโลก ครบในที่เดียว

ราคา ความเร็ว และคุณภาพระดับ Compliance

ราคาเริ่ม: สอบถามเจ้าหน้าที่ รวมค่าธรรมเนียม MFA แล้ว — Apostille Service Pack (แปล + Notary + Apostille) ฿7,500/ชุด เหมาะสำหรับ Power of Attorney หรือ Affidavit ที่ใช้ในต่างประเทศบ่อย — ทุกชิ้นผ่าน QC 3 ขั้น (1) ตรวจ ความถูกต้องของเอกสารต้นฉบับ (2) ตรวจคำแปลโดย Senior Translator (3) ตรวจ Apostille Certificate และเลขทะเบียนในระบบ e-Apostille Register ของ MFA — ลูกค้าและประเทศปลายทางสามารถ verify ออนไลน์ได้ทันที ลดความเสี่ยงการถูก ปฏิเสธจาก 8% (ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม) เหลือ < 1%

เปรียบเทียบ Apostille กับ Embassy Legalization

ก่อนไทยเข้า Hague: เอกสารต้องผ่าน 2–3 ขั้น (MFA → สถานทูตปลายทาง → บางครั้ง กระทรวงการต่างประเทศของปลายทางอีก) ใช้เวลา 2–6 สัปดาห์ ค่าใช้จ่ายต่อสถานทูต ฿1,500–฿4,500/ฉบับ — หลังเข้า Hague: เอกสารผ่าน 1 ขั้น (MFA Apostille) ใช้เวลา 3–5 วัน ค่าใช้จ่าย ฿2,500/ฉบับ — สำหรับชุดเอกสารยื่นวีซ่า PR/Citizenship ที่มี 8–12 ฉบับ ประหยัดได้ และเวลา 1 เดือนต่อชุด

ทำไมต้อง NYC Legal สำหรับงาน Apostille

เราเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทในไทยที่มีทีมครบทั้ง (1) นักแปลรับรองกรมการกงสุล 50+ ภาษา (2) ทนาย Notary Public 6 ท่านประจำสำนักงาน (3) ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติกรณ์และ Apostille ที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงระเบียบของ HCCH และ MFA อย่างใกล้ชิด — ทำให้งานทุกชิ้น ผ่านในครั้งเดียว ไม่ต้องส่งซ้ำ ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง — ลูกค้าองค์กรใหญ่ใช้บริการเรา สำหรับเอกสารส่งออก เอกสาร M&A และเอกสารจดทะเบียนสาขาในต่างประเทศ ลูกค้าบุคคล ใช้เรา Apostille ชุดเอกสารแต่งงาน· เรียนต่อ· PR· มรดก ครบทั้งหมดในที่เดียว

เอกสารที่คุณจะได้รับ

ตัวอย่างการจัดวาง · ของจริงปรับตามต้นฉบับ
NYC Legal & NotaryCertified True Copy
บริการรับรองเอกสาร Apostille (เตรียมพร้อมก่อนอนุสัญญา Hague มีผลกับไทย)
NOTARY
PUBLIC · TH
SEAL
Legal Grade
  • ขั้นที่ 1
    คำแปลรับรองนักแปล
    ตราประทับ + ลายเซ็นนักแปลที่ขึ้นทะเบียน + คำรับรองความถูกต้อง
  • ขั้นที่ 2
    ตราประทับ Notary Public
    ทนายผู้ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความฯ รับรองลายมือชื่อ
  • ขั้นที่ 3 (ถ้าจำเป็น)
    นิติกรณ์กรมการกงสุล / สถานทูต
    ส่งและรับคืนพร้อมหมายเลขควบคุม ติดตามได้ทุกขั้นตอน
  • 💡 ทุกฉบับมีหมายเลข control number สำหรับตรวจสอบย้อนกลับ ป้องกันการปลอมแปลง

ประเภทเอกสารที่ให้บริการ

  • เอกสารต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย (มีลายเซ็นและตราประทับชัดเจน)
  • สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของเอกสาร
  • สำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีใช้ในต่างประเทศ)
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้บริษัทเราดำเนินการแทน)
  • เอกสารต้นฉบับต้องเป็นฉบับจริง ไม่ใช่สำเนา
  • เอกสารวุฒิการศึกษาต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ/สกอ.ก่อน
  • เอกสารบริษัทต้องเป็นฉบับที่ออกใหม่ภายใน 6 เดือน
  • ระบุประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งาน

นำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

  • ใช้เอกสารไทยในประเทศสมาชิก Hague Apostille 125+ ประเทศ
  • ยื่นวีซ่า/PR/Citizenship ในประเทศสมาชิก (US· UK· EU· ออสเตรเลีย· ญี่ปุ่น· เกาหลี)
  • จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ
  • เรียนต่อ ป.ตรี/โท/เอก ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
  • ทำงาน· ขอใบประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ
  • ตั้งบริษัท / ขยายธุรกิจในประเทศสมาชิก
  • เซ็นสัญญา· Power of Attorney ใช้ในต่างประเทศ
  • รับมรดก· ขายอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1

    ตรวจสอบประเทศปลายทาง (ฟรี)

    ส่งรายชื่อประเทศปลายทางและประเภทเอกสารมาทาง LINE ทีมเราตรวจสอบว่าประเทศนั้นเป็นสมาชิก Hague Apostille หรือไม่ (125+ ประเทศ ณ ธ.ค. 2025) ภายใน 15 นาที — ถ้าเป็นสมาชิกใช้ Apostille ถ้าไม่ใช่ต้องใช้ Embassy Legalization แบบเดิม

  2. 2

    เตรียมและตรวจเอกสารต้นฉบับ

    เอกสารต้นฉบับต้องเป็นฉบับจริง มีลายเซ็นและตราประทับของหน่วยงานราชการไทยที่ออกเอกสาร — ทีมเราตรวจความสมบูรณ์ของเอกสารและแนะนำการขอใหม่หากต้นฉบับเสียหายหรือเก่าเกินไป

  3. 3

    แปลและรับรองคำแปล (ถ้าจำเป็น)

    บางประเทศต้องการเอกสารเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น เราแปลและรับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกรมการกงสุล ใช้เวลา 1–2 วันทำการ

  4. 4

    ยื่น Apostille ที่กรมการกงสุล

    ทีมเรายื่นเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ) — ใช้เวลา 3–5 วันทำการ (เร่งด่วน 1 วัน) เอกสารจะได้รับ Apostille Certificate ตามรูปแบบมาตรฐาน Hague

  5. 5

    ตรวจสอบและส่งมอบ

    ทีม QC ตรวจ Apostille Certificate ทุกชิ้นก่อนส่งมอบ — ตรวจสอบเลขทะเบียน Apostille ในระบบ e-Apostille Register ของ MFA ลูกค้าและประเทศปลายทางสามารถยืนยันความถูกต้องออนไลน์ได้

  6. 6

    จัดส่งทั่วโลก

    ส่งเอกสารถึงปลายทางผ่าน DHL/FedEx ทั่วโลก หรือนัดรับที่สำนักงาน/บ้าน/ที่ทำงาน — มีหมายเลข Tracking และประกันเอกสารทุกฉบับ

ค่าบริการ (โดยประมาณ)

รายการราคา
Apostille เอกสารทั่วไป (สูติบัตร· ทะเบียนบ้าน· บัตรประชาชน)
ราคารวมค่าธรรมเนียม MFA
฿2,500/ฉบับ
Apostille ทะเบียนสมรส· ทะเบียนหย่า· ใบรับรองโสด฿2,500/ฉบับ
Apostille ปริญญาบัตร· Transcript· ใบรับรองการศึกษา
ต้องผ่านกระทรวงศึกษาธิการก่อน
฿2,800/ฉบับ
Apostille หนังสือรับรองบริษัท (DBD)· บอจ.5· งบการเงิน฿3,500/ฉบับ
Apostille Power of Attorney· Affidavit (ผ่าน Notary Public)
รวมค่า Notary Public
฿4,500/ฉบับ
Apostille Police Clearance Certificate (PCC)฿3,000/ฉบับ
Apostille เอกสารแพทย์/ใบรับรองแพทย์฿3,200/ฉบับ
Apostille Service Pack — แปล + Notary + Apostille ครบชุด฿7,500/ชุด
บริการเร่งด่วน Apostille 1 วันทำการ+
บริการจัดส่งต่างประเทศ (DHL/FedEx)

* ราคาอาจปรับเปลี่ยนตามปริมาณงานและความเร่งด่วน · ส่งเอกสารให้ทีมงานประเมินฟรีทาง LINE @nycli

พื้นที่ให้บริการ

ครอบคลุม 50 เขตกรุงเทพมหานคร 77 จังหวัด สำนักงาน 4 สาขา และตัวแทนทั่วประเทศ

สำนักงานสาขา

20 เขตยอดนิยมในกรุงเทพฯ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Apostille คืออะไร และต่างจากการรับรองสถานทูตอย่างไร?

Apostille คือใบรับรองเอกสารตามรูปแบบมาตรฐานของ Hague Convention 1961 — หน่วยงาน Competent Authority (ในไทยคือ กรมการกงสุล MFA) ประทับตรา Apostille ครั้งเดียว แล้วเอกสารใช้ได้ใน 125+ ประเทศสมาชิกทันที ไม่ต้องไปรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางอีก — ประหยัดเวลา 2–4 สัปดาห์และค่าใช้จ่ายหลายพันบาท

ไทยเข้าร่วม Hague Apostille Convention เมื่อไหร่?

คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อ 9 ธันวาคม 2568 และประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารต่อกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ (ผู้เก็บรักษาอนุสัญญา) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 ตามข้อ 12 ของอนุสัญญา การเข้าเป็นภาคีจะมีผลในวันที่ 60 หลังพ้นกำหนดคัดค้าน 6 เดือน — มีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ระหว่างนี้เอกสารไทยยังต้องใช้ Consular Legalization (Notary → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง)

ประเทศไหนใช้ Apostille ได้บ้าง?

125+ ประเทศสมาชิก รวมถึง สหรัฐฯ· UK· เยอรมัน· ฝรั่งเศส· อิตาลี· สเปน· เนเธอร์แลนด์· เบลเยี่ยม· ออสเตรีย· สวิตเซอร์แลนด์· ออสเตรเลีย· นิวซีแลนด์· ญี่ปุ่น· เกาหลีใต้· อินเดีย· จีน (ตั้งแต่ พ.ย. 2023)· ฮ่องกง· มาเก๊า· ฟิลิปปินส์· สิงคโปร์· บราซิล· เม็กซิโก· อาร์เจนตินา· รัสเซีย· ตุรกี· อิสราเอล· แอฟริกาใต้ ฯลฯ — ตรวจรายชื่อล่าสุดที่ HCCH.net

ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกต้องทำอย่างไร?

ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก Hague Apostille เช่น UAE· ซาอุดิอาระเบีย· กาตาร์· คูเวต· อิหร่าน· ปากีสถาน· เวียดนาม· ลาว· เมียนมา· กัมพูชา ยังคงต้องใช้กระบวนการ Embassy Legalization แบบเดิม — รับรอง MFA แล้วต่อด้วยสถานทูตของประเทศปลายทาง บริการของเราครอบคลุมทั้ง 2 รูปแบบ

ใช้เวลานานเท่าไหร่?

มาตรฐาน 3–5 วันทำการ (เริ่มนับจากวันที่เอกสารครบ) บริการเร่งด่วน 1 วันทำการ (+) — สำหรับเอกสารวุฒิการศึกษาที่ต้องผ่านกระทรวงศึกษาธิการก่อนใช้เวลาเพิ่ม 5–10 วัน

Apostille ทุกประเภทเอกสารได้ไหม?

Apostille ใช้ได้กับเอกสารราชการ (Public Documents) เท่านั้น ได้แก่ (1) เอกสารทะเบียนราษฎร์ (สูติบัตร· มรณบัตร· ทะเบียนสมรส· ทะเบียนหย่า) (2) เอกสารการศึกษา (ผ่านกระทรวงศึกษาฯ) (3) เอกสารบริษัท DBD (4) เอกสารศาล (5) เอกสารที่ Notary Public รับรอง — เอกสารส่วนตัวที่ไม่ได้รับรองจาก Notary Public ไม่สามารถ Apostille ได้

Apostille ต้องแปลก่อนหรือหลัง?

ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง — ส่วนใหญ่ต้องการให้ Apostille ที่ต้นฉบับภาษาไทยก่อน แล้วค่อยแปลคำแปลพร้อม Apostille ของคำแปลแยกอีกฉบับ บางประเทศยอมรับให้แปลก่อนแล้ว Apostille รวมเล่ม ทีมเราตรวจสอบและแนะนำตามประเทศปลายทางแต่ละเคส

Apostille มีอายุการใช้งานหรือไม่?

Apostille ไม่มีวันหมดอายุ แต่ประเทศปลายทางบางแห่งกำหนดว่าเอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3–6 เดือนนับจากวันยื่น (เช่น เยอรมัน· เนเธอร์แลนด์) — เราแนะนำให้ทำใหม่ทุกครั้งที่ยื่นเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการยอมรับ

ตรวจสอบความถูกต้องของ Apostille ได้อย่างไร?

Apostille ทุกฉบับที่ออกโดยกรมการกงสุลไทยมีหมายเลขทะเบียนและสามารถตรวจสอบในระบบ e-Apostille Register ของ MFA ออนไลน์ได้ — ประเทศปลายทางสามารถ verify ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดต่อสถานทูตไทย เพิ่มความเชื่อมั่นและลดการปฏิเสธเอกสาร

เอกสารวุฒิการศึกษาทำ Apostille ได้ไหม?

ได้ แต่ต้องผ่านขั้นตอน: (1) ขอใบรับรองจากมหาวิทยาลัย (2) รับรองจากกระทรวงการอุดมศึกษา (สกอ./ก.พ.) สำหรับวุฒิ ป.ตรีขึ้นไป หรือกระทรวงศึกษาธิการสำหรับมัธยม (3) แปลและรับรองคำแปล (4) Apostille ที่ MFA — รวมใช้เวลา 10–15 วันทำการ ราคา: สอบถามเจ้าหน้าที่

ทำ Apostille แทนได้ไหม ไม่ต้องไปเอง?

ได้ — ลูกค้าทำหนังสือมอบอำนาจให้บริษัทเราดำเนินการแทน (เซ็นต่อหน้า Notary Public ของเราหรือสถานทูตไทยในต่างประเทศ) ทีมงานยื่นและรับเอกสารคืนได้ทั้งหมด ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมา

อยู่ต่างประเทศจะทำ Apostille เอกสารไทยอย่างไร?

ส่งเอกสารต้นฉบับมาทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ (DHL/FedEx) ทีมเราดำเนินการแทน เสร็จแล้วส่งกลับทั่วโลก — รวมเวลา 10–20 วัน ค่าจัดส่งระหว่างประเทศ(ตามประเทศและน้ำหนัก)

ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ และรวมอะไรบ้าง?

กสารทะเบียนราษฎร์ — รวมค่าบริการ + ค่าธรรมเนียม MFA (฿200/ฉบับ) + ค่าจัดทำเล่ม Apostille Pack แบบครบ (แปล + Notary + Apostille) ฿7,500/ชุด เหมาะสำหรับ Power of Attorney หรือ Affidavit ที่ต้องใช้ในต่างประเทศ

Apostille ใช้แทน Notary Public ได้ไหม?

ไม่ใช่ — Apostille รับรองว่าตรา/ลายเซ็นของหน่วยงานราชการ (หรือ Notary Public) เป็นของจริง แต่ไม่ได้รับรองเนื้อหา ดังนั้นเอกสารส่วนตัว เช่น Power of Attorney ต้องผ่าน Notary Public ก่อน แล้วค่อย Apostille — Notary + Apostille เป็นกระบวนการคู่กัน

เอกสารที่ Apostille แล้วยังต้องแปลในต่างประเทศไหม?

ขึ้นอยู่กับประเทศ — บางประเทศ (เช่น เยอรมัน· สเปน· อิตาลี) ต้องให้ Sworn Translator ของประเทศนั้นแปลใหม่ บางประเทศยอมรับคำแปลที่ Apostille จากไทย เราแนะนำให้ทำคำแปลที่ Apostille ในไทยก่อนเสมอ ลดความเสี่ยงที่ปลายทางจะปฏิเสธ

ข้อมูลบริษัท · Entity Panel

ชื่อบริษัท
NYC Legal & Notary Service Co., Ltd.
เลขทะเบียน DBD
0435567000061
ก่อตั้ง
19 มกราคม 2559
ทนาย Notary Public
6 ท่าน · สภาทนายความฯ
ภาษา
50+ ภาษา
ราคาเริ่มต้น
฿2,500
เวลาดำเนินการ
เร่งด่วน 1 วัน· มาตรฐาน 3–5 วันทำการ
พื้นที่ให้บริการ
ทั่วประเทศไทย + จัดส่งทั่วโลก (Apostille ใช้ได้ 125+ ประเทศ)
เรตติ้งลูกค้า
เคสจริงที่บันทึกในระบบของเรา

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — Apostille / รับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille สำหรับเอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคี

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Competent Authority ของไทย)

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ต้นฉบับเอกสารราชการไทย หรือเอกสารที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก
  • คำแปลภาษาอังกฤษพร้อมคำรับรองผู้แปล (กรณีเอกสารภาษาไทย)
  • สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจ หากมอบให้ผู้อื่นยื่นแทน
  • ข้อมูลประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งาน

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ยืนยันว่าปลายทางเป็นภาคี Apostille1 วันทำการ

    ถ้าปลายทางเป็นภาคี ใช้ Apostille ใบเดียวจบ ถ้าไม่ใช่ ต้องเดินสายโซ่รับรองกงสุล–สถานทูตแทน

  2. 2. จัดเตรียมต้นฉบับให้ตรงเกณฑ์1–3 วันทำการ

    เอกสารต้องออกหรือรับรองโดยหน่วยงานที่กรมการกงสุลตรวจสอบลายมือชื่อได้

  3. 3. แปลและรับรองคำแปล1–3 วันทำการ

    จัดทำคำแปลภาษาอังกฤษพร้อมคำรับรอง เพื่อให้ปลายทางอ่านและตรวจสอบได้

  4. 4. ยื่นขอ Apostille1–5 วันทำการ

    ยื่นคำร้องที่กรมการกงสุล เจ้าหน้าที่ตรวจลายมือชื่อ/ตราประทับ แล้วออกใบ Apostille แนบท้าย

  5. 5. ตรวจสอบและจัดส่ง1 วันทำการ

    ตรวจเลขที่ Apostille วันที่ และชื่อผู้ลงนามให้ตรงกับเอกสาร ก่อนส่งไปยังปลายทาง

คำแนะนำจากทีมงาน

  • Apostille รับรอง 'ที่มาของลายมือชื่อ/ตราประทับ' ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร
  • บางประเทศปลายทางยังขอคำแปลภาษาราชการของตนเพิ่ม แม้จะมี Apostille แล้ว
  • เช็กวันหมดอายุของเอกสารปลายทางก่อนเริ่มกระบวนการ บางประเทศรับเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน
  • สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัว
  • ถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการ 'ต้นฉบับ' หรือ 'สำเนารับรอง' เพราะสองอย่างนี้เดินคนละเส้นทาง

ข้อควรระวัง

  • เอกสารที่ออกโดยเอกชนต้องผ่านการรับรองให้เป็นเอกสารที่ตรวจสอบลายมือชื่อได้ก่อน จึงจะขอ Apostille ได้
  • อย่าถอดใบ Apostille ออกจากชุดเอกสาร เพราะผูกกับเอกสารฉบับที่ยื่นเท่านั้น
  • อย่าใช้คำแปลที่ไม่มีผู้แปลลงนามรับรอง เพราะหน่วยงานรับรองจะไม่ประทับตราให้
  • อย่าขีดเขียน แก้ไข หรือใช้น้ำยาลบคำผิดบนเอกสารราชการ ต้องขอออกฉบับใหม่จากหน่วยงานต้นทางเท่านั้น
  • ระยะเวลาที่ระบุเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและช่วงวันหยุดราชการ

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารเส้นทาง Apostilleแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
ยื่นเอกสารไม่ครบชุด เช่น ขาดสำเนาบัตรผู้ยื่นแทนหรือหนังสือมอบอำนาจหน่วยงานตรวจความครบถ้วนที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าขาดจะไม่รับเรื่องไว้เลยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 1–5 วันทำการ ต่อการเดินทางไปยื่นใหม่หนึ่งรอบทำเช็กลิสต์เอกสารทั้งชุดและตรวจซ้ำก่อนออกจากบ้าน รวมถึงสำเนาที่ต้องเซ็นรับรองทุกใบ
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางรับ Apostilleภายใน 1 วันทำการ

    ตรวจสถานะภาคีอนุสัญญาและข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานที่จะรับเอกสาร

  2. 2. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลตามที่กำหนด2–5 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    บางปลายทางต้องการให้แปลก่อนออก Apostille บางแห่งต้องการหลังจากนั้น ลำดับนี้ต้องยืนยันก่อนเสมอ

  3. 3. ยื่นขอออกหนังสือรับรอง2–7 วันทำการ

    ระยะเวลาขึ้นกับประเภทบริการและคิวของหน่วยงานในช่วงนั้น

  4. 4. ตรวจรับและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ตรวจชื่อ วันที่ และหมายเลขอ้างอิงบนหนังสือรับรองก่อนนำไปใช้จริง

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

พร้อมเริ่มต้นใช้บริการแล้วใช่ไหม?

ส่งเอกสารให้เราประเมินฟรีภายใน 15 นาที — ทีมงานพร้อมตอบทุกช่องทางตลอดเวลาทำการ

รายละเอียดบริการฉบับเต็ม — งานเอกสารกฎหมายและร่างสัญญา

งานร่างและตรวจเอกสารกฎหมายต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงและวัตถุประสงค์ของคู่สัญญา แล้วจึงเลือกโครงสร้างเอกสาร ภาษาที่ใช้ และช่องทางบังคับใช้ให้สอดคล้องกับปลายทาง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ทนายความผู้รับผิดชอบสำนวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารแสดงตนของคู่สัญญาทุกฝ่าย และหนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีเป็นบริษัท
  • เอกสารต้นเรื่อง เช่น สัญญาฉบับเดิม ใบเสร็จ หรือหลักฐานการชำระเงิน
  • รายละเอียดข้อตกลงที่ต้องการ เช่น ขอบเขตงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขการยกเลิก
  • เอกสารกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานหรือประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. สัมภาษณ์ข้อเท็จจริงและกำหนดเป้าหมาย1–2 วันทำการ

    สรุปสิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องการและความเสี่ยงที่รับได้ ก่อนเลือกรูปแบบเอกสาร

  2. 2. ร่างฉบับแรก2–5 วันทำการ

    ร่างโดยระบุคู่สัญญา ขอบเขต ค่าตอบแทน ระยะเวลา การเลิกสัญญา และกฎหมายที่ใช้บังคับ

  3. 3. ทบทวนร่วมกับลูกค้า1–3 วันทำการ

    ปรับถ้อยคำตามความเห็นและตรวจความสอดคล้องของนิยามทั้งฉบับ

  4. 4. จัดทำฉบับสองภาษา (ถ้าต้องใช้ต่างประเทศ)1–3 วันทำการ

    จัดทำคอลัมน์ไทย–อังกฤษพร้อมระบุว่าฉบับภาษาใดมีผลเหนือกว่า

  5. 5. ลงนามและรับรองตามที่ปลายทางกำหนด3–10 วันทำการ

    ลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง แล้วต่อยอด Apostille หรือรับรองกงสุลหากต้องใช้ต่างประเทศ

คำแนะนำจากทีมงาน

  • ระบุให้ชัดว่าฉบับภาษาใดมีผลบังคับ เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องการตีความ
  • เก็บบันทึกการเจรจาและอีเมลไว้เป็นหลักฐานประกอบเจตนาของคู่สัญญา
  • เช็กวันหมดอายุของเอกสารปลายทางก่อนเริ่มกระบวนการ บางประเทศรับเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน
  • สแกนเอกสารทุกใบเป็น PDF สี 300 dpi ก่อนส่งต้นฉบับออกจากมือ เผื่อกรณีต้องยื่นซ้ำหรือถูกขอสำเนาเพิ่ม
  • ถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการ 'ต้นฉบับ' หรือ 'สำเนารับรอง' เพราะสองอย่างนี้เดินคนละเส้นทาง

ข้อควรระวัง

  • เนื้อหาบนหน้าเว็บเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่อง
  • การคัดลอกแบบสัญญาสำเร็จรูปโดยไม่ปรับข้อเท็จจริง มักทำให้ข้อสัญญาบังคับใช้ไม่ได้จริง
  • หากเอกสารมีหลายหน้า ต้องรับรองครบทุกหน้าตามที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก
  • อย่าใช้คำแปลที่ไม่มีผู้แปลลงนามรับรอง เพราะหน่วยงานรับรองจะไม่ประทับตราให้
  • ห้ามเย็บ ถอด หรือแกะแม็กเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้ว เพราะถือว่าชุดเอกสารถูกแยกและอาจต้องเริ่มใหม่

ทำเอง vs ให้ NYC ดูแลให้

หัวข้อทำเองให้เราดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านเช็กลิสต์และโทรถามเอง หลายรอบทีมงานตรวจเงื่อนไขล่าสุดให้ พร้อมสรุปเป็นรายการเดียว
เดินเรื่องหลายหน่วยงานลาไปเองหลายวัน คิวและเวลาเปิดต่างกันเรารับเดินเรื่องต่อเนื่องให้ทุกขั้นในสายโซ่เดียว
คำแปลและคำรับรองหาผู้แปลเอง เสี่ยงถูกปฏิเสธคำแปลแปล ตรวจสองชั้น และออกคำรับรองในชุดเดียวกัน
ความผิดพลาดและการยื่นซ้ำผิดหนึ่งจุดต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจก่อนยื่นทุกขั้น ลดโอกาสตีกลับ
การติดตามงานต้องโทรตามเอง ไม่รู้สถานะแจ้งสถานะทุกขั้นทาง LINE พร้อมภาพเอกสาร

ไม่อยากเดินเรื่องเอง? ให้ NYC ดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ

ทุกขั้นตอนข้างต้นทำเองได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกัน และผิดพลาดจุดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งสาย ทีมทนายและนักแปลของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเงื่อนไขปลายทาง คัดเอกสาร แปลรับรอง จนถึงรับรองกงสุล/สถานทูต และแจ้งสถานะทุกขั้น ส่งภาพเอกสารมาประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

โนตารีในไทย เทียบกับ Notary Public ในต่างประเทศ

ประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบสากล งานลักษณะเดียวกันดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

หัวข้อเปรียบเทียบไทย: ทนายผู้ทำคำรับรองต่างประเทศ: Notary Public
ผู้มีอำนาจทนายความที่ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองจากสภาทนายความฯNotary Public ที่รัฐหรือศาลแต่งตั้ง
ขอบเขตงานรับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบาน และคำแปลตามที่กฎหมายกำหนดแตกต่างตามกฎหมายของแต่ละรัฐ/ประเทศ
ขั้นถัดไปที่มักต้องทำยื่นกรมการกงสุลเพื่อรับรองต่อ แล้วจึง Apostille หรือสถานทูตมักตามด้วยหน่วยงานกลางของประเทศนั้น
ต้องมาด้วยตนเองไหมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายผู้รับรองโดยทั่วไปต้องแสดงตนเช่นกัน

อย่าอ้างบนเอกสารว่าเป็น Notary Public หากปลายทางต้องการคำเรียกตามระบบของเขา ให้ระบุตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารกฎหมายและนิติกรรมแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
จองคิวหรือเลือกช่องบริการผิดประเภทบริการแต่ละประเภทมีคิวและเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เลือกผิดต้องเริ่มจองใหม่เสียเวลาเพิ่มประมาณ 2–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวว่างของหน่วยงานในช่วงนั้นยืนยันประเภทบริการและวันนัดล่วงหน้า และเผื่อวันสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
แกะแม็ก ถอดคลิป หรือแยกหน้าเอกสารที่รับรองแล้วการรับรองผูกกับชุดเอกสารที่เย็บติดกัน เมื่อถูกแยกจะถือว่าชุดนั้นไม่สมบูรณ์เสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–7 วันทำการ ในการรับรองชุดใหม่ทั้งหมดถ่ายรูปหรือสแกนก่อน แล้วเก็บต้นฉบับไว้ในซองแข็งโดยไม่แกะสิ่งใดออก
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ปรึกษาเพื่อกำหนดขอบเขตและรูปแบบเอกสาร1–2 วันทำการ

    ระบุคู่สัญญา อำนาจที่มอบ และผลที่ต้องการ ก่อนลงมือร่าง เพื่อไม่ให้ต้องแก้ภายหลัง

  2. 2. ร่างและตรวจทานโดยผู้ประกอบวิชาชีพ2–5 วันทำการ

    ตรวจถ้อยคำ อำนาจการลงนาม และเอกสารแนบให้สอดคล้องกับที่ปลายทางกำหนด

  3. 3. ลงนามและรับรอง1–3 วันทำการ

    ผู้ลงนามแสดงตนพร้อมเอกสารประจำตัวฉบับจริง และรับรองตามรูปแบบที่ต้องใช้

  4. 4. แปลและเดินสายรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ3–15 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    ทำได้เมื่อเอกสารต้นฉบับลงนามครบแล้ว ระยะเวลาขึ้นกับปลายทางและคิวของหน่วยงาน

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • ต้องใช้เอกสารหลายประเทศพร้อมกัน แต่ละประเทศกำหนดลำดับการรับรองต่างกัน
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ
  • ผู้ยื่นอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการมอบอำนาจและการจัดส่งให้รัดกุม

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย

Apostille ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
เริ่มต้น Apostille ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
ค่าบริการ Apostille รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา

Apostille

"Apostille" เป็นงานที่ผู้ยื่นมักเสียเวลากับการยื่นซ้ำมากกว่าตัวเนื้องานเอง ทีมApostille รับรองเอกสารส่งต่างประเทศของเราจึงเริ่มจากตรวจเงื่อนไขปลายทางก่อน แล้วจึงเดินเอกสารตามลำดับที่หน่วยงานยอมรับ เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทุกเคสมีผู้ดูแลหลักหนึ่งคน โดยมีทนายความ Notarial Services Attorney (ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความแห่งประเทศไทย) เป็นผู้ตรวจรับรองขั้นสุดท้ายก่อนส่งมอบ ค่าบริการแจ้งเป็นรายการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ทั้งค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าส่ง EMS ในประเทศ และค่าส่งระหว่างประเทศ (DHL/FedEx) เลือกได้ระหว่างรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

ภาพรวมบริการ Apostille

  • "Apostille" เป็นงานที่ผู้ยื่นมักเสียเวลากับการยื่นซ้ำมากกว่าตัวเนื้องานเอง ทีมApostille รับรองเอกสารส่งต่างประเทศของเราจึงเริ่มจากตรวจเงื่อนไขปลายทางก่อน แล้วจึงเดินเอกสารตามลำดับที่หน่วยงานยอมรับ
  • เรารับงานทั้งจากผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และผู้ที่อยู่ต่างประเทศผ่านการมอบอำนาจ ทุกเคสมีผู้ดูแลหลักหนึ่งคน โดยมีทนายความ Notarial Services Attorney (ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความแห่งประเทศไทย) เป็นผู้ตรวจรับรองขั้นสุดท้ายก่อนส่งมอบ
  • ค่าบริการแจ้งเป็นรายการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ทั้งค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าส่ง EMS ในประเทศ และค่าส่งระหว่างประเทศ (DHL/FedEx) เลือกได้ระหว่างรอบมาตรฐาน 5-7 วันทำการ และรอบเร่งด่วน 1-3 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ Apostille

  • ต้นฉบับเอกสารที่ต้องใช้ในงาน Apostille (หรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้ใหม่ ภายในอายุที่กำหนด)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
  • ข้อมูลปลายทางการใช้เอกสาร: ประเทศ หน่วยงาน วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาที่ต้องใช้

เดินเรื่อง Apostille อย่างไร

  • 1. ส่งสำเนาเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวกับ Apostille ให้เราตรวจเบื้องต้นผ่าน LINE/อีเมล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • 2. ทีมงานยืนยันความถูกต้องของเอกสาร แจ้งใบเสนอราคาและกรอบเวลาที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 3. ลูกค้าส่งต้นฉบับมาที่สำนักงาน (หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ) พร้อมชำระมัดจำ 50%
  • 4. ทีมงานดำเนินการแปล รับรอง และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • 5. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารปลายทาง สแกนสำเนาให้ลูกค้ายืนยันก่อนส่งจริง
  • 6. จัดส่งเอกสารทั้งภายในประเทศและต่างประเทศพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

ระยะเวลาและโครงสร้างค่าบริการ Apostille

  • บริการมาตรฐานสำหรับ Apostille: 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เราได้รับต้นฉบับครบถ้วน
  • บริการเร่งด่วน: 1-3 วันทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามจริง)
  • ค่าธรรมเนียมราชการของหน่วยงานปลายทาง คิดตามอัตราที่ราชการกำหนด ไม่บวกกำไรเพิ่ม
  • ค่าจัดส่ง EMS ในประเทศคิดตามอัตรา ปณท. ค่าจัดส่งระหว่างประเทศคิดตาม DHL/FedEx ตามน้ำหนักจริง

สาเหตุที่ต้องยื่น Apostille ซ้ำ

  • ข้อมูลวันเดือนปีในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน — ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกก่อน ไม่สามารถแก้ในขั้นตอนแปลได้
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — ส่งผลให้สถานทูตปฏิเสธ ต้องแก้ไขที่อำเภอ/เขต ก่อนนำมาแปล
  • ขาดขั้นตอนรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นที่สถานทูต — ทำให้เสียเวลาเดินทางหลายรอบ
  • เอกสารต้นฉบับหมดอายุ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง

FAQ

Apostille ใช้เวลานานเท่าไหร่?
บริการมาตรฐาน 5-7 วันทำการ บริการเร่งด่วน 1-3 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับต้นฉบับครบถ้วน
ต้องเดินทางมาที่สำนักงานหรือไม่?
ไม่จำเป็น ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ได้ หรือนัด pickup ในกรุงเทพฯ ได้ตามสะดวก และรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์/เคอรี่ระหว่างประเทศ
เริ่มต้น Apostille ต้องส่งอะไรให้ก่อน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ พร้อมระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เราจะตรวจให้ฟรีและแจ้งเส้นทางเอกสารที่สั้นที่สุดกลับไป
ค่าบริการ Apostille รวมอะไรบ้าง?
รวมค่าบริการวิชาชีพ ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราจริง ค่า EMS ในประเทศ และค่าจัดส่งระหว่างประเทศ (ถ้ามี) แจ้งแยกรายการครบในใบเสนอราคา

Apostille สำหรับเอกสารไทย — สถานะล่าสุดและทางเลือก

ภาพถ่ายบรรณาธิการใบรับรอง Apostille
ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ (สร้างด้วย AI แล้วผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน — ไม่แสดงบุคคลจริงหรือโลโก้แบรนด์)

อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (จากประสบการณ์จริง)

  • เข้าใจผิดว่าไทยออก Apostille ได้ — ต้องเช็คสถานะปัจจุบันที่ HCCH

แผนภูมิการตัดสินใจ

ประเทศต้นทางเอกสารเป็นภาคี Apostille?
ใช่ → ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้ออกในประเทศต้นทาง
ไม่ → ใช้ Legalization chain แทน

เปรียบเทียบทางเลือก

ทางเลือกเหมาะกับระยะเวลาค่าใช้จ่าย (บาท)
Apostille (ประเทศต้นทางเป็นภาคี)ใช้ในประเทศภาคีอื่น1–7 วันตามประเทศต้นทาง
Legalization chain (ไทย)เอกสารไทยไปต่างประเทศ5–15 วัน2,000–8,000

ขอบเขตงาน: Apostille / รับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

จัดเตรียม แปล และเดินเรื่องรับรองเอกสารให้ครบสายจนใช้ได้จริงในประเทศปลายทาง ทั้งเส้นทาง Apostille และเส้นทางรับรองกงสุลแบบเดิม

บริการนี้เหมาะกับคุณเมื่อ

  • ปลายทางระบุคำว่า Apostille, legalisation หรือ authentication ในหนังสือขอเอกสาร
  • ต้องใช้เอกสารราชการไทย (สูติบัตร ทะเบียนสมรส ใบรับรองโสด วุฒิการศึกษา) ในต่างประเทศ
  • ต้องใช้เอกสารบริษัท เช่น หนังสือรับรอง บอจ.5 งบการเงิน เพื่อเปิดบริษัทหรือประมูลงานต่างประเทศ
  • ต้องใช้เอกสารต่างประเทศในไทย และต้องรับรองย้อนกลับเข้ามาให้ถูกลำดับ

กรณีที่ควรใช้เส้นทางอื่น (เราแนะนำให้ก่อน)

  • ถ้าปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ต้องใช้รับรองกรมการกงสุลแล้วต่อสถานทูตปลายทาง เราตรวจให้ก่อนเสมอ
  • ถ้าเอกสารเป็นฉบับถ่ายสำเนา ต้องคัดฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออกก่อน จึงจะรับรองได้
  • ถ้าเป็นเอกสารเอกชน ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความก่อนเข้าสู่สายรับรอง

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

  • ตรวจสายรับรองที่ถูกต้องตามประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งาน
  • แปลเอกสารเป็นภาษาที่ปลายทางรับ พร้อมจัดรูปแบบตามที่หน่วยงานตรวจ
  • ยื่นและติดตามงานที่กรมการกงสุล พร้อมแก้ไขเมื่อเจ้าหน้าที่ขอปรับถ้อยคำ
  • ประสานสถานทูตปลายทางในกรณีที่ต้องรับรองต่อ
  • อัปเดตสถานะเป็นระยะ และจัดส่งเอกสารตัวจริงเมื่อเสร็จ

สิ่งที่ไม่รวม (แจ้งให้ชัดตั้งแต่ต้น)

  • ค่าธรรมเนียมราชการและค่าจัดส่งของหน่วยงานปลายทาง (เรียกเก็บตามจริง แจ้งก่อนดำเนินการทุกครั้ง)
  • การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ซึ่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • การจัดหาเอกสารต้นฉบับที่ต้องออกโดยตัวผู้ยื่นเอง เช่น เอกสารส่วนตัวที่ต้องแสดงตน

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณอยู่เส้นทางไหน? แจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทางและกำหนดเวลามาได้เลย ทีมที่ปรึกษาของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี จะยืนยันลำดับขั้นตอนและรายการเอกสารที่ถูกต้องให้ก่อนคุณเริ่มเสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนงาน Apostille และเอกสารที่ต้องเตรียม

Apostille คือการรับรองเอกสารเพื่อใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก โดยเอกสารต้องผ่านการรับรองต้นทางให้ถูกลำดับก่อนเสมอ

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1ตรวจว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ถ้าปลายทางเป็นภาคี ใช้ Apostille ได้ ถ้าไม่ใช่ ต้องใช้เส้นทางรับรองกงสุลและสถานทูตแทน เราตรวจให้ก่อนเริ่ม
  2. 2จัดหาเอกสารต้นทางให้ถูกฉบับเอกสารต้องเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง หรือฉบับที่ผ่านการรับรองสำเนา/ลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจ
  3. 3แปลรับรองถ้าปลายทางต้องการหลายประเทศต้องการคำแปลที่รับรองแล้วผนวกไปกับชุดเอกสาร เราจัดให้ในขั้นตอนเดียวกัน
  4. 4ยื่นขอรับรองตามลำดับยื่นตามลำดับที่หน่วยงานกำหนด และติดตามคิวจนได้ตราหรือใบรับรองแนบท้าย
  5. 5ตรวจรับและจัดส่งตรวจชื่อ วันที่ เลขที่รับรอง และการเย็บติดให้ครบก่อนจัดส่งภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • เอกสารต้นฉบับหรือฉบับรับรองจากหน่วยงานผู้ออก
  • สำเนาหนังสือเดินทาง/บัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน
  • ชื่อประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งาน

ข้อควรระวัง

  • อย่าแกะริบบิ้นหรือถอดเย็บชุดเอกสารที่รับรองแล้ว ถือว่าใช้ไม่ได้ทันที
  • เอกสารที่ถ่ายสำเนาเองโดยไม่ผ่านการรับรองมักถูกปฏิเสธ
  • บางประเทศกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือนนับจากวันออก

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่อง กรอกแบบฟอร์ม หรือเสี่ยงถูกตีกลับเอง? ทีมงานของเราดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราให้คำปรึกษาเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาได้เลย เราจะยืนยันรายการเอกสารที่ต้องใช้ตามเคสของคุณให้ชัดเจน

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

เส้นทาง Apostille เทียบกับเส้นทางรับรองสถานทูต

ประเทศปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าเอกสารต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางก่อนเริ่มเสมอ เพราะสองเส้นทางนี้ใช้เอกสารและลำดับต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบเส้นทาง Apostilleเส้นทางรับรองสถานทูต
ใช้เมื่อใดประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostilleประเทศปลายทางยังไม่รับ Apostille
หน่วยงานสุดท้ายกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย
จำนวนขั้นตอนโดยทั่วไปน้อยกว่า เพราะจบที่หน่วยงานกลางมากกว่า เพราะต้องผ่านหน่วยงานกลางก่อนแล้วจึงยื่นสถานทูต
กรอบเวลาโดยประมาณสั้นกว่า แต่ขึ้นกับคิวของหน่วยงานยาวกว่า เพราะบวกคิวนัดของสถานทูตอีกชั้น
สิ่งที่มักทำให้ตีกลับคำแปลไม่ตรงต้นฉบับ หรือเอกสารไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานออกให้ไม่ได้ทำตามแบบฟอร์ม/ภาษาที่สถานทูตนั้นกำหนดเฉพาะ

ตรวจสถานะภาคีและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

แปลรับรองกงสุล เทียบกับ NAATI และ sworn translator ของประเทศปลายทาง

คำว่า “แปลรับรอง” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกประเทศ ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด การเลือกผิดรูปแบบทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

หัวข้อเปรียบเทียบแปล + รับรองกงสุล (ไทย)NAATI / sworn translator ต่างประเทศ
ผู้รับรองกรมการกงสุลรับรองคำแปลและลายมือชื่อผู้แปลนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง
ใช้กับใครหน่วยงานราชการไทย และปลายทางที่รับการรับรองของไทยหน่วยงานที่ระบุนักแปลขึ้นทะเบียนไว้ชัดเจน เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับรับรองบนคำแปลที่แนบต้นฉบับคำรับรองของนักแปลพร้อมหมายเลขทะเบียน/ตราประทับของนักแปล
ต่อยอด Apostille ได้ไหมได้ เมื่อปลายทางเป็นภาคีขึ้นกับกฎของประเทศนั้น บางแห่งไม่ต้องรับรองซ้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนปลายทางยอมรับการรับรองของกงสุลไทยหรือไม่หน่วยงานปลายทางบังคับนักแปลขึ้นทะเบียนของเขาเองหรือไม่

หากปลายทางบังคับ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลของประเทศนั้น การรับรองจากไทยจะใช้แทนไม่ได้

ยื่นเอง เทียบกับ ให้ NYC ดูแลให้ทั้งสาย

ทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด ตารางนี้เทียบให้เห็นภาระจริงของแต่ละทาง เพื่อให้ตัดสินใจจากเวลาและความเสี่ยงถูกตีกลับ ไม่ใช่จากคำโฆษณา

หัวข้อยื่นเองให้ NYC ดูแล
ตรวจเงื่อนไขปลายทางต้องอ่านประกาศของแต่ละหน่วยงานเอง และยืนยันซ้ำทางโทรศัพท์ทีมงานตรวจให้ก่อนเริ่ม พร้อมระบุลำดับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
การเดินทางเดินทางหลายหน่วยงาน คิวไม่ตรงกันในวันเดียวรับเอกสารทางไปรษณีย์/ออนไลน์ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายบังคับให้แสดงตน
ความเสี่ยงถูกตีกลับพลาดจุดเดียว เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต ต้องเริ่มใหม่ทั้งสายตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และตราประทับก่อนยื่นทุกครั้ง
การติดตามสถานะต้องติดตามกับแต่ละหน่วยงานเองแจ้งสถานะทุกขั้น และเป็นผู้ประสานงานแก้ไขเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
บทบาทที่ปรึกษาไม่มีผู้ช่วยตัดสินใจเมื่อเจอกรณีนอกคู่มือให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงมือ ไม่ใช่รับทำอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สอบถามเพื่อประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มได้

5 ข้อผิดพลาดเรื่อง Apostille ที่ทำให้เสียเวลาซ้ำรอบ

ประเด็นที่พบบ่อยที่สุดคือความเข้าใจผิดว่าปลายทางต้องการ Apostille หรือรับรองกงสุลแบบเดิม และลำดับการรับรองที่สลับกัน

  1. 1. ไม่ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่

    ทำไมถึงสำคัญ: ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีจะไม่รับ Apostille แต่ต้องรับรองสถานทูตแทน

    วิธีป้องกัน: ตรวจสถานะประเทศปลายทางก่อนเสมอ แล้วเลือกเส้นทางให้ถูกตั้งแต่ต้น

  2. 2. ข้ามขั้นตอนรับรองต้นทางก่อนไปขอรับรองระดับถัดไป

    ทำไมถึงสำคัญ: การรับรองเป็นชั้น ๆ หากขาดชั้นใดชั้นหนึ่ง เอกสารจะถูกตีกลับทั้งชุด

    วิธีป้องกัน: เรียงลำดับ ต้นฉบับ → แปล/รับรองตามที่กำหนด → รับรองหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ครบตามลำดับ

  3. 3. ใช้เอกสารเก่าเกินกว่าที่ปลายทางกำหนด

    ทำไมถึงสำคัญ: หลายปลายทางกำหนดอายุเอกสาร เช่น ต้องออกไม่เกิน 3–6 เดือน

    วิธีป้องกัน: ขอคัดฉบับใหม่ก่อนเข้ากระบวนการ ถ้าเอกสารออกมานานแล้ว

  4. 4. เย็บ/แกะชุดเอกสารที่รับรองแล้วเอง

    ทำไมถึงสำคัญ: การแกะตราหรือแม็กที่หน่วยงานจัดไว้ ทำให้ชุดเอกสารเสียความสมบูรณ์

    วิธีป้องกัน: อย่าแยกหน้าเด็ดขาด ให้สแกนทั้งชุดโดยไม่แกะ

  5. 5. ไม่แจ้งชื่อ-สกุลตามที่ปลายทางต้องการ (เช่น ตามวีซ่าหรือทะเบียนสมรส)

    ทำไมถึงสำคัญ: ชื่อที่ไม่ตรงกันทำให้เอกสารทั้งชุดใช้ไม่ได้

    วิธีป้องกัน: ล็อกการสะกดชื่อจากพาสปอร์ตให้ตรงกันทุกใบก่อนเริ่ม

ไม่อยากมานั่งตรวจรายละเอียดเหล่านี้เองใช่ไหมครับ? ทีมงานของเราให้คำปรึกษาและดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี เราจะยืนยันเส้นทางที่ถูกต้องให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ ทักมาสอบถามได้เลย เราจะสรุปรายการเอกสารเฉพาะเคสของคุณให้ชัดเจน

ต้นทุนของความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดในงานงานเอกสารเส้นทาง Apostilleแทบทั้งหมดไม่ได้เกิดตอนยื่น แต่เกิดตั้งแต่ตอนเตรียมเอกสาร และต้นทุนที่แท้จริงคือ “เวลา” ที่ต้องเดินสายรับรองใหม่ทั้งชุด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ทำให้เสียเวลาเท่าไร และป้องกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดสาเหตุเวลาที่เสียไปวิธีป้องกัน
สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทางหน่วยงานปลายทางเทียบตัวสะกดแบบตรงตัวอักษร ต่างกันแม้หนึ่งตัวก็ถือว่าคนละคนเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–10 วันทำการ เพราะต้องแก้คำแปลแล้วเดินรับรองใหม่ทั้งชุดส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารตั้งแต่วันแรก แล้วให้ผู้แปลยึดการสะกดจากพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
แปลเองหรือใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่รับรองบางประเทศรับเฉพาะคำแปลจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน หรือคำแปลที่ผ่านการรับรองของหน่วยงานรัฐไทยเสียเวลาเพิ่มประมาณ 4–10 วันทำการ เพราะต้องแปลใหม่แล้วเริ่มสายรับรองใหม่ถามปลายทางให้ชัดว่ารับคำแปลรูปแบบใด แล้วเลือกผู้แปลให้ตรงรูปแบบนั้นตั้งแต่แรก
เดินสายรับรองผิดลำดับ เช่น ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลแต่ละหน่วยงานรับรองเฉพาะลายมือชื่อของหน่วยงานที่อยู่ก่อนหน้าในสายเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–12 วันทำการ และต้องยื่นซ้ำตั้งแต่ขั้นที่ข้ามไปยืนยันเส้นทางกับหน่วยงานปลายทางก่อนลงมือ หรือให้เราประเมินสายรับรองให้ตั้งแต่ต้น
ใช้เอกสารฉบับเดิมที่ออกไว้นานแล้ว โดยไม่ได้คัดฉบับใหม่หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางแห่งต้องเป็นฉบับที่มีตราครุฑคมชัดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 5–15 วันทำการ เพราะต้องกลับไปคัดที่สำนักทะเบียนก่อนเริ่มใหม่ตรวจกติกาอายุเอกสารของปลายทางก่อน แล้วคัดฉบับใหม่พร้อมกันหลายชุดในรอบเดียว
วางแผนโดยไม่เผื่อวันหยุดราชการและวันหยุดของสถานทูตสถานทูตหยุดตามวันหยุดของทั้งประเทศไทยและประเทศตนเอง ทำให้ปฏิทินจริงสั้นกว่าที่คิดเสียเวลาเพิ่มประมาณ 3–9 วันทำการ หากตรงช่วงวันหยุดยาวตรวจปฏิทินวันหยุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งก่อนกำหนดวันเดินทางหรือวันยื่นจริง

ไทม์ไลน์เชิงลึก: อะไรเดินคู่ขนานได้บ้าง

ระยะเวลาด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณและขึ้นกับคิวของหน่วยงานในแต่ละช่วง ขั้นที่ทำเครื่องหมายว่าเดินคู่ขนานได้ คือขั้นที่เริ่มพร้อมกับขั้นก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ย่นเวลารวมได้มากที่สุด

  1. 1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางรับ Apostilleภายใน 1 วันทำการ

    ตรวจสถานะภาคีอนุสัญญาและข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานที่จะรับเอกสาร

  2. 2. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลตามที่กำหนด2–5 วันทำการเดินคู่ขนานได้

    บางปลายทางต้องการให้แปลก่อนออก Apostille บางแห่งต้องการหลังจากนั้น ลำดับนี้ต้องยืนยันก่อนเสมอ

  3. 3. ยื่นขอออกหนังสือรับรอง2–7 วันทำการ

    ระยะเวลาขึ้นกับประเภทบริการและคิวของหน่วยงานในช่วงนั้น

  4. 4. ตรวจรับและส่งมอบ1–2 วันทำการ

    ตรวจชื่อ วันที่ และหมายเลขอ้างอิงบนหนังสือรับรองก่อนนำไปใช้จริง

หมายเหตุ: ทุกช่วงเวลาเป็นค่าประมาณจากลักษณะงานทั่วไป ไม่ใช่คำรับประกันผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีศึกษาจริงจากงานที่เราดูแล

ตัวอย่างเคสจริงที่ทีมงานของเรารับผิดชอบ (ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด) เพื่อให้เห็นภาพว่าเราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสาร แต่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่วางเส้นทางเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงถูกตีกลับและประหยัดเวลาของคุณ

🇩🇪 เยอรมนี · Q3 2024

EU Blue Card Germany — Software Engineer Berlin

โจทย์ของลูกค้า

Blue Card require Anabin H+ degree + Salary ≥ €45,300 + vereidigter Übersetzer

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1ตรวจ Anabin H+
  2. 2Apostille degree + transcript
  3. 3แปลโดย vereidigter Berlin
  4. 4Blue Card ที่ German Embassy Bangkok + Biometric
  5. 5Anmeldung + Krankenversicherung

ผลลัพธ์

Blue Card 4 ปี ใน 6 สัปดาห์· Berlin €78k· ครอบครัว Family Visa

Blue Card
4 ปี
Family
Joined

บริการที่ใช้ในเคสนี้: Anabin · Apostille · Sworn DE · Blue Card

🇹🇭 ไทย · Q3 2024

ตั้งบริษัท BOI Tech Startup — Foreign 100% ใน 45 วัน

โจทย์ของลูกค้า

ต้องจดบริษัท Thai limited Foreign 100% ภายใต้ BOI Cat 5.7 (Digital Service) — เอกสารผู้ถือหุ้นต่างชาติต้อง Apostille from Singapore + Translation + Notary 3 layer

ขั้นตอนที่เราดำเนินการให้

  1. 1ขอ Apostille Certificate of Good Standing + Director ID จาก Singapore
  2. 2แปล EN→TH + Notary ทนาย NYC สำหรับ BOI/DBD filing
  3. 3ยื่น BOI promotion package พร้อม Business Plan + Cash Flow projection
  4. 4ตามจดทะเบียนบริษัทที่ DBD + ขอ Foreign Business License

ผลลัพธ์

BOI promotion approved + บริษัทจัดตั้ง 100% foreign-owned ใน 45 วัน

Timeline
45 วัน
Tax Holiday
8 ปี

บริการที่ใช้ในเคสนี้: Apostille Coordination · BOI Liaison · Company Registration

ทุกเคสเริ่มจากการปรึกษาก่อนลงมือ — ทีมงานประสบการณ์กว่า 15 ปีจะตรวจเอกสารของคุณ บอกเส้นทางที่ถูกต้อง แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนแทนคุณ หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทักมาปรึกษาได้ทันทีดูกรณีศึกษาทั้งหมด

ศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนยื่นเอกสาร

คำศัพท์เหล่านี้คือจุดที่ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่เอกสารถูกตีกลับ ทีมที่ปรึกษาของเราอธิบายให้ฟังก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — ไม่ต้องตีความเอง

Certified True Copy(เทียบภาษาอังกฤษ: CTC)
การรับรองว่าสำเนาเอกสารถูกต้องตรงกับต้นฉบับ โดย Notary ตรวจสอบและประทับตรา
Notarial Services Attorney(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Public)
ทนายความที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความฯ ให้รับรองลายมือชื่อและเอกสาร เทียบเท่า Notary Public ในต่างประเทศ
MFA(เทียบภาษาอังกฤษ: Ministry of Foreign Affairs)
กระทรวงการต่างประเทศ ผู้รับรองเอกสารขั้นแรกก่อนส่งไปสถานทูตปลายทาง
Apostille(เทียบภาษาอังกฤษ: Apostille)
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญาเฮก 1961 ใช้ได้ทันทีระหว่างประเทศภาคีกว่า 120 ประเทศ — ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ (มีผล 28 ก.พ. 2570) จึงยังต้องใช้ Consular Legalization
Notary Seal(เทียบภาษาอังกฤษ: Notary Seal)
ตราประทับของ Notary ที่ขึ้นทะเบียน ระบุชื่อ เลขใบอนุญาต และวันหมดอายุ
Consular Service(เทียบภาษาอังกฤษ: Consular Service)
บริการของกรมการกงสุล รวมถึงนิติกรณ์, หนังสือเดินทาง, และการรับรองทะเบียนราษฎร์

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้ขั้นตอนไหน ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี แล้วเราดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน

ดูอภิธานศัพท์ทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้องที่คุณมักต้องใช้ต่อ

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบในขั้นตอนเดียว ด้านล่างคือส่วนงานที่มักต่อเนื่องกัน เพื่อให้คุณวางแผนได้ทั้งสาย ไม่ต้องมารู้ทีหลังว่าขาดการรับรองขั้นใดขั้นหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้อันไหนบ้าง? นี่คือสิ่งที่ทีมที่ปรึกษาของเราทำให้ครับ — ด้วยประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศกว่า 15 ปี เราจะวางเส้นทางทั้งสายตามประเทศปลายทางให้ก่อน แล้วดำเนินการให้ครบทุกขั้น ไม่ให้ยื่นผิดลำดับ

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างเดินเอกสาร

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสาร คำแปล และการรับรองมามากกว่า 15 ปี ประกอบด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนักแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงลงมือดำเนินการ ไม่ใช่รับงานแล้วเดินเอกสารตามที่ลูกค้าสั่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มงาน — ประเมินเส้นทางเอกสาร

ตรวจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ Apostille หรือยังต้องผ่านสถานทูต ต้องใช้ฉบับคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้ และคำแปลต้องอยู่ในรูปแบบใดจึงจะผ่านหน่วยงานปลายทาง ขั้นนี้คือขั้นที่ประหยัดเวลาให้มากที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่เลือกผิดแล้วต้องเริ่มใหม่

ระหว่างจัดเตรียม — ตรวจความสอดคล้องของข้อมูล

เทียบการสะกดชื่อ-นามสกุลกับหนังสือเดินทาง ตรวจวันที่ออกเอกสารกับอายุที่ปลายทางกำหนด ตรวจตราประทับและลายมือชื่อว่าครบตามแบบ และตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด

ระหว่างยื่น — ประสานกับหน่วยงาน

จัดลำดับการยื่นให้ตรงตามที่หน่วยงานกำหนด ติดตามคิว และแจ้งสถานะให้ทราบเป็นระยะ หากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม เราแจ้งทันทีพร้อมทางเลือกในการแก้ไข

หลังได้เอกสาร — ให้คำแนะนำการใช้งานจริง

อธิบายว่าเอกสารชุดนี้ใช้ยื่นกับหน่วยงานใดได้บ้าง ต้องเก็บต้นฉบับหรือสำเนาไว้อย่างไร และหากต้องใช้ซ้ำในอนาคตควรขอกี่ชุดตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องใหม่

กรณีที่การปรึกษาก่อนลงมือเปลี่ยนผลลัพธ์

  • ปลายทางระบุเพียงว่า “certified translation” โดยไม่บอกว่าต้องเป็นการรับรองรูปแบบใด
  • เอกสารมีอายุจำกัด และต้องวางแผนให้เอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุในวันยื่นจริง
  • ชื่อบนเอกสารเก่าไม่ตรงกับพาสปอร์ตปัจจุบัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การถอดอักษรคนละแบบ
  • เอกสารเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ และต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนยื่นซ้ำ

หากไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องเดินเส้นทางใด ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศหรือหน่วยงานปลายทางเข้ามาได้ ทีมงานจะประเมินลำดับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดูแลต่อ

ใครเขียนและตรวจทานหน้านี้

เรียบเรียงโดย
ทีมงานนิติกรณ์และ Apostille NYC Legal
ตรวจทานโดย
ผู้จัดการงานยื่นกรมการกงสุล (กองสัญชาติและนิติกรณ์)
ทบทวนล่าสุด

ดูแลงานรับรองเอกสาร แปลเอกสารราชการ และการยื่นหน่วยงานไทย/ต่างประเทศมากกว่า 15 ปี เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทำเอกสารเท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณทราบเส้นทางที่ถูกต้อง รายการเอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาจริงก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราทบทวนเนื้อหาแต่ละหน้าเทียบกับแนวปฏิบัติปัจจุบันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเคสของคุณมีกำหนดเวลาเร่งด่วน ทักมาให้เรายืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนี้

งานเอกสารส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ด้านล่างคือขั้นตอนที่ลูกค้ามักใช้ต่อเนื่องจากหน้านี้

ค่าบริการวิชาชีพเสนอราคาเป็นรายเคส — สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

แหล่งอ้างอิงด้านล่างคือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ที่อ้างในหน้านี้ หากหน่วยงานปรับข้อกำหนด เราจะแก้ไขหน้านี้ตาม